“ตลาดตราสารหนี้ไทย” สิ้นไตรมาส2 ขนาด 95% GDP แซงหน้า “ตลาดหุ้นไทย” เรียบร้อย... ชี้ “หุ้นกู้มีปัญหา” ไม่เลวร้ายกว่าเดิม มั่นใจทั้งปี “ยอดออกหุ้นกู้” มีโอกาสแตะ 1 ล้านลบ. !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องความเคลื่อนไหวใน “ตลาดตราสารหนี้ไทย” กันบ้าง สิ้นไตรมาสที่2/24 มีมูลค่าคงค้าง 17 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปีที่แล้ว เป็นการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก
คิดเป็น 95% ของ GDP แซงหน้า “ตลาดหุ้นไทย” ที่คิดเป็น 90% GDP ไปเรียบร้อยแล้ว !!!
โดยในช่วงครึ่งปีแรก “ต่างชาติ” ขายสุทธิในตลาดตราสารหนี้ไทยไป 66,514 ล้านบาท และแนวโน้มในครึ่งปีหลังยังคงไหลออกต่อเนื่อง
ส่วน “หุ้นกู้ระยะยาว” ครึ่งปีแรกมียอดทั้งสิ้น 494,371 ล้านบาท โดย 95% เป็นกลุ่ม “Investment Grade” ส่วนอีก 5% เป็นกลุ่ม “High Yield” ทั้งนี้ยังคงเป้าหมายการออกทั้งปีไว้ที่ 0.9 – 1.0 ล้านล้านบาท
ทิศทางของ “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ที่ผ่านมาและช่วงที่เหลือของปีจะเป็นยังไงนั้น ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจมาอัพเดทให้ฟังกัน

“ตลาดตราสารหนี้ไทย” ไตรมาส2/24 โตแตะ 17 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7%...ส่วน “ต่างชาติ” ขายไม่กระทบตลาด
โดย “ดร.สมจินต์ ศรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) บอกว่า สิ้นไตรมาส2/24 มูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทยอยู่ 17 ล้านล้านบาท คิดเป็น 95% ของ GDP เพิ่มขึ้น 2.7% จากสิ้นปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของพันธบัตรรัฐบาลเป็นหลัก โดยในช่วงครึ่งปีแรกนั้น “ต่างชาติ” ขายสุทธิตราสารหนี้ไทย 66,514 ล้านบาท อย่างไรก็ตามไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้แต่ประการใด ซึ่งการขายของต่างชาตินั้นมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) ส่วนต่างของดอกเบี้ยสหรัฐและไทยที่ต่างกันค่อนข้างมาก 2.75-3.00% ประกอบกับการที่ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) คงดอกเบี้ยไว้นานกว่าคาดจากเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและเงินเฟ้อที่ยังดื้อทรงตัวสูง ทำให้ช่วงที่ผ่านมามีเงินไหลกลับเข้าไปลงทุนในสหรัฐไม่ใช่เฉพาะแต่ไทยเท่านั้น

(ดร.สมจินต์ ศรไพศาล)
และ 2) การที่ “พันธบัตรรัฐบาลอินเดีย” ได้ถูกรวมในการคำนวณใน “ดัชนีตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่” ของ J.P. Morgan (GBI-EM) โดยทยอยปรับเพิ่มขึ้นเดือนละ 1% เป็นเวลา 10 เดือน จาก 28 มิ.ย. 24 ไปสิ้นสุดมี.ค.25 ที่จะส่งผลให้ “ตราสารหนี้ไทย” มีสัดส่วนในดัชนีลดลงประมาณ 1.6% ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ไทยหลังจบกระทวนการประมาณ 3,200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 120,000 ล้านบาท)
“จาก 2 ปัจจัยดังกล่าว คาดว่าจะทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังนั้น เงินต่างชาติยังมีแนวโน้มที่จะไหลออกต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดตราสารหนี้ไทยแต่ประการใด เพราะต่างชาติเองมีการถือครองตราสารหนี้ไทย ณ สิ้นไตรมาสที่2.24 จำนวน 8.7 แสนล้านบาท คิดเป็น 5.1% ของมูลค่าคงค้างตลาดตราสารหนี้ไทย เท่านั้น ตราสารหนี้ที่ถือมีอายุเฉลี่ย 9.0 ปี เพิ่มขึ้นจาก 8.6 ปี จากสิ้นปีก่อน จะเห็นว่าต่างชาติเองก็ถือลงทุนระยะยาวเป็นส่วนใหญ่ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ตลาดคาด Fed จะลดดอกเบี้ยลง 1 ครั้งในช่วงปลายปีนี้ แต่ก็เป็นการลดจากระดับที่สูงส่วนต่างกับไทยก็ยังคงมากอยู่ ตรงนี้คงติดตามดูพัฒนาการต่อไปแต่ก็จะเป็นโมเมนตัมเชิงบวกต่อทิศทางเงินทุนต่างชาติได้เช่นกัน”
“หุ้นกู้”: ครึ่งปีแรกยอดออกหุ้นกู้ 4.94 แสนลบ....มั่นใจทั้งปีตามเป้า 0.9 – 1.0 ล้านลบ.
ในส่วนของตลาดหุ้นกู้นั้น “อริยา ติรณะประกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) บอกว่า การออกตราสารหนี้ภาคเอกชนระยะยาว (หุ้นกู้ระยะยาว) ช่วงครึ่งปีแรกมีมูลค่า 494,371 ล้านบาท โดย 95% เป็นการออกของหุ้นกู้ในกลุ่ม “Investment Grade” ส่วนอีก 5% เป็นกลุ่ม “High Yield” ซึ่งมีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าการออกของกลุ่มนี้มีลักษณะเป็นหุ้นกู้มีประกันในสัดส่วนที่สูงถึง 81% สำหรับในครึ่งแรกปี24 สูงขึ้นจาก 48% ในปี23 เพื่อจะให้ขายได้ง่ายขึ้น ซึ่งหลักประกันส่วนใหญ่ประมาณ 52% จะใช้เป็นที่ดินและอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก อย่างไรก็ตามพบว่าการออกหุ้นกู้ในภาพรวมลดลงทุกกลุ่มอันดับเครดิตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

