Official Update :

“หุ้นกู้” มีแนวโน้มเสนอขายนักลงทุนทั่วไป (PO) เพิ่มขึ้น...อีกโอกาสลงทุนที่น่าสนใจ !!!

“ยุคดอกเบี้ยต่ำ” ผู้มีเงินออมที่ฝากเงินไว้ในแบงก์เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างเลี่ยงไม่ได้ สำหรับบุคคลธรรมดาฝากเงินตอนนี้ ออมทรัพย์ เฉลี่ย 0.25% ฝากประจำ 3 เดือน-2 ปีเฉลี่ย 0.32 -0.50% เห็นแล้วน้ำตาไหล


ในช่วง 1 – 2 ปี ที่ผ่านมา เราจะเห็นข่าวการเสนอขาย “หุ้นกู้” ให้กับประชาชนทั่วไป (Public Offering: PO) โดยเปิดให้จองผ่านแบงก์ที่เป็นตัวแทนขายให้เห็นเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับนักลงทุนไทย


จากในอดีตโอกาสเช่นนี้ต้องบอกว่า...มีน้อยมาก เพราะ “ตลาดตราสารหนี้” เป็นตลาดของนักลงทุนสถาบันและรายใหญ่เป็นหลัก เรียกว่า...คนมีเงินหนาก็ใช่ว่าจะลงทุนแล้วได้ของเช่นกัน ดั่งมีเสียงสะท้อนเสมอๆ ว่า...จองซื้อไม่ได้


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกัน



“หุ้นกู้” มีแนวโน้มเสนอขายนักลงทุนทั่วไป (
PO) เพิ่มขึ้น

หากย้อนไปดูสถิติการขาย “หุ้นกู้ระยะยาว” ในปี2016 มีสัดส่วนการเสนอขายให้นักลงทุนทั่วไป (PO) เพียง 10% เท่านั้น ที่เหลือเป็นนักลงทุนสถาบันกับรายใหญ่ แต่ในปี2020 สัดส่วนการขายให้นักลงทุนทั่วไปเพิ่มเป็น 28% ซึ่งเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้นช่วยเพิ่มทางเลือกในการลงทุนอีกทางหนึ่ง


โดย “อริยา ติรณะประกิจ” รองกรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) บอกว่า การลงทุนในตลาดตราสารหนี้เป็นตลาด OTC ที่ผู้ซื้อ-ผู้ขายเจรจาตกลงกันเองเป็นหลัก เวลาบริษัทต้องการออกหุ้นกู้ก็จะสำรวจความต้องการของนักลงทุนสถาบันต่างๆ ว่าต้องการขนาดไหน ที่อัตราผลตอบแทนที่ระดับใด เรียกว่ากลุ่มนักลงทุนที่ลงทุนอยู่ประจำมีอยู่แล้ว คือนักลงทุนสถาบันและรายใหญ่ สำรวจเสร็จก็เรียกว่าพร้อมขาย พอออกมาปุ๊บ...ก็ขายหมดปั๊บ เพราะลักษณะตลาดเป็นแบบนี้ แต่เราก็มี “ตลาดรอง” รองรับไว้เช่นกัน แต่กลุ่มนักลงทุนที่เข้ามาใช้ก็ยังเป็นนักลงทุนสถาบันกับรายใหญ่อยู่ดี



(อริยา ติรณะประกิจ)



“ที่ผ่านมาจึงเป็นปัญหาว่าทำไม...เปิดขายแล้วนักลงทุนซื้อกันไม่ได้ ก็เพราะเหตุผลดังกล่าวนี้เอง แต่มาในช่วงหลังก็เป็นสัญญาณที่ดีขึ้น มีบริษัทขนาดใหญ่หลายแห่งที่มีการเสนอขายให้นักลงทุนทั่วไป (PO) มากขึ้น โดยให้จองซื้อผ่านตัวแทนขายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบงก์ต่างๆ นั่นเอง ตรงนี้ก็เป็นอีกโอกาสหนึ่งในการลงทุนสำหรับนักลงทุนทั่วไปที่สนใจจะลงทุนใน หุ้นกู้ แต่ที่สำคัญก็คงต้องศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยเช่นกัน”



คงเป้ายอดออกหุ้นกู้ทั้งปี 7.0 – 7.5 แสนล้านบาท
…หลัง COVID-19 ไม่กระทบการออกหุ้นกู้

COVID-19” ระบาดระลอก 3 ในครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการออกหุ้นกู้เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในการระบาดระลอกแรกแต่ประการใด ทั้งนี้พบว่าในช่วง 5 เดือนแรก มีมูลค่าการออกหุ้นกู้ระยะยาว 380,779 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138,166 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งเชื่อว่าผู้ออกเองก็มีประสบการณ์และวางแผนรับมือได้จึงไม่น่ากังวลแต่ประการใด






