“BCAP-GW90” กระจายลงทุนทั่วโลก รับมือตลาดทุนผันผวน... พร้อมโอกาสรับ “ผลตอบแทนที่ดีกว่า” ระยะยาว !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Aggressive Allocation” ที่เน้นลงทุนแบบผสมใน “หลากหลายสินทรัพย์” ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
จากสถานการณ์ความตึงเครียดใน “ตะวันออกกลาง” ระหว่างประเทศ “อิสราเอล” และ “อิหร่าน” ได้สร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนต่อตลาดทุนทั่วโลก
โดยนักลงทุนหลายๆ คนก็เลือกที่จะหาสินทรัพย์ปลอดภัยเป็นแหล่งพักเงินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว แต่สำหรับนักลงทุนที่ไม่อยากพลาดโอกาสลงทุนและลดความเสี่ยงไปด้วยก็ทำผ่านเครื่องมืออย่าง “กองทุนรวม” ได้เช่นกัน
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ ก็มี “กองทุนรวมผสม” สไตล์ “Aggressive Allocation” ที่น่าสนใจ ช่วยกระจายความเสี่ยงลดผลกระทบในยามตลาดผันผวนพร้อมทั้งไม่พลาดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวมานำเสนอกัน

“BCAP-GW90” กระจายลงทุนทั่วโลก เพื่อโอกาสได้ “ผลตอบแทน” ที่ดีกว่า
โดยกองทุนที่เราหยิบมาครั้งนี้ มีชื่อว่า “กองทุนเปิดบีแคป โกลบอล เวลท์ 90” หรือ “BCAP-GW90” ในภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บางกอกแคปปิตอล จำกัด’ ซึ่งด้วยกลยุทธ์และผลการดำเนินงานที่มีความโดดเด่นจึงได้รับการยอมรับจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็น “กองทุน 5 ดาว”
ด้านรายละเอียดของกองทุนเป็นกองทุนผสมในรูปแบบ Fund of Funds หรือกระจายเงินลงทุนในหน่วยลงทุนต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุน โดยได้จัดตั้งหรือจดทะเบียนขึ้นในวันที่ 28 พฤษภาคม 2562 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 10 เมษายน 2567) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 182,891,454 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนที่ 11.39 บาท
สำหรับนโยบายการลงทุนแบบผสม กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประกอบไปด้วย
1.ตราสารหนี้ และหรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารหนี้
2.ตราสารทุน และหรือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตราสารทุน
3.หน่วยลงทุนของกองทุนรวมทรัพย์สินทางเลือก
4.หน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และหน่วยลงทุนของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
“ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินตาม 2 - 4 รวมกันโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 90 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมของ “หุ้นคุณค่า” & “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘BCAP-GW90” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 29 มี.ค. 24) นั้น มีการกระจายลงทุนในสินทรัพย์ 5 อันดับแรก ประกอบด้วย
-ตราสารทุนต่างประเทศ 70%
-ตราสารทุนในประเทศ 12%
-ตราสารหนี้ในประเทศ 8%
-สินทรัพย์ทางเลือก 8%
-เงินฝากธนาคาร 1.26%
“โดยลงทุนผ่านกองทุน ETF ต่างๆ ของบลจ.ชั้นนำของโลกทั้ง BlackRock, Amundi, Invesco และ Vanguard ส่วนในประเทศก็ลงทุนผ่านกองทุน ETF ของบริษัทเอง ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญการลงทุนในตลาดกองทุน ETF ของไทยอยู่แล้ว”

“ในด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘BCAP-GW90’ ตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 29 ก.พ. 24) จะเฉลี่ยอยู่ที่ 2.12% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.76% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานอยู่ที่ 11.27% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 12.00% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมาเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -22.27%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำของหน่วยลงทุนใน “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่การขายคืนผู้ลงทุนสามารถทำได้โดยไม่มีมูลค่าขั้นต่ำในการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ ส่วนระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 4 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน (T+4)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ, ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และในส่วนของช่องทางออนไลน์ อย่าง โมบายแอพฯ Bualuang iBanking และ BangkokBank Mobile Banking
“แน่นอนว่าแผนการรับมือของนักลงทุนต่อความผันผวนตลาดทุนก็อาจจะมีหลากหลายวิธีขึ้นอยู่สไตล์ของแต่ละบุคคล ซึ่งการกระจายเงินลงทุนในหลากสินทรัพย์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีเช่นกัน และหากใครที่อยากจะลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก กองทุนรวมผสม ก็เป็นเครื่องมือเสริมเข้ามาช่วยได้อย่างดี โดยเฉพาะกองผสมที่เป็น Aggressive Allocation ก็จะเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวควบคู่กันไปได้ด้วยเช่นกัน”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
