ปี23 “บลน.” ผลงานทรุด สวน “กองทุนโต” โชว์ “ขาดทุน” ยกแผง... “เวลท์ รีพับบลิค” หนักสุด -10.35 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น -684.75% !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องผลประกอบการของ “บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน” (บลน.) ซึ่งทำหน้าที่เป็นหน้าหน้าซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวม จากหลากหลายบลจ. ให้กับนักลงทุนเป็นหลัก โดยต้องมี “ใบอนุญาตประเภท ง” เท่านั้นเอง
ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นมาท่ามกลางเติบโตของธุรกิจกองทุนรวมของไทยนั่นเอง เพราะในขณะที่ “บลจ.” แต่ละแห่งจะเน้นขายเฉพาะกองทุนของตัวเอง
แต่ “บลน.” จะเป็น Open Architecture ที่ขายกองทุนให้หลายบลจ. บางแห่งก็ขายให้ครบทุกบลจ.เลยก็มี ซึ่งถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีสำหรับนักลงทุนด้วยเช่นกัน
สิ้นปี2023 “ธุรกิจกองทุนรวม” มีสินทรัพย์สุทธิรวมกัน 5.15 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น +5.46% จากสิ้นปีก่อน
แต่ผลประกอบการของ “บลน.” 6 แห่ง และ “บล.” อีก 2 แห่ง ที่ทำธุรกิจขายกองทุน กว่า 88% ยังโชว์ตัวเลข “ขาดทุน” มีเพียง 1 แห่งเท่านั้นที่มี “กำไร” !!!
ผลงานของ “บลน.” และ “บล.” ทั้ง 8 แห่งในปี2023 ที่ผ่านมาเป็นไงบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ รวบรวมเอาไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

“บลน.” ผลงานทรุดยกแผง โชว์ “ขาดทุน” 100%...“เวลท์ รีพับบลิค” ขาดทุน -10.35 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น -684.75%
แม้ธุรกิจกองทุนรวมจะเติบโตอย่างต่อเนื่องและฟื้นขึ้นมาแล้วในปี2023 ที่ผ่านมา แต่ภาพของธุรกิจ “บลน.” ซึ่งเป็น “ตัวแทนขายหน่วยลงทุน” ภาพผลประกอบการกลับสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง แม้ว่าหากดูในภาพรวมน่าจะเป็นธุรกิจที่น่าจะตอบโจทย์นักลงทุนและโตได้เป็นอย่างดี แต่จากการสำรวจของทีมงาน ‘Wealthy Thai’ พบว่า ทั้ง 6 บลน. “ขาดทุน” ทั้งหมด 100% โดยมีที่ขาดทุนลดลง 2 แห่ง ได้แก่ “อมุนดิ (ปทท.)” ขาดทุน -18.76 ล้านบาท ขาดทุนลดลง +32.66% และ “โรโบเวลธ์” ขาดทุน -55.97 ล้านบาท ขาดทุนลดลง +15.36%
ส่วนอีก 4 บลน. ที่เหลือ ขาดทุนเพิ่มขึ้น ประกอบด้วย
-
“แอสเซนด์ เวลธ์” ขาดทุนอยู่ -15.52 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น -10.38%
-
“ฟินโนมีนา” ขาดทุน -14.32 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น -19.63%
-
“เวลธ์ คอนเซปท์” ขาดทุน -17.07 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น -99.42%
-
“เวลท์ รีพับลิค” ขาดทุน -10.35 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นมากสุด -684.75%

“บล.” กับโมเดล “ขายกองทุนควบธุรกิจอื่น”...ผลงานปี23 ชะลอตัว - “บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น” โชว์กำไร 11. ล้านบาท ลดลง -66.84%
ส่วน “บล.” ที่ขายกองทุนรวมและขายตราสารหนี้ด้วย รวมถึงอาจมีธุรกิจอื่นๆ เพิ่มเติมขึ้นกับโมเดลธุรกิจของแต่ละค่าย ไม่ได้พึ่งพิง “การขายกองทุน” เพียงธุรกิจเดียว ก็ทำให้ผลประกอบการจะดูทรงดีกว่ากลุ่ม “บลน.” เพราะยังมีตัวเลข “กำไร” ให้เห็น แม้แนวโน้มจะชะลอตัวลงก็ตาม จากสถานการณ์ “วิกฤติหุ้นกู้” ที่เกิดขึ้นในปี2023 ที่ผ่านมา กระทบกับบล.กลุ่มนี้อยู่พอสมควร
จาก 2 แห่ง มี 1 แห่งที่ยังขาดทุน ได้แก่ “บล.เวลธ์ เมจิก” ที่ยังขาดทุนอยู่ -4.05 ล้านบาท สำหรับงวดตั้งแต่วันที่ 27 มิ.ย. 23 (วันจดทะเบียนควบบริษัท) - 31 ธ.ค. 23
ในขณะที่ “บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น” มีกำไร 11.24 ล้านบาท ลดลง -66.84%
แม้ธุรกิจกองทุนรวมจะมีแนวโน้มเติบโต แต่ธุรกิจ “นายหน้าซื้อขายกองทุน” ภาพกับตรงข้าม ผลประกอบการส่วนใหญ่ยังคงโชว์ตัวเลข “ขาดทุน” อยู่ ถือเป็นภาพที่ยังคงเห็นต่อเนื่องในธุรกิจนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับทุก “บลน.” เลยทีเดียว ว่าจะพลิกสถานการณ์ให้กลับมามี “กำไร” ได้อีกครั้งเมื่อไร อย่างไรก็ตามในแง่ของ “นักลงทุน” ธุรกิจนี้ก็ช่วยให้การลงทุนใน “กองทุนรวม” ง่ายขึ้น แบบ One Stop Service เลยทีเดียว
