“หุ้นไทย” ไม่แพง-Downside จำกัด จังหวะลงทุนรับ “ศก.ฟื้น”... ชู “หุ้นไซส์กลาง-เล็ก” เฟ้นหาโอกาสที่แตกต่าง !!!
ลายแทงกองทุน: เห็นตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส1/24 ที่โต 1.5% จนทำให้ “สภาพัฒน์ฯ” ปรับเป้าการเติบโตปีนี้ลงเหลือ 2.5% จากเดิม 2.7% นั้น แต่ถ้ามองแนวโน้มก็ถือว่ามีพัฒนาการในเชิงบวกส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่องจากปี22 และ 23 ที่โต 1.6% และ 1.9% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม “ตลาดหุ้นไทย” ปีนี้ยังคงให้ผลตอบแทนติดลบอยู่ แต่ Downside ก็จำกัดเช่นกัน ตั้งแต่ต้นปีมา ผลตอบแทนรวมตลาดหุ้นไทย (SET TRI) ติดลบเล็กน้อย -1.51% (ย้อนหลัง 1 ปี -8.24%) ในขณะที่กลุ่มหุ้นขนาดเล็ก “sSET TRI” +2.21% (ย้อนหลัง 1 ปี -8.07%) ดีกว่าหุ้นใหญ่ “SET50 TRI” ที่ตั้งแต่ต้นปี -1.9% (ย้อนหลัง 1 ปี -6.69%) (ที่มา: setsmart.com, ข้อมูล ณ วันที่ 24 พ.ค. 24)
จึงทำให้ “หุ้นไซส์กลาง-เล็ก” เป็นหนึ่งธีมการลงทุนที่ยังคงน่าสนใจ รับเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีมหุ้นไทย 'ไซส์กลาง-เล็ก'…จี๊ดจ๊าด-จัดจ้าน รับตลาดหุ้นไทยฟื้นตัว
สำหรับ “หุ้นไทย” ในปัจจุบันถือว่า “ไม่แพง” มี Forward 12M P/E 14.0 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 15.4 เท่า (ที่มา: Bloomberg, ข้อมูล ณ วันที่ 24 พ.ค. 24) และคาดว่ากำไรในปีนี้น่าจะกลับมาโตได้ประมาณ 10% ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีแรงส่งจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐที่จะทยอยเข้ามา ตลาดมองเป้าดัชนีสิ้นปีไว้ที่ระดับ 1,500 จุด มากน้อยแล้วแต่ค่าย แต่อัพไซด์จากปัจจุบันระดับประมาณ 10% ก็ถือว่ายังพอคาดหวังได้
อย่างไรก็ตาม ถ้ามองหาโอกาสที่น่าสนใจว่าก็อาจจะต้องมองหาจาก “หุ้นไซส์กลาง-เล็ก” ซึ่งตรงนี้ก็ต้องไปค้นหากันว่าหุ้นไหนพื้นฐานดี มีอนาคตกัน สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Passive Fund 1 กอง และ Active Fund อีก 3 กอง ประกอบด้วย
- “BMSCG: กองทุนเปิด BCAP Mid Small CG ETF” ของบลจ.บางกอกแคปปิตอล เป็นกลุ่ม “Equity Small - Mid Cap” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็น Passive Fund อยู่กลุ่ม "หุ้นกลาง-เล็ก" ที่เน้นลงทุน “หุ้นไทยขนาดกลาง-เล็ก” ที่เป็นองค์ประกอบดัชนี BCAP Mid Small Cap CG Index TR โดยหุ้น 5 ตัวที่ลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 30 เม.ย. 24) ได้แก่ STGT, AAI, BAM, PRM และ THCOM

- ถัดมาเป็น “KTMSEQ: กองทุนเปิดกรุงไทยหุ้น Mid-Small Cap” ของบลจ.กรุงไทย อยู่ในกลุ่ม “Equity Small - Mid Cap” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็น Active Fund ที่เน้นลงทุน “หุ้นไทยขนาดกลาง-เล็ก” ใน SET/mai ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ โดยหุ้น 5 ตัวที่ลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 30 เม.ย. 24) ได้แก่ ICHI, SAPPE, PLANB, TAN และ GFPT
- มาต่อกันด้วย “ASP-SMERMF: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส สมอล แอนด์ มิด แคป อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.แอสเซท พลัส อยู่ในกลุ่ม “Equity Small - Mid Cap” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็น Active Fund ที่เน้นลงทุน “หุ้นไทยขนาดกลาง-เล็ก” ใน SET/mai ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ โดยหุ้น 5 ตัวที่ลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 29 มี.ค. 24) ได้แก่ SAPPE, SISB, TCAP, TISCO และ ICHI

- ปิดท้ายกันด้วย “KKP SM CAP: กองทุนเปิดเคเคพี SMALL AND MID CAP EQUITY” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร อยู่ในกลุ่ม “Equity Small - Mid Cap” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เป็น Active Fund ที่เน้นลงทุน “หุ้นไทยขนาดกลาง-เล็ก” ใน SET/mai ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ โดยหุ้น 5 ตัวที่ลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 29 มี.ค. 24) ได้แก่ BJC, TIDLOR, ITEL, SIS และ AU
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสที่แตกต่าง “หุ้นไซส์กลาง-เล็ก” ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ และจะเห็นหน้าตาพอร์ตของกลุ่ม “กองหุ้นขนาดกลาง-เล็ก” นั้น จะ “แตกต่าง” กันค่อนข้างชัดเจน ไม่เหมือนกลุ่ม “กองหุ้นขนาดใหญ่” นักลงทุนที่สนใจคงต้องตามไปดูถึงไส้ในด้วยเช่นกัน ซึ่ง 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาในครั้งนี้ หน้าตาพอร์ตก็ต่างกันพอสมควร ก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์นักลงทุนผู้สนใจได้ไม่มากก็น้อย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
