“ตลาดหุ้นอาเซียน” อัพไซด์เริ่มเปิด...ตามความคืบหน้าการฉีดวัคซีน !!!

“ตลาดหุ้นอาเซียน” หากพูดถึงความน่าสนใจของกลุ่มตลาดนี้ในวงสนทนาอาจทำให้นักลงทุนหลายคนต้องคิดหนัก ว่าปัจจัยอะไรที่จะมาช่วยสนับสนุนกลุ่มดังกล่าวให้เทียบเคียงกลุ่มตลาดใหญ่ ในปีนี้ตั้งแต่ต้นปีมาหลายตลาดก็ยังดูไม่สดใส “ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์” -4.03% หรือ “ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย” ที่ยัง -0.15% ในขณะที่ “ตลาดหุ้นสิงคโปร์” + 10.46% และ “ตลาดหุ้นไทย” + 11.46%


เพราะด้วยเศรษฐกิจที่กำลังพัฒนาให้ยังมีความจำเป็น ที่ต้องพึ่งพาประเทศคู่ค้ารายใหญ่ๆ เพื่อผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจเพิ่มเติม นอกจากการบริโภคในประเทศ


แต่ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ได้ส่งผลกระทบต่อฟันเฟืองสำคัญอย่างภาคการส่งออกและนำเข้าของแต่ละประเทศ จนทำให้เกิดการชะลอหรือบางประเทศต้องหยุดชะงักลง


ซึ่งกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญ ก็คงไม่พ้นประเทศน้อยใหญ่ในอาเซียนที่ต้องยังต้องพึ่งพิงภาคการส่งออกและนำเข้าจากประเทศคู่ค้าในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ


ทำให้นักลงทุนอาจจะยังคงตั้งคำถามว่า “ตลาดหุ้นอาเซียน” จะยังคงมีโอกาสเข้าลงทุนได้หรือไม่ ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนำเสนอมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน(บลจ.) มาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจในครั้งนี้



ทั้งเศรษฐกิจ-ตลาดหุ้นอาเซียน...จะเห็นการปรับตัวขึ้นเป็นระลอก

โดยเริ่มที่ “ดร.สมชัย อมรธรรม” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน และลูกค้าสัมพันธ์ บลจ.กรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้ให้มุมมองว่า กลุ่มประเทศในภูมิภาคอาเซียนเริ่มมีการแจกจ่ายวัคซีนให้แก่ประชาชนทั่วไป ซึ่งคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดหุ้นจะทยอยขึ้นเป็นระลอกๆ ไปเช่นเดียวกันกับประเทศอื่นๆ ที่มีการแจกจ่ายวัคซีนไปก่อนหน้า



(ดร.สมชัย อมรธรรม)



“สะท้อนจากสถานการณ์ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และอังกฤษที่ได้มีการแจกจ่ายไปก่อนหน้า ซึ่งตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้ก็มีแนวโน้มที่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยคาดการณ์ว่าประเทศอื่นๆ ที่เริ่มฉีดก็จะมีลักษณะหรือทิศทางที่คล้ายกันแต่อย่างไรก็ดี ต้องติดตามว่าตลาดหุ้นจะตอบรับกับปัจจัยเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากบางตลาดก็ตอบรับข่าวดีไปบ้างแล้ว”


แต่หากดูจากทิศทาง “ตลาดหุ้นไทย” ก็ยังมีรูมที่จะอัพไซด์อีกค่อนข้างเยอะ เนื่องจากในช่วงที่มีการระบาดของไวรัส COVID-19 ในระลอกที่ 3 จนส่งผลกระทบให้คนไม่กล้าออกจากที่พักอาศัยนั้น ถือเป็นระดับพีคหรือแย่ที่สุดผ่านมาแล้ว ซึ่งปัจจุบันตัวเลขผู้คนเริ่มออกมาใช้กิจกรรมข้างนอกที่ดีขึ้นซึ่งประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคก็คาดว่าจะมีลักษณะที่คล้ายกัน



“วัคซีน” ปัจจัยสำคัญที่จะหนุนให้ความเชื่อภาคการบริโภคกลับมาได้เร็วขึ้น

อย่างไรก็ดีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้เร็วหรือช้านั้น ยังขึ้นอยู่กับจำนวนตัวเลขของ “วัคซีน” ที่นำเข้ามาในประเทศว่าจะเพียงพอต่อความต้องการได้มากน้องเพียงใดและสามารถ “สร้างภูมิคุ้มกันหมู่” ได้ในช่วงใด ซึ่งยิ่งทำได้เร็วเท่าใดก็ช่วยจะสร้างเชื่อมั่นกำลังซื้อในประเทศและนักท่องเที่ยวได้เร็วขึ้น






“โดยภาพรวมการลงทุนใน ภูมิภาคอาเซียน ถือว่าน่าสนใจและยังมีโอกาสเข้าลงทุนได้ เนื่องจากบางประเทศราคาหุ้นก็ยังไม่ได้ตอบรับต่อปัจจัยการเมืองมากนัก ทำให้การลงทุนในระยะสั้นๆ ตลาดยังมีอัพไซด์ได้อีกอย่างมีนัยสำคัญ แต่ในระยะยาวนักลงทุนอาจจะต้องดูปัจจัยพื้นฐานเป็นรายประเทศไป”



