Official Update :

“กองทุน ESG” ในไทยคิดเป็น 1.3% ของทั้งระบบ ชี้ยังโตได้อีกมาก... ส่วน “ThaiESG” ครึ่งปีแรกผลงานทรุดติดลบเฉลี่ย -7.73% “MEGA20THAIESG” ร่วงสุด -13.53% !!!

Fun of Funds: “การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investment) ไม่ใช่แค่กระแสหากแต่เป็นทางรอดที่เป็นแนวโน้มหลักหนึ่งของโลกการลงทุน ที่จะช่วยผลักดันขับเคลื่อนสู่ “โลกที่ยั่งยืน”


จุดเริ่มต้นมาจากฝั่งตะวัตกใน “ยุโรป” ก่อนจะกระจายขยายวงไปทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยเองก็ตาม


ณ 28 มิ.ย. 24 “กองทุน ESG” มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1.26% ของกองทุนรวมทั้งหมดที่ 5.36 ล้านล้านบาท (ที่มา: aimc.or.th)


อย่างไรก็ตามในภาพรวมแล้ว AUM ของกลุ่ม “กองทุน ESG” ยังคงปรับตัวลดลง -5.53% จากสิ้นปีก่อน


ซึ่ง “กองทุน ESG” เองก็มีหลากหลายรูปแบบด้วยกัน แต่ชั่วโมงนี้ทุกสายตาคงโฟกัสไปที่กลุ่ม “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) เป็นสำคัญ ที่กำลังจะมีการปรับอัพเกรดเงื่อนไขใหม่เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนเข้า “ตลาดหุ้นไทย” ให้กลับมาคึกคักสดใสได้อีกครั้งนั่นเอง


แนวโน้มการเติบโตของ “กองทุน ESG” จะเป็นเช่นไร วันนี้ ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน



ครึ่งแรกปี24 “
ThaiESG” ผลตอบแทนดิ่งตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -7.73%...“KKP GB THAI ESG” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +1.37% ส่วน “MEGA20THAIESG” ร่วงสุด -13.53%

แม้ การลงทุนอย่างยั่งยืน” (Sustainable Investment) จะเป็นหนึ่งใน Megatrend ของโลกการลงทุนก็จริง แต่ผลตอบแทนก็เป็นหนึ่งในสิ่งที่นักลงทุนทุกคนคาดหวังควบคู่กันไปด้วยเช่นกัน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาผลงานของกลุ่ม “กองทุน ESG” ทั้งในต่างประเทศและในประเทศเองก็ยังไม่ Perform เท่าไรนัก ซึ่งในต่างประเทศนั้นพอจะเข้าใจได้ หุ้นที่ Perform ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและแน่นอนกองทุนแต่ละกองคงไม่ได้ให้น้ำหนักได้มากขนาดนั้น ผลตอบแทนที่ได้จึง Underperform อยู่บ้างพอสมควรแต่แนวโน้มก็ยังคงเป็นบวกให้ได้ชื่นใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย


หันมาดูผลงานของกลุ่มกองทุน ThaiESG” ในช่วงแรกปี24 กันบ้าง ทั้ง 31 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย -7.73% ในขณะที่ SET TRI -6.07% โดยกองทุนที่มีผลงานดีสุดให้ผลตอบแทน +1.37% และกองที่มีผลงานแย่สุดให้ผลตอบแทนติดลบ – 13.53% หรือต่างกันอยู่ 14.90% โดยมีถึง 30 กอง คิดเป็น 97% ที่ผลตอบแทน “ติดลบ”


สำหรับ 5 กองทุน “ThaiESG” ที่มีผลงาน “ดีสุด” ช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่

1)KKP GB THAI ESG” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร  +1.37%

2)ASP-ThaiESG” ของบลจ.แอสเซท พลัส  -2.52%

3) “ONE-THAIESG” ของบลจ.วรรณ  -5.00%

4) “B-TOP-THAIESG” ของบลจ.บัวหลวง  -5.49%

5) “KTAG70/30-ThaiESG” ของบลจ.กรุงไทย  -5.83%



ส่วน 5 กองทุน “ThaiESG” ที่มีผลงาน “แย่สุด” ช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่

1) “MEGA20THAIESG” ของบลจ.ทาลิส ติดลบ                           -13.53%

2) “KKP EQ THAI ESG” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร                   -9.88%

3) “KWI ThaiESG-D” ของบลจ.เคดับบลิวไอ                               -9.82%

4) “T-ThaiESG-D” ของบลจ.ทิสโก้                                             -9.32%

5) “LHTHAIESG-D” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์                         -9.32%


“กองทุน
ESG” Megatrend ของโลกการลงทุน...ได้ทั้ง “ผลตอบแทน + รักษ์โลก”

