Official Update :

คาด “สหรัฐขึ้นภาษี” กดดันตลาดช่วงครึ่งปีหลัง...แต่ระยะยาว “หุ้นสหรัฐ” ยังน่าสนใจลงทุน !!!

จากนโยบายของ “โจ ไบเดน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบัน ที่ได้เตรียมออกนโยบายพิจารณาการ “ปรับขึ้นภาษี” นิติบุคคลจากอัตราร้อยละ 21 เป็นร้อยละ 28 และบริษัทขนาดใหญ่ต้องเสียภาษีขั้นต่ำอย่างน้อยร้อยละ 15 ของกำไร ได้เป็นประเด็นถกเถียงและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในวงสนทนาอย่างต่อเนื่องว่าจะเริ่มมีการใช้ช่วงใด


ล่าสุดก็ได้มีท่าทีหรือแนวโน้มการปรับขึ้นภาษี ว่าจะเกิดขึ้นใน “ช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้” ส่วนตัวเลขที่จะปรับขึ้นนั้นก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะทยอยปรับขึ้นหรือจะปรับขึ้นภายในครั้งเดียว แต่ด้วยสัญญาณดังกล่าวได้ทำให้ท่าทีของนักลงทุนที่ลงทุนใน “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” เกิดความกังวลขึ้น


จนทำให้ในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ ตอบรับในเชิงลบอย่างเห็นได้ชัดเจน เพราะด้วยการปรับขึ้นภาษีที่มีความเกี่ยวข้องกับบริษัทจดทะเบียนอาจทำให้ศักยภาพการทำกำไรของบริษัทลดลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผลกระทบดังกล่าวก็จะมีผลต่ออัตราผลตอบแทนด้วยในด้วยอนาคต


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนำเสนอมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญสายบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ที่มีประสบการณ์ด้านการลงทุนใน “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจหรือคนอ่านกันในครั้งนี้



“การปรับขึ้นภาษี” มาแน่...แต่มาแบบ
‘ค่อยเป็นค่อยไป’

โดย “ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน และลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองว่า นโยบายการปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลและบริษัทขนาดใหญ่คงยังไม่เห็นการปรับเพิ่มขึ้นในระดับที่สูงมากนัก เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจยังคงอ่อนแอและคนตกงานจำนวนมากจึงไม่สามารถขึ้นในทีเดียวได้


แต่อย่างไรก็ดีสำหรับในภาพรวมคงไม่ดีนัก เมื่อพิจารณาในมุมเศรษฐกิจผลกระทบอาจจะมีเห็นบ้างแต่ไม่มากนัก เนื่องจากเป็นการโยกเงินจากกระเป๋าซ้ายมากระเป๋าขวาหรือนำเงินจากคนรวยมาใส่ในภาครัฐบาล



(ดร.สมชัย อมรธรรม)



“ซึ่งภาครัฐก็นำเงินดังกล่าวมาใช้ในการจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นในด้านการลงทุนและด้านการจ้างงานมากขึ้น ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่อย่างไรก็ดีอาจทำให้อำนาจการบริโภคของคนนั้นน้อยลง โดยรวมจึงมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจในระยะยาวนั้นจะไม่ได้รับผลกระทบแต่ในระยะสั้นอาจมีบ้าง”



การขึ้นภาษีครั้งนี้...จะกดดันกำไรบริษัทจดทะเบียนและตลาดหุ้น

สำหรับใน “ตลาดหุ้น” แม้ว่าจะเป็นการปรับขึ้นภาษีนิติบุคคลเพียงแค่เล็กน้อยหรือในระดับที่อัตราร้อยละ 21 เป็นร้อยละ 28 ก็จะส่งผลให้กำไรของบริษัทจดทะเบียนหายไปอย่างชัดเจนหรือปรับประมาณการเติบโตกำไรของบริษัทลงอีก 5% เช่นเดียวกันกับ EPS  ซึ่งเมื่อ EPS หายไปแต่  P/E เท่าเดิมก็คาดว่ายังคงมีผลกระทบต่อตลาดอยู่


“แต่อย่างไรก็ดีไม่น่ากังวลมากนัก เนื่องจากหากการประกาศตัวเลขในระดับที่น้อยกว่าตลาดคาดก็อาจทำให้ตลาดตอบรับในเชิงบวกได้ ขณะเดียวประเด็นดังกล่าวไม่ใช่เรื่องที่เซอร์ไพรส์ตลาดนักซึ่งตลาดอาจมีการตอบรับปัจจัยเรื่องภาษีไปบางส่วนแล้ว จากสถานการณ์ในอดีตที่ผ่านมาผลกระทบดังกล่าวจะเกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว”