วัคซีนต้าน
COVID-19…ปัจจัยที่ทำให้ “ตลาดอาเซียน” น่าสนใจขึ้น

ฟาก “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด ได้กล่าวเสริมว่า เราค่อนข้างมีมุมมองในเชิงบวกกับ “ตลาดหุ้นอาเซียน” เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เริ่มมีการคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้นจากการแจกจ่ายวัคซีนให้แก่ประชาชนในประเทศ


ซึ่งในช่วงที่ผ่านกลุ่มตลาดอาเซียนก็ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 เยอะที่สุดเนื่องจากมีการพึ่งพาภาคการส่งออกและน้ำมันค่อนข้างสูง รวมถึงการฉีดวัคซีนได้ไม่เท่ากับประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันจึงเหมือนกับว่าตลาดอาเซียนได้ ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว



(นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส)



“โดยตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันตลาดหุ้นบางประเทศอย่างอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ก็เริ่มมีการปรับตัวขึ้น ซึ่งดูจากรูปแบบของดัชนีตลาดหุ้นจากจีน สหรัฐฯ และยุโรปหลังจากฉีดวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ทิศทางของตลาดก็ได้มีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าตลาดหุ้นอาเซียนก็จะมีลักษณะที่คล้ายกันและทำให้ตลาดมีความน่าสนใจ”



“สภาพคล่องที่ล้นตลาด” จะช่วยหนุนให้ตลาดไปต่อ...แต่ไม่มีก็ไม่กดดันตลาด

สำหรับทิศทางของ “ตลาดหุ้นอาเซียน” ต่อจากนี้ คาดว่ามีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นได้เนื่องจากราคาค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว ทำให้มีแนวโน้มที่ปริมาณสภาพคล่องในตลาดที่ค่อนข้างสูงไหลเข้ามาได้หรือเห็นการหมุนของเม็ดเงินฟันด์โฟลด์จากตลาดอื่นเข้ามายังกลุ่มอาเซียนได้


“ส่วนความกังวลต่อนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะลดวงเงินการทำ QE และมีสัญญาณว่าดึงสภาพคล่องกลับ คาดว่าจะไม่ส่งผลต่อตลาดหุ้นอาเซียนมากนัก เนื่องจากเม็ดเงินที่ไหลเข้ายังค่อนข้างน้อยเพราะเม็ดเงินได้ไหลเข้าไปยังตลาดที่คลี่คลาย COVID-19 ได้เร็วกว่าเป็นอันดับต้นๆ จึงทำให้ไม่ได้มีผลต่อตลาดหุ้นอาเซียน แต่หากยังไม่มีปัจจัยที่จะส่งให้เงินดังกล่าวถูกดึงกลับก็มีโอกาสที่เม็ดเงินจะไหลเข้าตลาดหุ้นอาเซียนได้”


โดยนักลงทุนที่สนใจหรือกำลังมองหาโอกาสลงทุน ก็อยากแนะนำให้ปรับน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นอาเซียนเพิ่มขึ้นหรือหมุนเงินออกจากตลาดบางประเทศที่อยู่ในพอร์ต อย่างหุ้นสหรัฐฯ ที่ตลาดปรับตัวขึ้นเป็นเวลานานจึงทำให้มีโอกาสย่อตัวได้ จึงจำเป็นที่นักลงทุนจะต้องมาให้น้ำหนักกับตลาดที่ยังไม่แพง


ตลาดหุ้นอาเซียน แม้ว่าจะไม่ได้มีความโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ แต่การที่วัคซีนเริ่มแจกจ่ายเป็นประเทศหลังๆ ก็ช่วยให้ตลาดกลับมาดูน่าสนใจไม่แพ้ตลาดหุ้นประเทศพัฒนาแล้ว ที่การมีปรับมาอย่างต่อเนื่องทำให้มีโอกาสที่ตลาดจะโดนเทขาย แต่กับ ตลาดหุ้นอาเซียนที่ยังไม่ได้รับความสนใจหรือราคาถูก ก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน”

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Fun of Funds
“ASP-AAA-A” กองทุนผสมสายกลาง “ลดความผันผวน”.. เพิ่มโอกาสสร้าง “ผลตอบแทนที่ดี” ในระยะยาว !!!      
เมื่อ 5 ชั่วโมงที่แล้ว
Wealth EZ
บทเรียน “วัยเกษียณ” ของพ่อแม่...ที่ “ไม่ขอซ้ำรอยเดิม” !!!
เมื่อ อีก 1 วัน
Fun of Funds
“กองหุ้นเวียดนาม” ปีนี้ “ซบ” ตามดัชนี เฉลี่ย -3.42%... “TVIETNAM” แชมป์สูงสุด +4.16% “PRINCIPAL VNEQ-USD” ร่วงสุด -10.30% โอกาสลงทุน “ระยะกลาง-ยาว” เหตุ “ถูก-กำไรโตดี” !!!
เมื่อ 21 ชั่วโมงที่แล้ว
News Highlight
PTTGC ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นการขนส่งน้ำมันและข้อกล่าวหาการกักตุนน้ำมัน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ผ่าทิศทางดัชนีหุ้นไทยครึ่งปีหลัง 69 เฟ้นกลุ่มหุ้นเด่นรับมือความผันผวน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us