Official Update :

“ASP-MAG7-AI”...ร่วมเติบโตไปกับ “หุ้น 7 นางฟ้า” Super Stock ของโลกการลงทุน !!!

โดย: บลจ.แอสเซท พลัส


รู้หรือไม่?....ในช่วง “ดอกเบี้ยขาขึ้น” ที่เขย่าขวัญหุ้นทั่วโลกในช่วงที่ผ่านมานั้น “หุ้น 7 นางฟ้า” (Magnificent 7) ได้แก่ Apple, Amazon, Alphabet, Meta, Microsoft, Nvidia และ Tesla ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยมี “ผลขาดทุนสูงสุด” (Maximum Drawdown) ตั้งแต่ -32.13% ถึง -68.79%


แต่ก็สามารถ “ฟื้นกลับขึ้นมาสู่จุดเดิม” (Recovery Period) ได้ในระยะเวลา 141 วัน – 569 วัน เท่านั้น หรือใช้เวลา “ไม่ถึง 2 ปี” ก็ “หลุดดอย” !!! สะท้อนถึงพลังชีวิตของหุ้นกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี


อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้นักลงทุนทั่วโลกกลับมาพูดถึง “หุ้น 7 นางฟ้า” อย่างแพร่หลายในช่วงปีที่ผ่านมา เพราะเป็นกลุ่มหุ้นที่มีมูลค่าตลาดรวมกันกว่า 14.59 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 57% ของดัชนี Nasdaq-100 ที่ปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา ย้อนหลัง 1 ปี (ที่มา: Google Finance, วันที่ 4 มิ.ย. 24) บวกไป 27.72% และแน่นอนว่าหุ้นกลุ่มนี้เป็นผู้นำและดึงตลาดโดยรวมขึ้นมาอย่างปฏิเสธไม่ได้


ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ของกลุ่ม “หุ้น 7 นางฟ้า” มีตั้งแต่ -19.16% ถึง +193.42% และมีสัดส่วน P/E ตั้งแต่ 24.69 เท่า – 67.79 เท่า ซึ่งจะเห็นว่ามีความแตกต่างทั้งของราคาและมูลค่าหุ้นในกลุ่มนี้พอสมควร


หลายคนมองเป็น “โอกาส” ที่เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น แต่หลายคนก็มองเป็น “อุปสรรค” กลัวว่าจะเป็นฟองสบู่ที่กำลังจะแตกสลายลงในไม่ช้า


แต่ต้องไม่ลืมว่า...“หุ้น 7 นางฟ้า” นี้เป็นสุดยอด Super Stock” ที่เป็น Global Stock” ซึ่งเป็นผู้นำของแต่ละธุรกิจแห่งอนาคต (New Economy) ที่มีรายได้จากทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในสหรัฐเท่านั้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าคาดการณ์การเติบโตของกำไรของหุ้นกลุ่มนี้ในช่วง 5 ปี (ปี2021-2025) ยังคงสูงเฉลี่ยตั้งแต่ 15 – 127% ต่อปี เลยทีเดียว (ที่มา:  Bloomberg as of 7 Nov 2023)


นั่นทำให้มูลค่าของ “หุ้น 7 นางฟ้า” สมเหตุสมผลและอาจไม่ได้แพงอย่างที่คิด !!!


จะดีแค่ไหน?...ถ้าสามารถเข้าไปลงทุนในหุ้นที่ทรงอิทธิพลของโลกอย่าง “หุ้น 7 นางฟ้า” ได้ในครั้งเดียวเพื่อร่วมเติบโตไปกับอนาคตแห่งโลกการลงทุนไปพร้อมๆ กัน


วันนี้ โอกาสนั้นมาถึงแล้ว เมื่อ “บลจ.แอสเซท พลัส” จัดตะกร้าลงทุนกลุ่ม “หุ้น 7 นางฟ้า” มาให้ลงทุน ผ่าน ASP-MAG7-AI: กองทุนเปิดแอสเซท พลัส แมกนิฟฟิเซิน เซเว่น ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” ที่เตรียมเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 12-18 มิถุนายน 2567


“หุ้น 7 นางฟ้า” ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ...ผู้นำธุรกิจแห่งอนาคต “
Super Stock” ของโลกการลงทุน

“หุ้นสหรัฐ” ในปัจจุบัน ถือเป็นตลาดที่ไม่ถูก ดัชนี S&P500” มี Forward P/E 12M ข้างหน้า 21.83 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 19.46 เท่า (ข้อมูล Bloomberg, วันที่ 31 พ.ค. 24) และหุ้นที่นำตลาดหุ้นสหรัฐบวกขึ้นมาอย่างร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมาก็คือกลุ่ม “หุ้น 7 นางฟ้า” (Magnificent 7) ได้แก่ Apple, Amazon, Alphabet, Meta, Microsoft, Nvidia และ Tesla นั่นเอง


หลายคนเป็นกังวล! เพราะราคาหุ้นวิ่งขึ้นมาสูงจนอดหนาวไม่ได้ (กลัวดอย)


หลายคนสงสัย?...“หุ้น 7 นางฟ้า” ยังจะไปต่อได้หรือไม่?


