มองกรอบ “หุ้นไทย” 6 – 12 เดือนข้างหน้า 1,500-1,680 จุด…ชี้ปัจจุบันเป็น ‘จังหวะเข้าลงทุน’ !!!
ปีนี้ “ตลาดหุ้นไทย” ปรับตัวขึ้นมาได้อย่างโดดเด่นตลาดหนึ่ง ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 21 พ.ค. 21) ปรับตัวขึ้นมาแล้ว 7.11%
แม้ว่ากลุ่ม “นักลงทุนต่างชาติ” ยังคงขายสุทธิต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปีรวมกันกว่า -60,450.64 ก็ตาม แต่แรงซื้อของนักลงทุนทั่วไป 105,132.73 ล้านบาท ก็ยังช่วยประคองดัชนีให้เดินหน้ามาได้
ในท่ามกลางการกลับมาของ “การระบาดระลอก3” ของ COVID-19 ที่ฉุกตัวเลขเศรษฐกิจปีนี้ให้ปรับตัวลงมาเหลือ 1.8-2.0% แล้วตลาดหุ้นไทยเองยังจะเดินหน้าต่อไปได้หรือไม่
วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองที่น่าสนใจในเรื่องนี้มาฝากกัน
“บลจ.ยูโอบี” มั่นใจ “หุ้นไทย” ช่วงครึ่งหลัง...ฟื้นตัวตามศก.โลก+ความคืบหน้าฉีดวัคซีน
โดย “รัชดา ตั้งหะรัฐ กรรมการผู้จัดการ” สายพัฒนาธุรกิจ บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด (UOBAM) มองว่า จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งมาตรการทางการเงินและการคลัง รวมถึงการเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรค COVID-19 ในทุกประเทศ ส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นต่อภาพรวมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่ชัดเจนมากขึ้น ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มปรับเข้าสู่ระดับปกติ สหรัฐอเมริกา จีน ยุโรป ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าในระยะสั้นอาจจะต้องเผชิญกับปัจจัยกดดันบ้าง แต่ในระยะ 6 เดือนถึง 1 ปีข้างหน้ายังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีได้ โดยในรายงานล่าสุดของ “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)” เดือนเม.ย.ที่ผ่านมา มีปรับการขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกเพิ่มขึ้น โดยคาดว่า GDP โลกปี 2021 จะสามารถเติบโตได้ 6.0% เทียบกับคาดการณ์เดิมในเดือนม.ค. 21 ที่ 5.5%

(รัชดา ตั้งหะรัฐ)
“ด้านตลาดหุ้นไทยตั้งแต่ต้นปี 2021 มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นถึงแม้จะเผชิญกับความผันผวนบ้างจากผลกระทบการระบาดของ COVID-19 ในประเทศ แต่ยังคงได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก รวมถึงมาตรการของภาครัฐบาลที่คาดว่าจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศต่อเนื่อง เช่น มาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนภายใต้โครงการต่างๆ มาตรการลดภาระค่าสาธารณูโภค มาตรการด้านสินเชื่อ เป็นต้น ซึ่งหากการเร่งกระจายวัคซีนมีประสิทธิภาพและรวดเร็วจะทำให้ทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีความต่อเนื่อง ส่งผลให้เริ่มเห็นการปรับเพิ่มขึ้นของประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนโอกาสการเติบโตของการลงทุนในตลาดหุ้นไทยทั้งในมุมของระดับราคาและโอกาส”
นอกจากนี้คาดการณ์ว่าในระยะ 6-12 เดือนข้างหน้า SET Index จะเคลื่อนไหวในกรอบประมาณ 1,500-1,680 จุด บริษัทมองว่าปัจจุบันเป็นจังหวะที่ดีในการเข้าลงทุน จังหวะเข้าลงทุน โดยจะพิจารณาราคาหุ้นที่จะเข้าลงทุน เลือกหุ้นที่มีพื้นฐานดี และมีมูลค่าที่เหมาะสม และเป็นภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงมีโอกาสเติบโ
“บลจ.กสิกรไทย” มองเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 1,600 จุด...แต่ระยะสั้นยังผันผวน
เช่นเดียวกับ “ธิดาศิริ ศรีสมิต” Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย จำกัด (KAsset) ที่มองว่า ตลาดหุ้นไทย ในระยะสั้นคาดว่าตลาดยังคงผันผวนตามทิศทางตลาดหุ้นโลก รวมถึงยังมีประเด็นภายในประเทศที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดทั้งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 และสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง อย่างไรก็ดีข่าวการได้รับและฉีดวัคซีน Sinovac และ AstraZeneca ในไทยช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนได้มาก ทำให้ผู้ลงทุนมีความหวังต่อการเปิดประเทศมากขึ้น ถึงแม้ว่า Valuation ของตลาดไทยอยู่ในระดับที่สูงเมื่อเทียบกับอดีต แต่ก็ถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นทั่วโลก เนื่องจากสภาพคล่องที่อยู่ในระดับสูงจากการดำเนินนโยบายทางการเงินและการคลังแบบผ่อนคลายทั่วโลก

(ธิดาศิริ ศรีสมิต)
“บริษัทมองเป้าหมายดัชนีปลายปีไว้ที่ 1,600 จุด ภายใต้ความคาดหวังเรื่องการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทย หลังจากเห็นความชัดเจนในการแจกจ่ายวัคซีน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกที่จะสนับสนุนภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของประเทศได้”
แม้ในระยะสั้น “ตลาดหุ้นไทย” อาจจะผันผวนจากปัจจัยที่เข้ามากระทบทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนของไทยยังจะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญผลักดันให้ตลาดยังไปต่อได้ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จังหวะนี้จึงเป็นจังหวะดีในการเข้าลงทุนในหุ้นไทยเพื่อหวังผลในระยะยาวนั่นเอง
