“ThaiESG” ครึ่งปีแรก AUM 7 พันลบ. ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -7.73%... “บลจ.” มองบวก “เงื่อนไขใหม่” ช่วยดึงเงินเข้าตลาด ชี้ “จังหวะลงทุน” เหตุ “หุ้นไทย” ราคาถูก-Downside จำกัด !!!
สาระ Fund วันละนิด: “หุ้นไทย” ปัจจุบันอยู่บริเวณ 1,315 จุด ตั้งแต่ต้นปีผลตอบแทนรวม “SET TRI” ติดลบ -4.48% (ย้อนหลัง 1 ปี -12.18%) ในขณะที่ “SETESG TRI” ร่วงหนักกว่าตั้งแต่ต้นปี -7.26% (ย้อนหลัง 1 ปี -14.43%) ถือเป็นการเปิดศักราชใหม่ที่ไม่ดีเท่าไรนัก (ที่มา: setsmart.com. ข้อมูล ณ วันที่ 1 ส.ค. 24)
อย่างไรก็ตาม รัฐก็ส่งตัวช่วยมาให้แล้ว นั่นก็คือ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) เงื่อนไขใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิม ลดหย่อนภาษีได้เพิ่มขึ้นเป็น “3 แสนบาท” ลดระยะเวลาลงทุนเหลือ “5 ปี” (นับจากวันที่ซื้อ) ซึ่งน่าจะเป็นกลไกช่วยกระตุ้นตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ได้ไม่มากก็น้อย
และ “ThaiESG-ยุคใหม่” ออกมาในจังหวะที่ดี เพราะ “ตลาดหุ้นไทย” ปัจจุบันถือว่า “ถูก” มี Forward 12M P/E เพียง 13.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 15.5 เท่า (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 26 ก.ค. 24)
ในขณะที่ระยะสั้นเอาแค่สิ้นปีนี้ ตลาดก็ให้เป้าดัชนีไว้ที่ระดับ 1,400 จุด บวกลบแล้วแต่ค่าย ส่วนระยะยาวช่วง 5 ปี ก็ต้องลุ้นเอาว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน?
แต่วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จะพามาส่องการเติบโตของกองทุน “ThaiESG” ในช่วงครึ่งแรกปี24 กันก่อนว่าเป็นยังไงบ้าง

"ThaiESG" ครึ่งแรกปี24 AUM 7 พันลบ. โต 3.3% ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -7.73%...มีเพียง "ตราสารหนี้" ที่เป็น "บวก" ส่วน "หุ้น" ร่วงสุด -8.27%
สำหรับ “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) นั้นเป็นกองทุนลดหย่อนภาษีน้องใหม่ ซึ่งเริ่มมีการจัดตั้งและเปิดให้ลงทุนได้ตั้งแต่ช่วงปลายปี2023 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออมและสนับสนุนความยั่งยืนของไทย
จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า ปัจจุบันมีกองทุน ThaiESG ในตลาดทั้งหมด 31 กองทุน มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมประมาณ 6.7 พันล้านบาท แม้ว่ากองทุน ThaiESG จะเริ่มให้มีการจัดตั้งได้ไม่ถึงปี แต่ก็ได้รับความนิยมจากนักลงทุนไม่น้อย โดยในปีนี้มีสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้น 3.3% ซึ่งส่วนใหญ่ของกอง ThaiESG ประมาณ 76% มีนโยบายลงทุนใน “หุ้น” รองลงมาเป็น “กองทุนผสม” และ “กองทุนตราสารหนี้” ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในด้านอัตราการเติบโต พบว่ากลุ่มที่มีนโยบายเน้นการลงทุนใน “ตราสารหนี้” มีอัตราการเติบโตสูงที่สุดถึง 30.6% ในปีนี้

ในด้านผลตอบแทนนั้น ช่วงครึ่งปีแรกกองทุน ThaiESG ทั้งอุตสาหกรรมให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -7.73% เนื่องจากกองทุนส่วนใหญ่เน้นการลงทุนในหุ้นไทย ซึ่งในปีนี้มีการปรับตัวลดลงค่อนข้างมาก โดยกองที่ลงทุนใน ‘หุ้น’ อย่างเดียวร่วงหนักสุด -8.27% ตามมาด้วย ‘กองผสม’ -6.60% มีเพียงกลุ่มลงทุน ‘ตราสารหนี้’ เท่านั้นที่ผลตอบแทนเป็นบวกได้เฉลี่ย +1.37% ตามลำดับ”
“บลจ.” ยังมองบวก ดึงเม็ดเงินเข้าตลาดหุ้นได้...ชี้เป็น “จังหวะดีลงทุน” เหตุ “หุ้นไทย” ถูก-ดาวน์ไซด์จำกัด
หากดูสินทรัพย์สุทธิของกอง ThaiESG ปัจจุบันประมาณ 6.7 พันล้านบาท นั้น ถือว่า “ไม่มาก” เมื่อเทียบกับกลุ่มกองทุนประหยัดภาษีอื่นๆ ทั้ง “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ที่มี AUM 4.3 แสนล้านบาท หรือ “กองทุนเพื่อการออมระยะยาว” (SSF) ที่จะหมดอายุในสิ้นปีนี้แล้ว ก็มี AUM 6.4 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม “บลจ.” ส่วนใหญ่ยังมีมุมมองเชิงบวกต่อ “ThaiESG-ยุคใหม่” ที่รัฐเพิ่งเคาะออกมาล่าสุด และมีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 ม.ค. 24 ปีนี้เลย ใช้สิทธิเฉพาะกิจในช่วง 3 ปี (2024-2026) ก็คาดว่าในปีนี้น่าจะดึงเม็ดเงินเข้ามาได้ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพราะสุดท้ายคงต้องดูว่าเงินลงทุนจะไหลไปที่ไหน อย่าลืมว่า ThaiESG นั้นสามารถลงทุนในตราสารหนี้ได้เช่นกัน
“อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ในระยะสั้นหากนักลงทุนกังวลอาจจะเข้าลงทุนใน ThaiESG กลุ่ม ‘ตราสารหนี้’ ก่อนก็ได้ แล้วเมื่อทิศทางตลาดชัดเจน ความเชื่อมั่นเริ่มมากก็โยกกลับมาที่ ‘หุ้น’ อีกครั้ง หรือใครที่รับความเสี่ยงได้ ตลาดหุ้นไทยตอนนี้ก็ถือว่าน่าสนใจ เพราะมีมูลค่าที่ ‘ถูก’ และ Downside ค่อนข้างจำกัด มองระยะสั้นไปถึงสิ้นปี อัพไซด์ระดับ 9-10% ยังคาดหวังได้ ส่วนระยะยาวช่วง 5 ปี ก็มีโอกาสเช่นเดียวกัน”
สำหรับใครที่มีสิทธิใช้ประโยชน์จากกลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” ภายใต้เงื่อนไขใหม่ของ “ThaiESG” ที่ลดหย่อนได้เพิ่มขึ้นถึง “3 แสนบาท” และถือสั้นลงเหลือ “5 ปี” (นับจากวันที่ซื้อ) ที่สำคัญนับแยกวงเงินต่างหาก ไม่นับรวมกับกลุ่มเพื่อเกษียณแต่ประการใด ก็ถือเป็นตัวเลือกลงทุนลำดับต้นๆ ที่ไม่ควรละเลยเลยทีเดียว
