Official Update :

“เศรษฐกิจ” มีแนวโน้มชะลอตัวแบบไม่รุนแรง... แนะ “กระจายลงทุน” รับมือ - ส่วน “หุ้นไทย” อัพไซด์มี ให้เป้า 1,433 จุด !!!

Fun of Funds: เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี24 ถึงเวลาอัปเดตมุมมองการลงทุนกันอีกสักครั้งท่ามกลางสารพัดปัจจัยที่ยังรุมเร้าบรรยากาศการลงทุนโลก เพื่อจะได้รับมือได้ทันท่วงที


ในส่วนของภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดี แม้ว่า “สหรัฐ” ซึ่งเป็นเศรษฐกิจหลักของโลกจะมีแนวโน้มชะลอตัวลงก็ตาม แต่คาดว่าจะไม่รุนแรงถึงภาวะ “เศรษฐกิจถดถอยรุนแรง” (Hard Landing) แต่ประการใด


ผลตอบแทนการลงทุนในภาพรวมช่วงครึ่งแรกปี24 เองนั้น ก็ค่อนข้างที่จะสดใส และน่าจะต่อเนื่องไปในช่วงครึ่งปีหลังได้ต่อเนื่อง โดยการปรับลดดอกเบี้ยของ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ยังจะเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ ทั้งในส่วนของ “หุ้น” และ “ตราสารหนี้”


จึงถือเป็นจังหวะที่ดีในการลงทุน โดยเน้น “กระจายการลงทุน” ในหลากหลายสินทรัพย์เป็นสำคัญ


ทิศทางการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นเช่นไร โอกาสลงทุนอยู่ที่ไหน วันนี้ทีมงาน โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ มีมุมมองที่น่าสนใจจาก “บลจ.ยูโอบี” มาฝากกัน


“หุ้น” ยังน่าสนใจกว่า “ตราสารหนี้” ในช่วงครึ่งหลังปี24
…เน้นไปที่ “คุณภาพ” ของสินทรัพย์ที่ลงทุนมากขึ้น

โดย “วรรณจันทร์ อึ้งถาวร” รองกรรมการผู้จัดการ สายการลงทุน บลจ.ยูโอบี มองว่า หาก “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) เริ่มลดดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ก็จะช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง เพิ่มสภาพคล่องเข้าสู่ตลาดทุนโดยรวม และทำให้สภาวะเศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะสมดุลได้ อย่างไรก็ตามอีกปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน คือ “การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ” ในช่วงปลายปีในเดือนพ.ย. เพราะจะส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจของสหรัฐและประเทศคู่ค้าเอง “หุ้นสหรัฐ” ยังลงทุนได้แต่อาจจะเปลี่ยนกลุ่มมาเน้น “หุ้นคุณค่า” (Value) หรือ “หุ้นขนาดกลาง-เล็ก” แทน บนสมมติฐานว่าเศรษฐกิจสหรัฐไม่ได้ถดถอยรุนแรง เพราะ “หุ้นเทคฯ” ปัจจุบันแม้พื้นฐานจะโอเคแต่ราคาค่อนข้างแพงไปแล้ว



“สำหรับเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศฝั่งเอเชีย ตัวเลขเศรษฐกิจจีนมีแนวโน้มที่ดีขึ้นและเริ่มส่งสัญญานฟื้นตัวโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ จากภาครัฐตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา ระดับราคา ‘หุ้นเอเชียที่ยังไม่แพงเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วยังช่วยเพิ่มความน่าสนใจต่อการลงทุนในภูมิภาคและอาจดึงดูดเม็ดเงินให้ไหลกลับสู่ตลาดเอเชียหาก Fed ปรับดอกเบี้ยนโยบายลงและค่าเงินในภูมิภาคเอเชียมีเสถียรภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตามก็คงต้องเลือกลงทุนด้วยเช่นกัน”


“หุ้นไทย” ยังมีอัพไซด์ในครึ่งหลังปี24 กรอบ 1,215 -1,433 จุด...ชู “กองประหยัดภาษี” เด่นสุด

