Official Update :

“SSF” 8 เดือนแรก AUM แตะ “6.2 หมื่นลบ.” เป็น “หุ้นไทย” กว่า 29%... ปีนี้ผลงานฟื้น กว่า 78% ผลตอบแทน “บวก” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +3.23% !!!

สาระ Fund วันละนิด: เวลาผ่านไปไวยังกับติดปีก เผลอแป่บเดียวก็จะครบ 5 ปี โดยปีนี้จะเป็น “ปีสุดท้าย” ของ “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) กันแล้ว


โดยผู้ลงทุนามารถลดหย่อนภาษีได้ “2 แสนบาท” (นับรวมกับกลุ่มกองทุนเพื่อเกษียณต้องไม่เกิน 5 แสนบาท) และต้องลงทุน “10 ปี” (นับจากวันที่ซื้อ) ลงทุนปีไหนใช้สิทธิปีนั้น ไม่ต้องลงทุนต่อเนื่อง


ในช่วง 8 เดือนแรกปี24 กองทุน SSF” มีสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 61,802.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +51.41% จากสิ้นปีก่อน (ที่มา: aimc.or.th, วันที่31 ส.ค. 24)


โดยปีนี้ในแง่ของผลการดำเนินงานของกลุ่มกองทุน SSF” นั้น มีสัญญาณฟื้นตัว ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +3.23% โดยกว่า 78% ของกอง SSF นั้น มีผลตอบแทนเป็น “บวก”


กองทุน SSF” ปีนี้เป็นยังไงบ้าง ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีข้อมูลมาอัพเดทให้ฟังกัน


SSF” ปีนี้ผลงานฟื้น บวกเฉลี่ย +3.23%...KT-INDIA-SSF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +26.74% ส่วน “SCBEV(SSF)” ดิ่งหนักสุด -27.34%

สำหรับกองทุนSSFเป็นอีกทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ได้ ทั้งหุ้นไทย, หุ้นต่างประเทศ, ตราสารหนี้, ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น


แม้ว่าย้อนไปเมื่อ 5 ปีก่อน ภาครับเองตั้งใจให้กอง SSF” เข้ามาแทนที่ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) ที่หมดอายุไปก็ตาม แต่ถ้าดูภาพรวมในปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 ส.ค. 24) นั้น กองทุน “SSF” มีสัดส่วนการลงทุนใน “หุ้นไทย” เพียง 28.80% เท่านั้น ส่วนใหญ่กว่า 41.37% เป็นการลงทุนใน “หุ้นต่างประเทศ” เรียกว่าอาจจะไม่ได้ดึงเม็ดเงินลงทุนเข้าตลาดหุ้นไทยได้อย่างที่ภาครัฐประเมินไว้เท่าไรนัก


ปัจจุบัน มี SSF” 358 กอง ที่มีผลงานตั้งแต่ต้นปี (ณ วันที่ 17 ก.ย. 24) มี 332 กอง (เพราะบางส่วนเป็นกองใหม่ที่บลจ.เพิ่งออกมาเพิ่มเติมทางเลือก) โดยทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +3.23% ทั้งนี้มีถึง 258 กอง คิดเป็น 78% ที่มีผลตอบแทนเป็น “บวก” มีเพียงส่วนน้อย 22% เท่านั้น ที่ยัง “ติดลบ” โดยกองที่มีผลงาน “แย่สุด” ติดลบอยู่ -27.34% ทั้งนี้จะพบว่ากอง SSF ที่มีผลงานดีสุดและแย่สุดนั้น ต่างเป็นกองทุนที่ลงทุนใน “ต่างประเทศ” ทั้งสิ้น



สำหรับ 5 กองทุน “SSF” ที่มีผลงาน “ดีสุด” ปีนี้ ได้แก่

1) “KT-INDIA-SSF ของบลจ.กรุงไทย +26.74%

2) “SCBGOLDH(SSFE)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +95%

3) “KKP TECH-H-SSF” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +77%

4) “IGOLD-SSF” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +94%

5) “SCBSEMI(SSFE)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +82%


ส่วน 5 กองทุน “SSF” ที่มีผลงาน “แย่สุด” ปีนี้ ประกอบด้วย

1) “SCBEV(SSF) ของบลจ.ไทยพาณิชย์ 34%

2) “ABCNEXT-SSF ของบลจ.อเบอร์ดีน 08%

3) “UCI-SSF” ของบลจ.ยูโอบี 49%

4) “SCBGENOME(SSF)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ 65

5) “SCBASHARES(SSF) ของบลจ.ไทยพาณิชย์ 37


ปีสุดท้ายสำหรับกองทุน “SSF” แล้ว ใครที่กำลังมองหาทางเลือกในการประหยัดภาษีที่มีนโยบายลงทุนให้เลือกหลากหลาย มีโอกาสได้รับประโยชน์จากวงจร “ดอกเบี้ยขาลง” ที่มาถึง ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีได้เช่นกัน


ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’