Official Update :

“UOBSGC” ลุย “หุ้นจีน” ตลาด ‘Greater China’…รับศก.ฟื้น !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Greater China Equity ที่เน้นลงทุน “หุ้นจีน” ที่ดำเนินธุรกิจในเขตปกครองพิเศษ ฮ่องกง จีน และไต้หวัน เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวให้กับเงินลงทุน


ปีนี้ “หุ้นจีน” ส่งสัญญาณบวกหลังรัฐบาลเข้ามาดูแลอย่างจริงจังทั้งเศรษฐกิจและตลาดทุน หุ้นจีน A-Share” ปีนี้บวกมาแล้ว +6.35% ส่วน H-Share” ก็ไม่น้อยหน้าบวกไป +16.44% (ที่มา: Google Finance, ข้อมูล ณ วันที่ 24 พ.ค. 24)


แต่วันนี้หุ้นจีนในภาพรวมก็ยังเป็นตลาดที่ถูกอยู่และยังน่าสนใจ ตลาด “A-Share” มี Forward 12M P/E เพียง 11.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 12.2 เท่า (ที่มา: Bloomberg, ณ วันที่ 17 พ.ค. 24)


วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นจีนที่น่าสนใจได้ “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



“UOBSGC” ลุย “หุ้นจีน” ให้หลากหลายสไตล์ “Greater China”

โดยกองทุนนี้มีชื่อว่า “กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เกรธเธอร์ ไชน่า” (UOBSGC) ที่อยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ บลจ.ยูโอบีมีความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ก่อนตั้งเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2550 เป็น Feeder Fund มีนโยบายลงทุนใน“หุ้นจีน” ที่ดำเนินธุรกิจในเขตปกครองพิเศษ ฮ่องกง จีน และไต้หวัน เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวให้กับเงินลงทุน ผ่านกองทุนหลัก ‘United Greater China Fund Class T SGD Acc’ ที่บริหารจัดการโดย UOB Asset Management (Singapore)



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘UOBSGC’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 มี.ค. 24) มีการกระจายลงทุนไปในประเทศหลักๆ ที่สำคัญ ได้แก่

  • จีน 29%

  • ไต้หวัน 57%

  • ฮ่องกง 36%


โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • Information Technology 00%

  • Financials 29%

  • Consumer Discretionary 36%

  • Industrials 95%

  • Materials 30 %


“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน UOBSGC ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 29 มี.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 1.66% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 2.65% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 19.42% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 18.37% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -30.42%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด

สำหรับนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็ทำได้อย่างอิสระ เนื่องจากเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของ “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ทางบลจ. “ไม่ได้มีข้อกำหนด” เช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขายผู้ลงทุนสามารถทำได้อิสระ “ไม่มีขั้นต่ำ” เช่นเดียวกัน ซึ่งมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 5 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+5)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ผ่านบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ยูโอบี (ประเทศไทย) จํากัด ทุกสาขา และตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นหรือช่องทางออนไลน์ผ่านโมบายแอพพลิเคชั่น UOBAM Invest


ใครที่มองหาโอกาสลงทุนในตลาดที่ “ถูก” และมีศักยภาพในการเติบโต เชื่อว่า “หุ้นจีน” จะเป็นหนึ่งในตลาดนั้นที่สามารถแบ่งเงินกระจายมาลงทุนติดพอร์ตเอาไว้ได้ และถ้าไม่อยากปวดหัวว่าจะไปลงทุนหุ้นจีนตลาดไหนดี การกระจายไปในหลายตลาดก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี อย่างกลุ่ม “Greater China” ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’