(อริยา ติรณะประกิจ)
แต่ถ้าเทียบกับจำนวนหุ้นกู้ที่ครบอายุในช่วงครึ่งปีแรกนั้นการออกหุ้นกู้ส่วนใหญ่ก็ออกมา Cover จำนวนที่ครบอายุได้หมด จะมีเพียงกลุ่ม High Yield เท่านั้นที่ออกมาลดลงไม่ Cover ที่ครบกำหนด แต่ก็ไม่น่ากังวลอะไรเพราะบริษัทในกลุ่มนี้ก็มีหันไปใช้แหล่งเงินอื่นที่หลากหลายทั้งการเพิ่มทุน, สินเชื่อแบงก์ หรือการขายสินทรัพย์ เป็นต้น ในภาพรวมกลุ่ม High Yield อาจจะขายได้ยากขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักลงทุนเองก็ใช้ความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้นด้วยเช่นกันหันไปเน้นในกลุ่มที่มีคุณภาพดีมากขึ้น
“ในช่วงครึ่งปีหลังมี ‘หุ้นกู้ระยะยาว’ ครบกำหนด 442,910 ล้านบาท กว่า 89% อยู่ในกลุ่ม Investment Grade ซึ่งเรายังคงเป้ายอดออกทั้งปีไว้ที่ระดับ 0.9 – 1.0 ล้านล้านบาท แต่ถ้าแบงก์ชาติลดดอกเบี้ย ตรงนั้นอาจจะเป็นปัจจัยบวกที่จะหนุนเข้ามาให้ยอดออกทะลุเป้าที่ตั้งไว้ได้เช่นกัน”
ส่วนของ “หุ้นกู้มีปัญหา” ในภาพรวมถือว่าสถานการณ์ไม่ได้แย่ไปกว่าเดิม ครึ่งปีแรกมีหุ้นกู้ “ผิดนัดชำระหนี้” (Default) 3 บริษัท ได้แก่ PPH, CISSA และ IRIS รวม 1,101 ล้านบาท และ “เลื่อนชำระหนี้” (Delay) 9 บริษัท ได้แก่ ITD, SNW, GLOCON, PROEN, JCK, CGD, ECF, JCKD และ APCS รวม 18,876 ล้านบาท
“สำหรับ 3 บริษัทที่ Default นั้น ไม่ได้เซอร์ไพรส์อะไร เพราะเป็นบริษัทที่มีปัญหามาตั้งแต่ช่วงวิกฤติ COVID-19 และเป็นบริษัทขนาดเล็กการออกไม่มาก ส่วนกลุ่มที่ขอเลื่อนชำระหนี้นั้นก็มีทั้งบริษัทเดิมและบริษัทใหม่ ซึ่งตราบเท่าที่บริษัทเหล่านี้มีความตั้งใจในการจ่ายดอกเบี้ยและยังจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินต้นได้ตามที่ขอขยายเวลา ผู้ลงทุนก็คงพร้อมจะยืดเวลาให้ได้เรื่อยๆ แต่ถ้าทำไม่ได้ ก็อาจไม่ได้ไปต่อเพราะผู้ลงทุนไม่อนุมัติให้ยืดหนี้ได้เช่นกัน แต่สถานการณ์ในภาพรวมถือว่าไม่ได้แย่ไปกว่าเดิมแต่ประการใด”
นี่คือบางส่วนของ “ตลาดตราสารหนี้ไทย” ในช่วงครึ่งปีแรกที่ยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง และทั้งปีก็ยังมีแนวโน้มที่เป็นบวก ส่วนเงินลงทุนต่างชาติแม้จะยังมีแนวโน้มไหลออกในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดแต่ประการใด ในขณะที่ตลาดหุ้นกู้ทั้งปีตัวเลขการออกที่ระดับ 0.9 – 1.0 ล้านล้านบาท ยังหวังได้ ที่เหนือยหน่อยคงเป็นกลุ่ม “High Yield” ที่อาจจะขายยากขึ้นเท่านั้นเอง
