“หุ้นตลาดเกิดใหม่” เป้าหมายเงินลงทุน เหตุ “ถูก-กำไรโตดี-พฐ.แกร่ง”... ชู “จีน” ยังเด่นสุด ตามติดด้วย “อินเดีย-ไต้หวัน-บราซิล” !!!
Fun of Funds: “เสี่ยงสูง” ก็มีโอกาสจะให้ผลตอบแทนคาดหวังที่ “สูงกว่า” แต่ๆๆ...อาจใช้ไม่ได้กับ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (EM) ในช่วงที่ผ่านมา เพราะ Underperform ทั้ง “หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว” (DM) และ “หุ้นโลก” แบบไม่เห็นฝุ่นเลยทีเดียว ทำให้ปัจจุบัน "หุ้น EM" ถูกกว่า "หุ้นโลก" อยู่กว่า 30% แล้ว
ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจโดยเฉลี่ยก็โตสูงกว่า กำไรบจ.ก็โตได้ดี เล่นเอาใครที่ลงทุน “หุ้น EM” ไว้ คงเซ็งไปตามๆ กัน
อย่างไรก็ตาม ราตรีที่ยาวนานย่อมมีวันสิ้นสุด เพราะตลาดส่วนใหญ่มองว่าน่าจะ “ถึงเวลา” การกลับมาของ “หุ้น EM” อีกครั้ง หลังสิ้นสุดวงจรดอกเบี้ยขาขึ้น และกำลังจะเข้าสู่วงจร “ดอกเบี้ยขาลง” รอบใหม่ ในเร็วๆ นี้
สัญญาณ “เงินไหลกลับ” เข้ากลุ่ม “หุ้น EM” ระลอกใหม่เริ่มมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้กระจายเข้า หากแต่เป็น “การเลือก” (Selective) เข้าไปในแต่ละตลาดเป็นสำคัญ ขึ้นกับพื้นฐานและความน่าสนใจของแต่ละตลาด
ใครไม่อยากพลาดโอกาสที่ดีในการลงทุน อย่าลืมมี “หุ้น EM” ติดพอร์ตไว้ วันนี้ ทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีเรื่องราวที่น่าสนใจมาฝากกันเช่นเคย
“หุ้นตลาดเกิดใหม่” ถูก-กำไรโตดี-พื้นฐานแกร่ง...เป้าหมายเงินลงทุน “รอบใหม่” ที่จะไหลกลับเข้ามา
คงไม่มีใครปฏิเสธว่า เศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่นั้น เป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตสูง ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) เองก็คาดว่าเศรษฐกิจของ EM จะโตได้ 4.2% ในปี24 และ 25 ตามลำดับ สูงกว่าเศรษฐกิจของ DM ที่โต 1.7% และ 1.8% และสูงกว่าเศรษฐกิจโลกที่จะโต 3.2% ในช่วงเวลาเดียวกัน
และหลังจากที่ “หุ้น EM” underperform “หุ้น DM” มาเป็นเวลานาน จึงไม่น่าแปลกใจว่า ปัจจุบัน “หุ้น EM” จึงเป็นตลาดที่ถูกกว่าโดยเปรียบเทียบ มี Forward P/E 12.27 เท่า ต่ำกว่า “หุ้นโลก” ที่ 17.65 เท่า ในขณะที่มีปันผลที่สูงกว่า 2.63% สูงกว่าหุ้นโลกที่ 1.88% และมี P/BV ที่ต่ำกว่าเพียง 1.79 เท่า ในขณะที่หุ้นโลกอยู่ที่ 3.13 เท่า

ที่สำคัญจะเห็นการปรับตัวขึ้นของ “หุ้น EM” ในช่วงครึ่งแรกปี24 ได้ค่อนข้างชัดเจน +7.49% ตามหลังหุ้นโลกที่ +11.30% แม้ว่าช่วง 3 ปีย้อนหลังยังคงติดลบอยู่ -5.07% ต่อปีก็ตาม (หุ้นโลก +5.43% ต่อปี) แต่ก็เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน (ที่มา: msci.com, JUN28, 2024)
ไม่เพียงเท่านี้กำไรบจ.ยังโตดีระดับ 10% ได้ สบายๆ โดยปัจจัยหนุนหลักที่สำคัญ คือ
1) ดอกเบี้ยสูงสุดผ่านไปแล้วกำลังจะเข้าสู่ขาลง ทำให้ภาพรวมค่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลอื่น เงินมีแนวโน้มจะไหลออกจาหสหรัฐที่ดอกเบี้ยกำลังจะปรับตัวลง
2) พื้นฐานเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่ยังแข็งแกร่ง กำไรบจ.โตดี
3) เงินย่อมไหลไปยังที่ๆ ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า และหนึ่งในนั้นก็คือ “หุ้น EM” นั่นเอง
เปิด 4 “หุ้น EM” น่าสนใจ...“จีน-อินเดีย-ไต้หวัน-บราซิล”
เมื่อพูดถึง “หุ้น EM” นักลงทุนส่วนใหญ่คงนึกถึง “หุ้นจีน” และแน่นอนว่านอกจากจีนแล้วก็ยังมีตลาดอื่นที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน โดย “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า ในเดือนต.ค. 2020 นั้น “ตลาดหุ้นจีน” มีน้ำหนักอยู่ใน “MSCI Emerging Markets Index” มากถึง 42.8%
“อย่างไรก็ดีความนิยมในตลาดจีนได้ลดลงหลังจากมีหลายปัจจัยเข้ามากระทบ เช่น เศรษฐกิจที่อ่อนแอลงและปัญหาในภาคอสังหาริมทรัพย์ การเข้าแทรกแซงธุรกิจการศึกษาและเกมส์ออนไลน์ของรัฐบาลจีน รวมไปถึงความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐและจีน ทั้งนี้แม้จะมีแรงขายออกมาจากนักลงทุนแต่โดยรวมน้ำหนักหุ้นจีนใน MSCI Emerging Markets Index ยังคงมีน้ำหนักมากที่สุดหรือประมาณกว่า 20% ของดัชนี”
แน่นอนว่า “หุ้นจีน” ยังคงสำคัญ แต่ก็มีอีก 3 ตลาดที่นักลงทุนสนใจลงทุนในหลุ่ม “หุ้น EM” ได้แก่
-
“หุ้นอินเดีย” ตลาดหุ้นมีสภาพคล่องและหลักทรัพย์มากพอรองรับเงินลงทุนที่ย้ายมา มีน้ำหนักในดัชนีประมาณ 18% รองจากจีน มีบริษัทจำนวนมากที่ยังเติบโตได้ดี รวมไปถึงการมีประชากรจำนวนมาก และรัฐบาลยังมีแผนผลักดันโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอีกด้วย
-
“หุ้นไต้หวัน” ตลาดหุ้นมีสภาพคล่องและหลักทรัพย์มากพอรองรับเงินลงทุนที่ย้ายมา มีน้ำหนักในดัชนีประมาณ 18% รองจากจีน
-
“หุ้นบราซิล” ตลาดยังน่าสนใจเพียงแต่มีน้ำหนักไม่มากในดัชนี
แม้ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” (EM) อาจจะมีน้ำหนักในดัชนี “หุ้นโลก” ไม่มาก แต่ก็เป็นหนึ่งในตลาดหุ้นที่ควรมีติดพอร์ตไว้เช่นกัน เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสลงทุนที่ดี ในจังหวะที่ “ดอกเบี้ยขาลง” กำลังจะกลับมาในอนาคตอันใกล้นี้