“โดยคาดว่าทั้งปียอดออกหุ้นกู้จะเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ 700,000 – 750,000 ล้านบาท ได้ ในส่วนของดีมานด์ในประเทศยังมีอยู่มากที่จะรองรับซัพพลายตราสารหนี้ในประเทศทั้งภาครัฐและเอกชน ดังนั้นอัตราผลตอบแทนระยะยาวของไทย (TH10Y) ก็คงไม่ได้ปรับตัวขึ้นไปมากเหมือนสหรัฐ ส่วนเงินลงทุนของต่างชาติช่วง 5 เดือนแรกนั้น มีเงินไหลเข้าสุทธิ 30,423 ล้านบาท โดยเพิ่งไหลกลับเข้ามาในช่วงเดือนมี.ค., เม.ย. และพ.ค. จำนวน 5,086 ล้านบาท, 30,177 ล้านบาท และ 254 ล้านบาท ตามลำดับ”



“หุ้นกู้” ทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่า
‘เงินฝาก’

สำหรับ “ตลาดหุ้นกู้” เองนั้น กลุ่ม กองทุนรวม จะเน้นลงทุนในหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตที่ดี AA ขึ้นไปเป็นหลัก ในขณะที่หุ้นกู้ที่มีการเสนอขายให้กับ นักลงทุนทั่วไป (PO)’ นั้น พบว่าจะเป็นหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตตั้งแต่ BBB ขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่





“ทั้งนี้ จะพบว่าอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้เรทติ้งต่างๆ ที่อายุต่างๆ กันนั้น ก็ยังคงให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากอย่างชัดเจน โดยหุ้นกู้ที่มีอันดับเครดิตเรทติ้งต่ำก็จะต้องมี ส่วนชดเชยความเสี่ยง (Credit Spread)’ ที่สูงขึ้นเป็นปกติ แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนในสำหรับนักลงทุนเช่นเดียวกัน ทั้งนี้จะพบว่า อัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้อายุ 3 ปี ก็ยังดีกว่าเงินฝากอายุเท่ากันชัดเจน ในมุมของบริษัทผู้ออกหุ้นกู้เองก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการระดมทุนที่มีต้นทุนถูกกว่ากู้แบงก์เช่นกัน”



บริษัทที่จะขาย “หุ้นกู้” โดยเสนอขายให้นักลงทุนทั่วไปยังมีออกมาเป็นระยะๆ แม้ไม่มากนักก็ตาม

จากการสำรวจข้อมูลของทีมงาน Wealthythai พบว่าในเดือนพ.ค.21 มีหุ้นกู้ขึ้นทะเบียนจำนวน 59 รุ่น จากผู้ออก 29 บริษัท รวมมูลค่า 106,640.20 ล้านบาท มีผู้ออก 4 ราย ที่กระจายการขายแบบ PO ได้แก่ IRPC (A-), LPN (BBB), TRUE (BBB+) และ NPS (BBB)





 “และในช่วงเดือนมิ.ย.21 มีบริษัทที่จะเสนอขายหุ้นกู้ในรูปแบบ PO อีกประมาณ 3 ราย ได้แก่ TPIPL (BBB+), CPALL (A+) และ MINT (A)


สำหรับใครที่มองหาโอกาสลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝาก ในขณะที่ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นมาอีกระดับในกลุ่มของตราสารหนี้ เชื่อว่า “หุ้นกู้” จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในยุคดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ ที่สำคัญอย่าลืมศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยเช่นกัน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Fun of Funds
“KTWC-ALPHA” ลงทุน “หุ้นทั่วโลก” สไตล์ “High Conviction”… โอกาสสร้าง “Alpha” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว เสนอขายครั้งแรก (IPO) วันที่ 1 – 8 ก.ย. 69 นี้ !!!
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
ก.ล.ต. ลงดาบ 18 ราย ร่วมสร้างราคาหุ้น META สั่งปรับ-ชดใช้รวมกว่า 172 ล้านบาท พร้อมห้ามเทรด-นั่งกรรมการสูงสุด 102 เดือน
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
GULF เสริมพอร์ตสีเขียว เดินเครื่องโซลาร์ 135 MW จ่ายไฟ กฟผ. รับสัญญาซื้อขายยาว 25 ปี จ่อ COD เพิ่ม 4 โครงการ 235.6 MW ปลายปี 69
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
TTA ร่วมสนับสนุนงาน “ลาดกระบังนิทรรศน์ 2569” พร้อมส่งมอบรถฉุกเฉินไฟฟ้า King Long และ NIU มูลค่ากว่า 2 ลบ.
เมื่อ 23 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
CPF ลุยธุรกิจน้ำดื่ม! ทุ่ม 335 ลบ. ถือ BREW 51% โบรกฯ ชี้ดีลไม่แพง ต่อยอดระยะยาว จับตากำไรครึ่งปีหลังฟื้น ให้เป้า 25 บ.
เมื่อ 7 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us