โดยธิดาศิริ ศรีสมิต” Chief Investment Officer บลจ.กสิกรไทย บอกว่า สำหรับ “กองทุน ESG” ในไทยนั้ ประมาณ 60% เป็นกองทุน Feeder Fund ที่ลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศซึ่งได้รับความนิยมและมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี2021 กว่า 3 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ก่อนหน้าปี2021 กองทุนรวมที่มีกลยุทธ์เน้นทางด้าน ESG ส่วนใหญ่จะเป็นกองทุนในประเทศและเน้นปัจจัยด้าน “ธรรมาภิบาล” เป็นหลัก เนื่องจากในอดีตการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนไทยรวมถึงตัวชี้วัดในด้านสังคม (Social) และสิ่งแวดล้อม (Environmental) เพื่อนำมาใช้ในการประวิเคราะห์และประเมินมีค่อนข้างจำกัดเมื่อเปรียบเทียบกับประเด็นในด้านธรรมาภิบาล (Governance) ต่างกับในภูมิภาคยุโรปหรืออเมริกาที่ประเด็นด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมได้รับความสนใจเป็นวงกว้างซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะมาจากค่านิยมและวัฒนธรรมที่ให้ความสำคัญรวมถึงระดับการพัฒนาการทางเศรษฐกิจ


(ธิดาศิริ ศรีสมิต)


“ประกอบกับหน่วยงานที่กำกับดูแลได้มีการเริ่มออกกฎเกณฑ์การเปิดเผยข้อมูลและบังคับใช้แล้วมาเป็นระยะเวลาหนึ่งซึ่งทำให้การเข้าถึงข้อมูลทำได้ง่าย ดังนั้นปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมจะเป็นที่นิยมในการนำมาใช้ในการกำหนดกลยุทธ์การลงทุนแบบ ESG โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาและส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่เป็นวงกว้าง ทำให้การลงทุนด้าน ESG เติบโตอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นหนึ่งใน Megatrend ของโลกการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่อง ผลตอบแทน และ รักษ์โลก ควบคู่กันไปแบบ 2 in 1 เลยทีเดียว”


“กองทุน
ESG” ในไทยยังมีโอกาสโตอีกมากจากปัจจุบัน 1.3% ของกองทุนทั้งหมด...ในขณะที่ในโลกอยู่ที่ 24.4%

สำหรับการเติบโตของกองทุนรวมที่มีกลยุทธ์ที่เน้นด้าน ESG ที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทย ทั้งในด้าน AUM และจำนวนกองทุนไม่ค่อยมีการเปลี่ยนแปลงมากนักจากปี 2018 ภายหลังมีการจัดตั้งกองทุน Thai CG” ธรรมาภิบาลไทยซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง 11 บลจ. ภายใต้นโยบายการลงทุนที่เน้นเรื่องธรรมาภิบาลและการต่อต้านคอร์รัปชั่น


จนมาถึงปลายปี 2023 ที่ทางรัฐบาลได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อความยั่งยืน โดยมีการอนุมัติจัดตั้ง “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (Thai ESG) ซึ่งมีสิทธิพิเศษในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ทำให้อุตสาหกรรมมีการออกกองทุน Thai ESG มาเสนอขายผู้ลงทุนกว่า 31 กองทุน สิ้น มิ.ย. 24 มี AUM รวมกันกว่า 6.7 พันล้านบาท และน่าจะมีแนวโน้มเติบโตได้อีกหลังจากที่ภาครัฐจะปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการลงทุนเพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ตลาดหุ้นไทยให้เพิ่มมากขึ้น


“อย่างไรก็ตามมูลค่ากองทุนรวมในประเทศไทยที่มีกลยุทธ์การลงทุนเน้นปัจจัยด้าน ESG ยังมีสัดส่วนที่ค่อนข้างต่ำคิดเป็นแค่ประมาณ 1.3% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมกว่า 5.3ล้านล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับสัดส่วนของการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนทั่วโลกที่คิดเป็น 24.4% ของมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารทั้งหมด ณ สิ้นปี 2022 ที่ 124.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ที่มา: อ้างอิงจาก Global Sustainable Investment Review 2022 by GSIA) นั่นทำให้กลุ่ม กองทุน ESG’ ในไทยเองนั้น ยังมีโอกาสเติบโตขึ้นได้อีกมากเลยทีเดียวจากปัจจุบัน แม้ว่าผลตอบแทนอาจจะยังไม่ได้แตกต่างจากกลุ่มกองทุนรวมทั่วไป แต่นี่คือโอกาสที่นักลงทุนจะได้มีส่วนร่วมในการมีส่วนร่วมในการ รักษ์โลก พร้อมกับโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวได้เป็นอย่างดี”


“บลจ.กสิกรไทย” ร่วมมือด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนกับ “ลอมบาร์ด โอเดียร์” (
Lombard Odier) ในช่วงปลายเดือนก.พ.24

