“ES-EG” ลุย “หุ้นยุโรป” ของดีราคาถูก... รับศก.ฟื้น-เพิ่มมูลค่าเงินลงทุนระยะยาว !!!
กองทุนติดดาว: กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “European Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นยุโรป” เพื่อเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาวให้สูงกว่าดัชนี MSCI Europe Index
ล่าสุดช่วงต้นเดือนมิ.ย.24 ที่ผ่านมา “ธนาคารกลางยุโรป” (ECB) ได้ลดดอกเบี้ยนโยบายลงครั้งแรก 0.25% มาอยู่ที่ 4.25% ถือเป็นจุดจบดอกเบี้ยขาขึ้นเรียบร้อย หลังตัวเลขเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวลง เช่นเดียวกับคาดการณ์เศรษฐกิจที่คาดว่าจะขยายตัว 0.9% และ 1.4% ในปี24 และ 25 ตามลำดับ
ตั้งแต่ต้นปีมา “หุ้นยุโรป” บวกขึ้นมาแล้วกว่า +7.34% แต่ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มูลค่ายัง “ถูก” มี Forward 12M P/E 13.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 14.6 เท่า จึงเป็นอีกตลาดที่น่าสนใจเลยทีเดียว (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 21 มิ.ย. 24)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นยุโรป” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“ES-EG” ลุย “หุ้นยุโรป” เพิ่มมูลค่าเงินลงทุนระยะยาว
สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า “กองทุนเปิดอีสท์สปริง European Growth” (ES-EG) บริหารจัดการโดย ‘บลจ.อีสท์สปริง’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2557 มีนโยบายลงทุน “หุ้นยุโรป” เพื่อเพิ่มมูลค่าเงินลงทุนในระยะยาวให้สูงกว่าดัชนี MSCI Europe Index ผ่านกองทุนหลัก ‘Wellington Strategic European Equity Fund’ บริหารจัดการโดย Wellington Management International Ltd.

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘‘ES-EG’’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 24) นั้น พบว่า 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
-
United Kingdom 32.8%
-
Germany 17.6%
-
France 12.4%
-
Switzerland 6.1%
-
Belgium 6.1%
ส่วน 5 อุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
-
Industrials 37.6%
-
Consumer Staples 16.3%
-
Financials 15.0%
-
Materials 6.8%
-
Health Care 6.8%
“โดยหุ้นที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด 5 อันดับแรกนั้น ได้แก่ British-Amer Tobacco, Rheinmetall AG, Erste Group Bank AG, Holcim AG, และ ABB Ltd ตามลำดับ”

“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘ES-EG’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 7.01% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 8.22% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 15.62% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 16.90% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -34.27%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 1 บาท
สำหรับผู้ลงทุนที่อยากจะลงทุนในกองทุนดังกล่าวก็สามารถลงทุนเริ่มต้นได้โดยด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำทั้งใน “การซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” ที่ 1 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนอยู่ที่ 1 บาท โดยยอดคงเหลือขั้นต่ำไม่มีกำหนดไว้แต่ประการใด โดยการขายคืนจะได้รับเงินค่าขายคืนภายใน 4 วัน ทำการนับจากวันที่ขาย (T+4)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขาและตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆ ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดกองทุน อีสท์สปริง จำกัด แต่งตั้งขึ้น หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ https://www.eastspring.co.th และโมบายแอพพลิเคชั่น ttb touch
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนที่มีศักยภาพในสินทรัพย์ที่ยังมีราคา “ถูก” เชื่อว่า “หุ้นยุโรป” จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี ภายใต้ทิศทางเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว และนโยบายดอกเบี้ยก็เข้าสู่ “ขาลง” ยังช่วยสนับสนุนการลงทุนในตลาดหุ้นอีกทางหนึ่งด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