แล้วจะลงทุน “หุ้น 7 นางฟ้า” ตอนนี้...ช้าไปหรือเปล่า?



ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก...และเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ แต่บน “ตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว” (
Developed Market) ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาหุ้นก็คือ “กำไรของบริษัทจดทะเบียน” นั้นๆ นั่นเอง และ “หุ้น 7 นางฟ้า” ก็เป็นผู้นำในแต่ละธุรกิจในโลกแห่งอนาคต เป็น New Economy” ที่ตัวเลขการเติบโตของกำไรยังคงทรงตัวในระดับที่สูง เป็นพื้นฐานที่แข็งแกร่งที่รองรับกับมูลค่าหุ้นกลุ่มนี้ที่อาจจะดู “แพงกว่าปกติ” แต่กลับ “ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ” แต่ประการใด


ถามว่าทำไม?...


หลายคนมอง “หุ้น 7 นางฟ้า” เป็น “หุ้นเทคโนโลยี” เป็นหุ้นใหญ่ใน “ตลาดหุ้นสหรัฐ” เท่านั้น เมื่อหุ้นสหรัฐวิ่งขึ้นแรงติดจรวดในช่วงที่ผ่านมา นำโดยหุ้นกลุ่มนี้ทั้ง 7 ตัว ก็อดที่จะหวั่นไหวไม่ได้กับมูลค่าในปัจจุบันที่เทรดกันระดับ P/E  ตั้งแต่ 24.69 เท่า – 67.79 เท่า อย่างไรก็ตามต้องไม่ลืมว่า ทั้ง 7 บริษัทนี้ เป็นบริษัทที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง มี Free Cash Flow เป็นบวก กระแสเงินสดเยอะ หนี้น้อย รายได้ก็ค่อนข้างมั่นคง นั่นจึงทำให้ “หุ้น 7 นางฟ้า” สามารถเทรดบน P/E ที่สูงได้


ไม่เพียงเท่านี้ หากมองอย่าง “เปิดใจ” ด้วยความ “เข้าใจ” จะพบว่า...ความจริงอาจต่างจากที่คิด เพราะกลุ่ม “หุ้น 7 นางฟ้า” ไม่ใช่แค่หุ้นสหรัฐเท่านั้น หากแต่เป็น “หุ้นระดับโลก” ที่มี Scale ธุรกิจใหญ่มีรายได้จากทั่วโลก ในขณะที่มีรายได้จากสหรัฐไม่ถึง 50% ที่สำคัญยังเป็น “ผู้นำธุรกิจแห่งอนาคต” ทั้งหมด เป็นผู้ที่ Disrupt คนอื่น และยากที่จะถูกผู้อื่น Disrupt ด้วย


มาดูกันเลยว่า “หุ้น 7 นางฟ้า” เป็นผู้นำในธุรกิจไหนกันบ้าง?

1) “Microsoft Corporation” ผู้นำธุรกิจ Software และ Cloud

2) “Apple Inc.” ผู้นำธุรกิจ Hardware

3) “Nvidia Corporation” ผู้นำธุรกิจ Technology

4) “Alphabet Inc. (Google) ” ผู้นำธุรกิจเทคโนโลยี Search Engine และ Advertising

5) “com Inc.” ผู้นำธุรกิจ E-commerce และ Cloud

6) “Meta Platforms Inc.” ผู้นำธุรกิจ Social Media

7) “Tesla Inc.” ผู้นำธุรกิจรถยนต์ EV


“จะเห็นว่าธุรกิจหลัก (Core Business) ของกลุ่ม ‘หุ้น 7 นางฟ้า’ นั้น ไม่ใช่หุ้นเทคโนโลยีทั้งหมดแบบที่นักลงทุนส่วนใหญ่เข้าใจกัน หากแต่มีธุรกิจหลักที่แตกต่างกันไปและถือเป็นผู้นำในแต่ละธุรกิจด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนั่นคือเป็นหุ้นสไตล์เติบโตสูง (Growth Stock) ที่เป็น ‘Super Stock’ ของโลกการลงทุนจริงๆ เป็น New Economy ที่เป็น ‘Global Stock’ ไม่ได้ถูกจำกัดไว้แค่ในสหรัฐเท่านั้น”


