“กอง LHMSFL-R” อีกทางเลือกในการลุย ‘หุ้นไทย’ สไตล์...“Aggressive Allocation” !!!
“ตลาดหุ้นไทย” ไม่ว่าเป็นในช่วงสถานการณ์ใดก็ยังคงเป็นตลาดอันดับต้นๆ ที่นักลงทุนในประเทศได้ให้ความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ได้เริ่มมีนักลงทุนรายย่อยหน้าใหม่เข้ามาหาโอกาสลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ซึ่ง “กองทุนรวม” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีนักลงทุนหันมาใช้เป็นตัวช่วยในการลงทุนเพิ่มเติมมากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจาก “กองทุนหุ้น” ที่ต้องลงทุนในหุ้นไทย ‘ไม่น้อยกว่า 80%’ ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุนแล้ว กลุ่ม “กองทุนผสม (Allocation Fund)” ก็เป็นอีกทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนในหุ้นไทยให้คุณได้เช่นเดียวกัน
ถ้าอยากได้ผลตอบแทนในหุ้นแบบเต็มๆ แต่ก็ต้องการความยืดหยุ่นในการบริหาร สามารถลงทุนใน ‘หุ้น’ ได้ตั้งแต่ 0-100% กลุ่ม “Aggressive Allocation” ก็ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากขอโอกาสนำเสนอข้อมูล “กองทุนเปิด แอล เอช เอ็ม เอส เฟล็กซิเบิ้ล ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (LHMSFL-R)” ที่ได้รับการจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์ให้แก่นักลงทุนที่สนใจ
“กอง LHMSFL-R” โชว์ผลตอบแทนสุดสวยกว่า 6 ปี 8.49% ต่อปี
อย่างที่เรารู้กันดีว่า การเข้าลงทุน “ตลาดหุ้นไทย” ในบางครั้งจะต้องรอจังหวะของตลาดด้วยเช่นกัน เพื่อการจะสร้างผลตอบแทนได้ในระดับที่พอใจและต้นทุนการลงทุนที่ถูกลง
แต่ในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนค่อนข้างสูงหรืออยากจะ “กระจายการลงทุน” ในหุ้นรายตัว ถือว่าทำได้ค่อนข้างยากพอสมควรเพราะการคาดเดาแนวโน้มตลาดเป็นเรื่องที่มีความละเอียดและยุ่งยากพอสมควร
หรือจะเป็นการกระจายลงทุนในหุ้นรายตัว ที่บางครั้งอาจจะต้องใช้จำนวนเงินค่อนข้างสูงในการจะลงทุนหุ้นตัวนั้นๆ และยิ่งหากต้องการจะลงทุนให้มีความหลากหลายอุตสาหกรรมหรือหลายตัวก็ยิ่งเพิ่มทวีความยุ่งยากในการลงทุนเข้าไปอีก
ทำให้มีนักลงทุนไม่น้อยที่ถอดใจหรือเปลี่ยนการลงทุนเป็นรูปแบบอื่นไป แต่ “กองทุนผสม-Aggressive Allocation” ที่มี ‘ผู้จัดการกองทุน’ ช่วยดูแลบริหารจัดการพอร์ตลงทุนให้ตลอดเวลา เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ต้องการลงทุนในหุ้นไทยได้เป็นอย่างดี

กองทุนในกลุ่มนี้ที่น่าสนใจ จาก ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด’ มีชื่อว่า “กองทุนเปิด แอล เอช เอ็ม เอส เฟล็กซิเบิ้ล ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ (LHMSFL-R)” ซึ่งถูกตั้งแต่ขึ้นในวันที่ 22 กรกฎาคม 2558 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2564) มีมูลค่าทรัพย์สินอยู่ที่ 28,456,557 บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 17.11 บาทต่อหน่วย
“สำหรับตัวนโยบายการลงทุนนักลงทุนคงเดาได้ไม่ยากว่า เพราะอย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้นว่าเป็นกองทุนผสมที่เน้นลงทุนในหุ้นไทย โดยจะเน้นลงทุนในหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตทางธุรกิจ หรือมีปัจจัยพื้นฐานดี (โดยมีสัดส่วนตั้งแต่ 0-100% ของ NAV) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับการลงทุนได้เป็นอย่างดี”
ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาลงทุนในหุ้นของ “บริษัทขนาดกลางและขนาดเล็ก” เป็นอันดับแรก แต่หากการลงทุนในหุ้นของบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ผู้จัดการกองทุนก็จะมีการพิจารณาลงทุนในหุ้นกลุ่มอื่นเพื่อประโยชน์ของกองทุนเป็นหลัก
ทั้งนี้ กองทุนอาจจะพิจารณาลงทุนในหน่วย “Private Equity” ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ไม่เกิน 20% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
แต่อีกหนึ่งนโยบายการลงทุนของ ‘กอง LHMSFL-R’ ที่สร้างความแตกต่างออกไปนั้น ด้วยประเภทของกองทุนแบบผสมที่มีความยืดหยุ่นในการลงทุนในหุ้นตั้งแต่ 0 -100% จึงมีการลงทุนนอกจากหุ้นเพิ่มเติม หรือจะมีการลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ใบสําคัญแสดงสิทธิ เงินฝากธนาคาร รวมถึงหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นในการหาดอกผลตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. หรือสำนักงานประกาศกําหนด
ณ 30 เม.ย. 64 ‘กอง LHMSFL-R’ มีการลงทุนในหุ้น 98.28% ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายการลงทุนของกองทุนเป็นอย่างดี

“โดยผลการดำเนินงานของ ‘กอง LHMSFL-R’ (ณ วันที่ 30 เม.ย. 64) ก็ถือเป็นสิ่งสะท้อนถึงนโยบายการลงทุนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 8.49% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่เพียง 3.04% ต่อปี ซึ่งแลกมากับความผันผวนของผลการดำเนินที่ค่อนข้างสูงกว่าดัชนีชี้วัดหรือจะเฉลี่ยอยู่ที่ 15.58% ต่อปี ขณะที่ดัชนีชี้วัดเฉลี่ยอยู่ที่ 9.56% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -36.73%”
หากจะบอกว่าความน่าสนใจของ ‘กอง LHMSFL-R’ อยู่ที่ตัวนโยบายการลงทุนและผลการดำเนินงานย้อนหลัง คงต้องบอกว่าไม่ได้หมดแค่ตรงนั้น เนื่องด้วยชนิดกองทุนที่เป็นแบบ “ขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ” จะช่วยให้ผู้ลงทุนนั้นมีรายได้อย่างสม่ำเสมอระหว่างถือหน่วยลงทุน โดยผลตอบแทนที่ได้รับไม่ต้องเสียภาษีอีกด้วย ซึ่งนับตั้งแต่จัดตั้งตกองทุนมาได้ขายคืนหน่วยลงทุนมาแล้วทั้งหมด 10 ครั้ง เป็นเงิน 2.59 บาท ซึ่งน่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้เป็นอย่างดี
สำหรับนักลงทุนที่สนใจ กองทุนได้เปิดมีการเปิดโอกาสให้แก่ผู้ลงทุนที่มีต้นทุนไม่สูงมากหรือเป็นกองทุนที่ ‘ไม่ได้มีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรก’ และครั้งถัดแต่อย่างใด เช่นเดียวกันกับมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืน โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 2 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน
ส่วนช่องทางการซื้อขายกองทุนสามารถทำได้ผ่านธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ,บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) และผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่บริษัทจัดการแต่งตั้งขึ้น
“สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนใน ‘ตลาดหุ้นไทย’ หรือกำลังมองหาโอกาสการลงทุนใน ‘กองทุนรวม’ ที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่สร้างผลตอบแทนได้ค่อนข้างสูงและสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอระหว่างถือหน่วยลงทุน ‘กองทุน LHMSFL-R’ ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าจะตอบโจทย์ได้ไม่มากก็น้อย ด้วยจำนวนเงินที่ใช้ลงทุนไม่สูงและยังมีความยืดหยุ่นของนโยบายลงทุนเพื่อรองรับกับภาวะตลาดในแต่ละขณะได้เป็นอย่างดี”