ช่วงต้นปีที่ผ่านมาทาง “บลจ. กสิกรไทย” ได้มีการส่งผู้บริหารและบุคลากรจากทีมจัดการลงทุนรวมไปถึงฝ่ายวิเคราะห์ความเสี่ยงไปอบรมในเรื่อง “การลงทุนเพื่อความยั่งยืน” (Sustainable Investment) ในเชิงลึกและปฏิบัติงานร่วมกับทาง  Lombard Odier Investment Managers ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษเป็นเวลากว่า 3 เดือน เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจและทักษะในเรื่องการลงทุนเพื่อความยั่งยืนตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูลและการบริหารพอร์ตลงทุนเพื่อนำมาช่วยปรับปรุงกระบวนการจัดการลงทุนรวมไปถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์การลงทุนเพื่อความยั่งยืน ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


จากหลักการลงทุนเพื่อความยั่งยืนที่ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ว่าการเติบโตของธุรกิจและเศรษฐกิจจะต้องไม่ทิ้งความเสียหายไว้ให้กับโลก และคำนึงถึงคนรุ่นหลัง ดังนั้นการมองทรัพยากรธรรมชาติเป็นแกนสำคัญของการพัฒนาทางเศรษฐกิจจะช่วยให้เราเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนได้ และฐานะนักลงทุนเราสามารถหาโอกาสและสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตที่ยั่งยืนได้ โดย Lombard Odier ได้เรียกโมเดลเศรษฐกิจที่มุ่งสู่ความยั่งยืนนี้ว่า “CLIC Economy” ซึ่งย่อมาจาก

  • Circular (C):การใช้ทรัพยากรแบบหมุนเวียน

  • Lean (L):การลดความสูญเปล่าหรือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

  • Inclusive (I): ความเท่าเทียมกันทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม

  • Clean (C):เศรษฐกิจบนสิ่งแวดล้อมสะอาด


“ทั้งนี้การพิจารณาความยั่งยืนบนกรอบและหลักเกณฑ์ด้าน ESG เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะมองหาธุรกิจที่จะเป็นผู้ชนะในระยะยาวได้ การลงทุนเพื่อความยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยการคาดการณ์แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในอนาคตในระหว่างการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน (Transition to Sustainable Economy) หรือเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Economy) เช่น แนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของบริษัทเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน ขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยพิจารณาจากความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุน การตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป และการใช้ประโยชน์จากโอกาสต่างๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพรวมถึงการปรับใช้เทคโนโลยีที่มี ซึ่งจะต้องให้ความสำคัญกับแผนงานทางธุรกิจของบริษัทในการขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคตควบคู่ไปกับแนวปฏิบัติของบริษัทในปัจจุบัน”


กองทุน K-TNZ-A(A) และ K-TNZ-ThaiESG เป็นหนึ่งในผลงานที่เกิดจากความร่วมมือด้านการลงทุนเพื่อความยั่งยืนระหว่าง “บลจ.กสิกรไทย” กับ Lombard Odier ที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนมีเป้าหมายในการช่วยสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในขณะที่มุ่งสร้างผลตอบแทนของกองทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีSET100 TRI ล่าสุดเรายังได้นำเสนอ “K-ESGSI-ThaiESGที่ลงทุนในตราสารหนี้ ESG เป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้กับนักลงทุนที่สนใจอีกด้วย


ทั้งนี้ ทาง “บลจ.กสิกรไทย” เชื่อมั่นว่า การเปลี่ยนแปลงไปสู่ “ความยั่งยืน” ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการผลักดันเพื่อให้เกิดความสำเร็จไม่ว่าจะการกำหนดนโยบายและกฎเกณฑ์จากภาครัฐ ความต้องการของผู้บริโภค แรงสนับสนุนจากนักลงทุนและสถาบันการเงิน ตลอดจนความมุ่งมั่นและการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงจากภาคธุรกิจจึงจะบรรลุเป้าหมายในการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืนได้ตามเป้าหมายต่อไปนั่นเอง


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

โต๊ะกองทุน WealthyThai

Most Viewed
Stock of the Day
จับตา El Niño เสี่ยงดันเงินเฟ้อรอบใหม่ ผลผลิตเกษตรลด-ราคาอาหารพุ่ง เปิดโผธุรกิจไหน ได้/เสีย ประโยชน์
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“ALLY” พร้อม Transform สู่ “Urban Experience Platform” ภายใต้แนวคิด “Where Life Feels Right”… ส่วน “ALLY REIT” เตรียมเพิ่มทุนครั้งที่2 ลุย 3 โครงการใหม่ มูลค่า 1.51 พันลบ. !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
หุ้นแบงก์พุ่งยกแผง รับปัจจัยหนุนรอบด้าน รัฐเร่งลงทุน-ลุ้น Q2 กำไรดีกว่าคาด บอนด์ยีลด์ทรงตัวสูง-ปันผลเด่น
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
“ทิสโก้” แนะกลยุทธ์ลงทุน ก.ค.69 คาด SET ครึ่งปีหลังขึ้นแบบมีคุณภาพ คงเป้าดัชนี 1,600 จุด แม้ DELTA อาจเป็นตัวถ่วง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
บางจากฯ คว้า 6 รางวัลความเป็นเลิศระดับเอเชีย ในงาน The 16th Asian Excellence Award
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us