“หุ้น 7 นางฟ้า” กลุ่มหุ้นที่ “ไม่กลัวดอย”...กับโมเดลพอร์ตที่ตอบโจทย์สไตล์ “
Market Cap. Weight”

ด้วยความที่เป็น Super Stock” เป็น Global Stock” ระดับโลก ที่เป็นผู้นำในแต่ละธุรกิจแห่งอนาคต พื้นฐานถือว่าแข็งแกร่ง การเติบโตของรายได้และกำไรยังทรงตัวในระดับสูงสไตล์ “หุ้นเติบโต” (Growth Stock) โดยคาดการณ์การเติบโตของกำไรของหุ้นกลุ่มนี้ในช่วง 5 ปี (ปี2021-2025) ยังคงสูงเฉลี่ยตั้งแต่ 15 – 127% ต่อปี เลยทีเดียว (ที่มา:  Bloomberg as of 7 Nov 2023)


ที่สำคัญ “หุ้น 7 นางฟ้า” นี้ เคย “ขาดทุนสูงสุด” (Maximum Drawdown) ตั้งแต่ -32.13% ถึง -68.79% มาแล้ว แต่ก็สามารถ “ฟื้นกลับขึ้นมาสู่จุดเดิม” (Recovery Period) ได้ในระยะเวลา 141 วัน – 569 วัน เท่านั้น หรือใช้เวลา “ไม่ถึง 2 ปี” ก็ “หลุดดอย” !!! สะท้อนถึงพลังชีวิตของหุ้นกลุ่มนี้ได้เป็นอย่างดี


เป็นกลุ่มหุ้นที่เชื่อมั่นว่า...ลงทุนยังไง ให้ “ติดดอย” ก็จะ “หลุดดอย” ได้อย่างแน่นอน !!!


และด้วยความเชื่อที่ว่า “หุ้น 7 นางฟ้า” แต่ละตัวก็มีจังหวะและโอกาสของตัวเองที่แตกต่างกันออกไป ทาง “บลจ.แอสเซท พลัส” จึงออกแบบโมเดลการลงทุนโดยใช้ตะกร้าหุ้นที่ถ่วงน้ำหนักตามมูลค่าตลาดของหุ้นแต่ละตัวแทน (Market Cap. Weight) โดยให้นักลงทุนเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องของ “จังหวะลงทุน” ด้วยตัวเอง



ซึ่งพอร์ตเบื้องต้น (คำนวณตาม
Market Cap. ณ วันที่ 4 มิ.ย. 24) จะมีหน้าตาประมาณนี้

  • MSFT: Microsoft Corporation” ประมาณ 21%

  • AAPL: Apple Inc.” ประมาณ 20%

  • NVDA: Nvidia Corporation” ประมาณ 19%

  • GOOGL: Alphabet Inc.” ประมาณ 15%

  • AMZN: Amazon.com Inc.” ประมาณ 13%

  • META: Meta Platforms Inc.” ประมาณ 8%

  • TSLA: Tesla Inc.” ประมาณ 4%


นั่นทำให้ ASP-MAG7-AI: กองทุนเปิดแอสเซท พลัส แมกนิฟฟิเซิน เซเว่น ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อยเหมาะกับนักลงทุนที่มองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงจากหุ้นยักษ์ใหญ่ระดับโลกทั้ง 7 ตัว ที่เรียกว่า หุ้น 7 นางฟ้า โดยสามารถจัดสรรเงินมาลงทุนได้อย่างสบายใจ 10 – 20% ในพอร์ต หรือไม่เกิน 30% ของพอร์ตการลงทุน”


ในช่วงที่ดอกเบี้ยผ่านจุดสูงสุดไปแล้วและกำลังเข้าสู่วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” ย่อมจะส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มเติบโต (Growth Stock) ซึ่งรวมถึง “หุ้น 7 นางฟ้า” ด้วยเช่นกัน แต่ที่สำคัญที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนราคาหุ้นต่อไปก็คือ กำไรที่ยังคงเติบโตในระดับที่สูงอย่างต่อเนื่องนั่นเอง ใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตในหุ้นที่เป็น Super Stock ผู้นำธุรกิจระดับโลกอย่าง “หุ้น 7 นางฟ้า” เชื่อว่ากองทุน “ASP-MAG7-AI” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ให้กับคุณได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต “ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน”


ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.assetfund.co.th/adv/fund/ASP-MAG7-AI


สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่

บลจ. แอสเซท พลัส โทร. 0-2672-1111 www.assetfund.co.th