ส่วนเศรษฐกิจไทยนั้น บลจ.ยูโอบี คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวต่ำกว่าคาดและมีการฟื้นตัวที่ไม่ครอบคลุมทุกภาคเศรษฐกิจ โดยปัจจัยหลักที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ได้แก่ ภาคการท่องเที่ยวซึ่งฟื้นตัวต่อเนื่องตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูงขึ้น และการใช้จ่ายภาครัฐที่เริ่มเบิกจ่ายได้เพิ่มขึ้นหลังจากการผ่านงบประมาณประจำปี อย่างไรก็ตามเศรษฐกิจไทยยังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่เริ่มส่งสัญญาณในเชิงลบมากขึ้น ทางด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานนั้นมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งคาดว่าจะอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% ยังถือเป็นระดับที่มีความกดดันต่อเศรษฐกิจค่อนข้างต่ำ คาดว่า “คณะกรรมการนโยบายการเงิน” (กนง.) มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในช่วงเดือนธันวาคมปีนี้ 


“สำหรับ ‘หุ้นไทย ได้ปัจจัยบวกจากเงื่อนไขใหม่กองทุน ‘ThaiESG’ น่าจะมีเม็ดเงินเข้ามาลงทุนมากขึ้น มองกรอบดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่ 1,215 -1,443 จุด โดยมีมุมมองเชิงบวกกับหุ้นกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์จากการใช้จ่ายภาครัฐ การท่องเที่ยว การกระตุ้นการใช้จ่ายภาคครัวเรือน และ สาธารณูปโภค เป็นต้น หากมองหุ้นไทยปัจจุบัน Downside ค่อนข้างจำกัด กลุ่ม กองหุ้นประหยัดภาษี จึงเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่น่าสนใจเลยทีเดียว”


เราแนะนำให้ปรับลดน้ำหนักการถือครองเงินสดและเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนทั่วโลกเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจในช่วงวัฏจักรดอกเบี้ยนโยบายขาลง โดยเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ระดับ Investment Grade ที่มีคุณภาพเพื่อลดความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ในระยะข้างหน้าที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว ในขณะเดียวกันเรามีมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นต่อการลงทุนในหุ้นกลุ่มประเทศเอเชียโดยเฉพาะประเทศจีนที่แม้ว่าจะมีมูลค่าที่น่าสนใจแต่ตลาดได้รับรู้ปัจจัยบวกไปพอสมควรแล้ว และการฟื้นตัวในระยะข้างหน้ายังต้องเผชิญกับความท้าทายที่มากขึ้น


“กระจายลงทุน”
: เพิ่มโอกาสของผลตอบแทนทั้ง “ใน” & “ตปท.”

ด้าน “กุลฉัตร จันทวิมล” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บลจ. ยูโอบี บอกว่า การจัดพอร์ตลงทุนเองยังมีปัจจัยที่สำคัญที่ต้องติดตาม ไม่ว่าจะเป็น 1) ผลของการดำเนินนโยบายการเงินที่ตึงตัวและการปรับลดการสนับสนุนด้านการคลังในช่วงปีที่ผ่านมาจะเริ่มสะท้อนให้เห็นในภาคส่วนต่างๆ ซึ่งทำให้จัดสรรการลงทุนต้องมีความระมัดระวังเพิ่มเติม 2) อัตราเงินเฟ้อที่แม้ว่าจะปรับตัวลดลงแล้วแต่ต้องติดตามดูพัฒนาการว่าจะสามารถปรับตัวลดลงได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ และ 3) ความเสี่ยงด้านการเมืองที่เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของ การเลือกตั้งของสหรัฐ การเปลี่ยนแปลงขั้วทางการเมืองในฝั่งยุโรป รวมไปถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนได้



“การกระจายการลงทุน (
Asset Allocation) จึงมีความสำคัญ ทั้งในต่างประเทศและต่างประเทศ โดยเน้นไปที่เรื่องของคุณภาพมากขึ้นทั้งในส่วนของ หุ้น และ ตราสารหนี้ นั่นจึงทำให้เราไม่มีการไม่ลงทุนในหลักทรัพย์ของ EA ทั้ง หุ้น และ ตราสารหนี้ แต่ประการใด ในส่วนของกองตราสารหนี้ในประเทศ จะเน้นลงทุนตราสารหนี้คุณภาพ ส่วนของ หุ้นกู้ มีลงทุนบ้าง แต่ต้องมีเครดิตเรทติ้ง ‘A- ขึ้นไป จึงจะลงทุน นักลงทุนจึงสบายใจได้”


“การบริหารความเสี่ยง” ท่ามกลางสภาวะที่มีความไม่แน่นอนเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และนักลงทุน “ไม่ควรที่จะกลัวการลงทุนมากไป” พร้อมแนะนำเน้นการคัดสรรหลักทรัพย์ที่จะลงทุนและการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนควบคู่กันไปด้วยนั่นเอง

โต๊ะกองทุน WealthyThai