“RMF” 8 เดือนแรก AUM แตะ “4.3 แสนลบ.” บวกเล็กน้อย +2.77%... ด้าน “RMF-หุ้นไทย” ทรงตัว +1.52% ส่วน “RMF-หุ้นตปท.” โตแรง +7.26% ปีนี้ผลงานฟื้น กว่า 80% ผลตอบแทน “บวก” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +5.46%
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้จะพามาส่องความเคลื่อนไหวของกลุ่ม “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ที่มีนโยบายลงทุนใน “หุ้น” ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 47.34% ของกอง RMF ทั้งหมด
โดยผู้ลงทุนสามารถลดหย่อนภาษีได้ “ไม่เกิน 30%” ของรายได้ และ “ไม่เกิน 5 แสนบาท” (นับรวมกับกลุ่มกองทุนเพื่อเกษียณต้องไม่เกิน 5 แสนบาท) และต้องลงทุนอย่างน้อย “5 ปี” (นับจากวันที่ซื้อ) และ “ขายได้เมื่ออายุ 55 ปี” ที่สำคัญต้องลงทุนต่อเนื่อง (อย่างน้อยปีเว้นปี)
ในช่วง 8 เดือนแรกปี24 กองทุน “RMF” มีสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 432,696.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.77% จากสิ้นปีก่อน (ที่มา: aimc.or.th, วันที่31 ส.ค. 24)
โดยปีนี้ในแง่ของผลการดำเนินงานของกลุ่มกองทุน “RMF-หุ้น” นั้น มีสัญญาณฟื้นตัว ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +5.46% โดยกว่า 80% ของกอง RMF-หุ้น นั้น มีผลตอบแทนเป็น “บวก”
กองทุน “RMF-หุ้น” ปีนี้เป็นยังไงบ้าง ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มีข้อมูลมาอัพเดทให้ฟังกัน
“RMF-หุ้น” ปีนี้ผลงานฟื้น บวกเฉลี่ย +5.46%...“KFINDIARMF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +24.60% ส่วน “ASP-POWERRMF” ดิ่งหนักสุด -29.18%
สำหรับกองทุน “RMF” เป็นอีกทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษี มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์อะไรก็ได้ ทั้งหุ้นไทย, หุ้นต่างประเทศ, ตราสารหนี้, ทองคำ หรืออสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ทำให้สามารถจัดพอร์ตการลงทุนเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายเกษียณระยะยาวได้อย่างมีศักยภาพ และยังเพิ่มความยืดหยุ่นในการลงทุนให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาวะตลาดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
ภาพรวมของกอง “RMF” ในปัจจุบัน (ณ วันที่ 31 ส.ค. 24) นั้น มีสัดส่วนการลงทุนใน “หุ้น” รวมกันกว่า 47.34% แบ่งเป็น “RMF-หุ้นไทย” 26.18% และ “RMF-หุ้นตปท.” 21.16%
โดยในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ กอง “RMF-หุ้นไทย” โตขึ้นเล็กน้อย +1.52% ในขณะที่ “RMF-หุ้นตปท.” โตเพิ่มขึ้น +7.26% สะท้อนว่านักลงทุนไทยในช่วงที่ผ่านมาไม่เพียงมีการจัดสรรเงินลงทุนในกลุ่มสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง “หุ้น” เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีการกระจายออกไปยังลงทุนใน “หุ้นต่างประเทศ” เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดีเลยทีเดียว
ปัจจุบัน มี “RMF-หุ้น” 228 กอง ที่มีผลงานตั้งแต่ต้นปี (ณ วันที่ 23 ก.ย. 24) มี 211 กอง (เพราะบางส่วนเป็นกองใหม่ที่บลจ.เพิ่งออกมาเพิ่มเติมทางเลือก) โดยทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +5.46% ทั้งนี้มีถึง 168 กอง คิดเป็น 80% ที่มีผลตอบแทนเป็น “บวก” มีเพียงส่วนน้อย 20% เท่านั้น ที่ยัง “ติดลบ” โดยกองที่มีผลงาน “ดีสุด” และ “แย่สุด” นั้น ต่างเป็นกองทุนที่ลงทุนใน “ต่างประเทศ” ทั้งสิ้น

สำหรับ 5 กองทุน “RMF-หุ้น” ที่มีผลงาน “ดีสุด” ปีนี้ ได้แก่
1) “KFINDIARMF” ของบลจ.กรุงศรี +60%
2) “DAOL-GOLDRMF” ของบลจ.ดาโอ +79%
3) “B-INDIAMRMF” ของบลจ.บัวหลวง +35%
4) “KKP TECH RMF-H” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร +39%
5) “TTECHRMF-A” ของบลจ.ทิสโก้ +12%
ส่วน 5 กองทุน “RMF-หุ้น” ที่มีผลงาน “แย่สุด” ปีนี้ ประกอบด้วย
1) “ASP-POWERRMF” ของบลจ.แอสเซท พลัส −18%
2) “ES-STARTECHRMF” ของบลจ.อีสท์สปริง −52%
3) “SCBRMCLEAN(A)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ −46%
4) “SCBRMASHARES(A)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ −75%
5) “ES-GINNORMF” ของบลจ.อีสท์สปริง −89%
สำหรับ กองทุน “RMF” เป็นทางเลือกการลงทุนที่ช่วยประหยัดภาษีที่น่าสนใจ มีนโยบายลงทุนให้เลือกหลากหลาย สำหรับใครที่ “รับความเสี่ยงได้สูง” กลุ่มกอง “RMF-หุ้น” เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การสะสมความมั่งคั่งระยะยาวเพื่อเป้าหมายเกษียณได้เป็นอย่างดี
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