ระยะยาว “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” ยังน่าสนใจ...มีติดพอร์ตไว้ไม่เสียหาย

สำหรับคำแนะนำการลงทุน ในระยะยาว “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” ยังคงมีความน่าสนใจเนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจยังมีทิศทางที่ดี โดยสัดส่วนการลงทุนในหุ้นต่างประเทศอาจให้น้ำหนักไปที่ตลาดสหรัฐฯ ค่อนข้างสูงและกระจายการลงทุนไปยังตลาดหุ้นเกิดใหม่ ตลาดหุ้นยุโรป เพื่อปิดความเสี่ยง



จับตา “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ”...ครึ่งปีหลัง
 

ฟาก “คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด ได้ให้มุมมองว่า นโยบายการปรับขึ้นภาษีของ “โจ ไบเดน” ที่มีสัญญาณว่าจะเริ่มปรับขึ้นหลังจากออกนโยบายที่จะต้องใช้เงินราว 4.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นจึงจำเป็นที่จะต้องขึ้นภาษีคนที่มีรายได้สูงและบริษัทในสหรัฐฯ จึงถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีผลต่อ “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” ในช่วงครึ่งปีหลัง



(คมสัน ผลานุสนธิ)




คาดศักยภาพการทำกำไรบริษัทจดทะเบียนยังแข็งแกร่ง...แม้เจอการขึ้นภาษี

แต่อย่างไรก็ดีบริษัทจดทะเบียนของสหรัฐฯ ก็ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตของกำไรได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ ในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอย่างยุโรป เนื่องจากน้ำหนักของบริษัทเทคโนโลยีค่อนข้างเยอะ แตกต่างหากหุ้นยุโรปที่มีสัดส่วนหุ้นวัฏจักรค่อนข้างสูงจึงอาจจะเห็นการปรับขึ้นได้แค่ในระยะ 1-2 ปี



ชี้ “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” ยังน่าสนใจ...จังหวะย่อถือเป็นโอกาสลงทุน

โดยรวม “ตลาดหุ้นสหรัฐฯ” ยังน่าสนใจ แต่อาจจะต้องระมัดระวังในช่วงระยะสั้นที่ตลาดอาจโดนแรงขายเพื่อทำกำไรออกมา แต่ก็ถือเป็นจุดที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งจุด เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็ได้มีแรงขายออกมาต่อเนื่อง จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่จะ ‘เข้าลงทุน’ และ ‘ทยอยสะสม’


“ประเด็นนโยบายการปรับขึ้นภาษีของ “โจ ไบเดน” นั้น ด้วยมุมมองของผู้เชี่ยวชาญใน “ระยะสั้น” อาจจะเป็นแรงกดดันให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แต่ใน “ระยะยาว” ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังถือว่าน่าสนใจพอสมควรด้วยศักยภาพการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนและภาพรวมเศรษฐกิจที่ยังแข็งแรง จึงมีโอกาสที่ผู้ลงทุนจะสร้างผลตอบแทนได้ในอนาคต”

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
หุ้นไทยจ่อเปลี่ยนกลุ่มเล่น เงินเริ่มหมุนออกจากแบงก์ จับตาบอนด์ยิลด์สหรัฐฯ จ่อพีคเดือนต.ค. BGRIM-GPSC เด่น รับอานิสงส์ยีลด์ขาลง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ซบตามตลาด เฉลี่ยติดลบ -4.75% “TVIETNAM” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +2.45% ส่วน “UVO” ร่วงสุด -12.36% แนะโอกาสสำหรับการลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” !!!
เมื่อ 15 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
GC และ SCGC แจ้งความก้าวหน้าการศึกษาจัดตั้งโครงการร่วมทุน เร่งหารือและกำหนดเงื่อนไขสำคัญของธุรกรรมร่วมกัน
เมื่อ 14 ชั่วโมงที่แล้ว
Digital Asset
ก.ล.ต. ย้ำเตือนผู้ลงทุนให้ดำเนินการต่อทรัพย์สินของตนในแอปพลิเคชัน Holdstation และ UNO ก่อนการปิดกั้น ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
XO ส่งซิกครึ่งปีหลังโตเด่น ดันรายได้ปี 69 แตะ 2.4 พันลบ. ทุ่ม 1.3 พันลบ. สร้างโรงงานใหม่ ปูทางสู่เบอร์ 1 ตลาดซอสศรีราชาโลก
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us