“หุ้นไทย” ครึ่งปีหลังทรงดี หลัง “ข่าวดี” หนุนการฟื้นตัว...
ลายแทงกองทุน: “ตลาดหุ้นไทย” เป็นอีกหนึ่งตลาดที่ปีนี้ไม่สู้ดีนักต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ต้นปีมาปรับตัวลงไปแล้ว -3.1% จนเป็นหนึ่งในตลาดที่ “ถูก” มี Forward 12M P/E ที่ 14 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 15.4 เท่า (ที่มา: Bloomberg, ข้อมูล ณ วันที่ 10 พ.ค. 24)
อย่างไรก็ตามมองไปจนถึงสิ้นปีตลาดก็ดูจะมีความหวังมากขึ้น หลายค่ายก็ปรับน้ำหนักการลงทุนขึ้นมาเป็น “Neutral” กันบ้างแล้ว จากข่าวดีที่คาดว่ากำลังจะเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็น 1) กำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตดี 2) นโยบายรัฐทั้ง Digital Wallet ที่ชัดขึ้น และท่องเที่ยวฟื้น 3) ราคาหุ้นค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี และ 4) อัตราดอกเบี้ยมีโอกาสปรับลดลง
อย่างไรก็ตามเรื่องของ Digital Wallet รวมถึงดอกเบี้ยนโยบายยังคงเป็นประเด็นต้องติดตามใกล้ชิดว่าจะมาตามนัดอย่างที่ตลาดคาดไว้หรือไม่? แต่โดยภาพรวมแล้วก็ถือว่ามีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น โดยเฉพาะถ้ามีการคืนชีพ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) ขึ้นมาจริงๆ นั่นก็จะเป็นแรงส่งที่สำคัญอีกปัจจัยด้วยเช่นกัน
ตลาดมองว่ามีโอกาสทะยานไปจบสิ้นปีที่ระดับ 1,500 จุด ได้ จากระดับปัจจุบันก็ยังมีอัพไซด์อย่พอสมควร ซึ่งในตลาดหุ้นไทยเองก็มี หลากหลาย “ดัชนีหุ้นไทย” ให้เลือกลงทุนกัน
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “ดัชนีหุ้นไทย” ที่เน้นลงทุนใน “4 ดัชนี” ที่แตกต่างกันที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีมดัชนีหุ้นไทย…เดินทาง "สายกลาง" รับตลาดหุ้นไทยฟื้นตัว
สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Passive Fund 2 กอง และ Active Fund อีก 2 กอง ซึ่งโฟกัสใน “ดัชนีหุ้นไทย” ที่แตกต่างกันออกไป ประกอบด้วย
Feeder Fund 3 กอง และลงทุนเอง 1 กอง โดยเป็น Passive Fund 2 กอง และ Active Fund 2 กอง ซึ่งลงทุนในหุ้นจีนที่แตกต่างกันออกไป ประกอบด้วย
- “TMB50: กองทุนเปิดทหารไทย SET50” ของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกลุ่ม “SET 50 Index Fund” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็น Passive Fund ที่เน้นลงทุนในหุ้นเต็มอัตรา (Fully Invested) เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับดัชนี SET50 ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเป็นการลงทุนหุ้นทั้ง 50 ตัวในดัชนีSET50 ด้วย จึงทำให้สามารถ Track ดัชนีได้เป็นอย่างดี

- ถัดมาเป็น “UOBSAS100: กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท แอคทีฟ เซท 100” ของบลจ.ยูโอบี เป็นกลุ่ม “Equity Large Cap” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็น Active Fund ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีรายชื่ออยู่ในดัชนี SET100 เป็นสำคัญ
- มาต่อกันที่อีกดัชนีกับ “ONE-SETHD: กองทุนเปิด วรรณ เซ็ท ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน” ของบลจ.วรรณเป็น Active Fund ในกลุ่ม “Equity Large Cap” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนในหุ้นที่อยู่ในดัชนี SET High Dividend 30 Total Return Index เป็นหลัก

- ปิดท้ายด้วยกองทุน Passive Fund อีกกอง ได้แก่ “SCBSET: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ เซ็ท อินเด็กซ์ ฟันด์ (ชนิดสะสมมูลค่า)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ในกลุ่ม “Equity General” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนในหุ้นหของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือดัชนี SET Index เป็นหลัก
หนึ่งในทางเลือกที่ทำให้ภาพการลงทุนของคุณชัดขึ้นก็คือโฟกัสไปใน “ดัชนีหุ้นไทย” ที่สนใจ ซึ่งปัจจุบันก็มี “กองทุนหุ้นไทย” ที่มีนโยบายชัดเจนว่าจะโฟกัสลงทุนใน “ดัชนีหุ้นไทย” ตัวไหนให้ได้เลือกลงทุนกัน ซึ่งก็มีทั้งที่เป็น Passive Fund และ Active Fund แต่ก็เป็นทางเลือก “สายกลาง” ที่น่าสนใจ ตั้งแต่ต้นปีผลตอบแทนรวมของดัชนีทั้ง 4 ตัวข้างต้น ติดลบอยู่เล็กน้อย -0.61 ถึง -1.01% และย้อนหลัง 1 ปี ยังติดลบอยู่ -2.69% ถึง -9.67% ก็อาจจะเป็นจังหวะดีในการเข้าลงทุนรับการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่ง 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนผู้สนใจได้ไม่มากก็น้อย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
