สะสมความมั่งคั่งในตลาดหุ้นไทยกับ ‘หุ้นพื้นฐานดี-มีการเติบโต’ กับ...“SCBDAP” !!!
“ตลาดหุ้นไทย” หลายคนคงกำลังมองโอกาสลงทุนอยู่อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ 1 ปีที่ผ่านมาดัชนีได้ปรับตัวลดลงจนถึงระดับต่ำสุดในรอบหลาย 10 ปี ในช่วงต้นปีลงไปต่ำกว่า 1,000 จุด ปลายเดือนต.ค.63 ลงไปบริเวณ 1,200 จุด ซึ่งบางคนก็มองว่าเป็น “โอกาสในวิกฤติ”
แต่ปัจจุบันดัชนีหุ้นไทยก็ทะยานมายืนเหนือ 1,600 จุด ได้อีกครั้ง ผลตอบแทนรวม (SET TRI) ย้อนหลัง 1 ปี (ณ วันที่ 31 พ.ค. 64) อยู่ที่ 21.78% ตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 11.87% จนดูแพงไปเมื่อเทียบกับตลาดเพื่อนบ้าน
จากเหตุการณ์ดังกล่าวก็ได้สร้างความกังวลและข้อกังขาไม่น้อยว่า การลงทุนในตลาดหุ้นไทยยังมีโอกาสที่จะสร้างผลตอบแทนได้หรือไม่ในยามที่เศรษฐกิจเป็นเช่นนี้
แต่เหมือนว่าโอกาสการลงทุนในตลาดหุ้นไทยนั้น จะกลับมาอีกครั้งหลังจากที่นโยบายรัฐบาลได้ออกประกาศจะกลับมา “เปิดเมือง” อีก 120 วัน พร้อมกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้นักลงทุนหลายคนกลับมาให้ความสนใจ “หุ้นไทย” อีกครั้ง
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนี้นำเสนอ “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ธนอนันต์ (ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล)” หรือ “SCBDAP” กองทุนรวมหุ้นไทยที่สนใจที่ได้รับจากจัดอันดับจาก “มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว” มาแชร์กัน
“กอง SCBDAP” โชว์ผลตอบแทนตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า 4 ปี 4.43% ต่อปี ชนะดัชนีเทียบวัด
การลงทุนใน “หุ้น” ความผันผวนในระยะสั้นถือเป็นเรื่องปกติ เหมือนกับ “ตลาดหุ้นไทย” ในปีที่ผ่านมาก็ผลตอบแทนไม่ดีนัก ใครที่ลงทุนอยู่คงต้องผิดหวังไปตามๆ กัน แต่ในปีนี้กลับเป็นตลาดที่มีผลตอบแทนดีที่สุดตลาดหนึ่งในโลกเลยทีเดียว
ดังนั้น การลงทุนในหุ้นควรมองเป็นการลงทุนระยะยาว อย่าไปไล่ตามตลาดจนอาจทำให้การลงทุนผิดพลาดเอาได้ง่ายๆ เอาเวลาที่มีอยู่ไปทำงานปกติของตัวเอง แล้วเอาเงินไปทำงานผ่าน “กองทุนหุ้น” ให้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพที่ทำงานเต็มเวลาช่วยดูแลบริหารจัดการเงินลงทุนให้กับคุณน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

โดยกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อกองว่า “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ธนอนันต์ (ชนิดผู้ลงทุนกลุ่ม/บุคคล)” หรือ “SCBDAP” จาก ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ ที่ได้จัดตั้งขึ้นวันที่ 1 สิงหาคม 2560 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 16 มิ.ย.64) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 13,626,388 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 10.15 บาทต่อหน่วย
“สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุนถึงแม้ว่าจะเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ประเภทหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแต่ความแตกต่างของ SCBDAP นั้น จะเน้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี และมีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตยิ่งขึ้นในอนาคต โดยมี net exposure ในตราสารดังกล่าวเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุนรวม”
ส่วนที่เหลือจะลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัททั้งที่จดทะเบียน และไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ตลอดจนตราสารการเงินอื่น ๆ ในสัดส่วนที่เหมาะสมของแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ อาจพิจารณาลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลงทุน และเพื่อการลงทุน และจะลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝง (Structured Note) ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
กองทุนนี้จัดอยู่ในกลุ่ม “กองหุ้นทั่วไป” ทำให้สามารถลงทุนในตลาดหุ้นไทยได้แบบไม่มีข้อจำกัด มีความยืดหยุ่นในการลงทุนที่ค่อนข้างสูง ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าการลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบไปด้วย
1.พลังงานและสาธารณูปโภค 17.72%
2.พาณิชย์ 10.65%
3.อาหารและเครื่องดื่ม 10.11%
4.ธนาคาร 7.92%
5.ขนส่งและโลจิสติกส์ 7.39%

“โดยผลการดำเนินงานของ ‘กอง SCBDAP’ (ณ วันที่ 31พ.ค. 64) ก็ถือเป็นสิ่งสะท้อนถึงนโยบายการลงทุนได้เป็นอย่างดี เนื่องจากตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 4.43% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่เพียง 3.57% ต่อปี ซึ่งแลกมากับความผันผวนของผลการดำเนินที่ค่อนข้างสูงกว่าดัชนีชี้วัดหรือจะเฉลี่ยอยู่ที่ 18.46% ต่อปี ขณะที่ดัชนีชี้วัดเฉลี่ยอยู่ที่ 17.89% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -41.17%”
ซึ่งเพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถเข้าได้ง่าย กองทุนจึงมีการเปิดโอกาสให้แก่ผู้ลงทุนที่มีต้นทุนไม่สูงมากหรือมีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่ 1 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนและมูลค่าคงเหลือขั้นต่ำอยู่ที่ 1,000 บาท โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 2 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน
สำหรับช่องทางการซื้อขายกองทุน นักลงทุนที่สนใจสามารถทำรายการได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์และผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนหน่วยลงทุน
“นักลงทุนที่ยังมองหาโอกาสการลงทุนใน ‘หุ้นไทย’ หรือกำลังทยอยสะสมหุ้นไทย กองทุนรวมหุ้นไทยอย่าง ‘SCBDAP’ ก็ถือว่ามีความน่าสนใจไม่ต่างจากองทุนอื่นที่มีนโยบายเดียวกัน โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุนเงินน้อยหรือกำลังออมเงินผ่านกองทุนรวมกองทุนนี้ก็เป็นทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว”
