“ThaiESG” ลงทุนได้ทั้ง “รักษ์โลก” & “ผลตอบแทน”... ชู “ตราสารหนี้-ESG” น่าสนใจ “เสี่ยงต่ำ-ผลตอบแทนเหนือเงินฝาก” !!!
Fun of Funds: สำหรับ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) เป็นอีกทางเลือกของการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนระยะยาวใน “กิจการที่เน้นความยั่งยืน” และได้รับ “สิทธิประโยชน์ทางภาษี”
โดยสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ 30% ของรายได้ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท และต้องถือครองหน่วยลงทุนจนครบ “8 ปี” นับจากวันที่ซื้อ
ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าภาครัฐกำลังจะปรับเพิ่มประโยชน์ทางภาษี โดยลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้นเป็นสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท และลดระยะเวลาการถือครองลงเหลือ “7 ปี” เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนเข้า “ตลาดหุ้นไทย” ให้มากขึ้น (ซึ่งคงต้องรอทางภาครัฐยืนยันข่าวนี้อีกครั้ง)
อย่างไรก็ตาม “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investment) ที่คำนึงถึงเรื่อง “ESG” นั้น ถือเป็นหนึ่งใน “Megatrend” ของโลกการลงทุนอย่างปฏิเสธไม่ได้ จึงเป็นทางเลือกที่เป็นทางรอดของโลกใบนี้ที่ทวีความสำคัญมากขึ้นตามลำดับ
ในไทยเอง กองทุน “ThaiESG” ก็เป็นหนึ่งหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจที่คุณจะได้มีส่วนร่วมในการ “รักษ์โลก” ได้ง่ายๆ ผ่านการลงทุน วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน

“ตราสารหนี้ ESG”: เสี่ยงต่ำ-สร้างผลตอบแทนเหนือเงินฝากระยะยาว
“การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investment) เป็นการลงทุนที่คำนึงถึงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม (E: Environmental), สังคม (S: Social) และบรรษัทภิบาล (G: Governance) หรือ “ESG” ของธุรกิจประกอบการตัดสินใจลงทุนควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาวและสร้างผลกระทบเชิงบวกนั่นเอง
โดย “ธิดาศิริ ศรีสมิต” Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย บอกว่า ในต่างประเทศการลงทุนด้าน ESG มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในไทยเองก็เช่นกันแม้จะยังมีขนาดไม่ใหญ่มากก็ตาม ซึ่งภาครัฐเองก็พยายามส่งเสริมหนึ่งในนั้นก็คือ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) ปัจจุบันมีสินทรัพย์สุทธิประมาณ 6.8 พันล้านบาท ส่วนใหญ่จะลงทุนใน “หุ้นไทย-ESG” เป็นหลัก ที่เหลือเป็น “ตราสารหนี้-ESG” ซึ่งในไทยเองเนื่องจากช่วงเวลาที่ค่อนข้างสั้นสำหรับการลงทุนด้าน ESG ประโยชน์ส่วนเพิ่มจากการลงทุนแบบ ESG กับการลงทุนปกติทั่วไปจึงยังไม่เห็นความแตกต่างในแง่ของผลตอบแทนมากนัก แต่ในเรื่องของความเสี่ยงจากการดำเนินธุรกิจซึ่งมีผลกระทบมาจากกฎเกณฑ์ต่างๆ ของโลกในเรื่อง ESG ถือว่า “น้อยกว่า” บริษัทโดยปกติทั่วไป

(ธิดาศิริ ศรีสมิต)
“ที่สำคัญการลงทุนด้าน ‘ESG’ ยังเป็นหนึ่งใน ‘Megatrend’ ของโลกการลงทุน ซึ่งเพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แต่ก็มีส่วนสำคัญในการสนับสนุนบริษัทที่ดีที่คำนึงถึงเรื่อง ESG ให้มีส่วนร่วมกับการดูแลโลกอย่างเป็นรูปธรรม ในมุมของนักลงทุนเองก็อยากให้มองในมิตินี้ด้วย ในการมีส่วนร่วมในการ ‘รักษ์โลก’ ผ่านการลงทุน โดยยังคงคาดหวังผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้”
“บลจ.กสิกรไทย” ส่ง “K-ESGSI-ThaiESG”...ลุยตราสารหนี้ภาครัฐเพื่อความยั่งยืน
การตระหนักถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยพิจารณาถึงความสมดุลทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ช่วยส่งเสริมให้โลกและสังคมไทยมีความน่าอยู่และยั่งยืนได้ในระยะยาว โดยเฉพาะสำหรับคนรุ่นหลัง ปัจจุบันจะเห็นได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้หลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยต่างตระหนักและมุ่งสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและสังคมที่ยั่งยืนมีความต้องการใช้เงินทุนจำนวนมหาศาล ซึ่งหนึ่งในแหล่งการระดมทุนที่ได้รับความสนใจ นั่นคือ การออก “ตราสารหนี้ด้านความยั่งยืน” (ESG Bond) ซึ่งในประเทศไทยมีการออกทั้งจากภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง และมีการเติบโตอย่างชัดเจน
“ทั้งนี้ บลจ.กสิกรไทย พร้อมสนับสนุนให้ผู้ลงทุนได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้สังคมไทยน่าอยู่มากขึ้น ควบคู่ไปกับการสร้างโอกาสรับผลตอบแทนในระยะยาวจากการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงได้จัดตั้ง ‘กองทุนเปิดเค ตราสารภาครัฐ ESG ชนิดไทยเพื่อความยั่งยืน’ (K-ESGSI-ThaiESG) ที่เน้นลงทุนตราสารหนี้ภาครัฐของไทยในกลุ่มความยั่งยืนโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV โดยเปิดเสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 24 มิ.ย. – 1 ก.ค. 24 นี้”
สำหรับ “ตราสารหนี้-ESG” นั้นมีจุดประสงค์เพื่อนำเงินไปใช้สำหรับโครงการต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเกิดประโยชน์ต่อสังคมไทย อาทิ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ การพัฒนาระบบขนส่งด้วยพลังงานสะอาด โครงการปลูกป่า เป็นต้น จึงถือเป็นอีกทางเลือกที่มี “ความเสี่ยงต่ำ” และมีโอกาสสร้าง “ผลตอบแทน” ที่ดีกว่าเงินฝากในระยะยาว ที่สำคัญการลงทุนผ่านกองทุน “ThaiESG” ยังได้ช่วย “รักษ์โลก” และมี “ประโยชน์ทางภาษี” ให้อีกด้วย
