Official Update :

เลือก “ชนิดหน่วยลงทุน” ที่ใช่...ให้ตอบโจทย์เป้าหมายการลงทุน !!!

การลงทุนใน “กองทุนรวม” นั้น นอกจากจะมีสินทรัพย์ทางเลือกหลากหลายชนิดให้นักลงทุนคัดเลือกตามระดับความเสี่ยงที่ตัวบุคคลจะรับได้หรือระดับของผลตอบแทนที่ตัวเองพอใจ


กองทุนรวมเองยังมีการแบ่ง “ชนิดหน่วยลงทุน (Share Class)เป็นประเภทต่างๆ ภายใต้กองทุนจเดียวกันออกมาด้วยเช่นกัน ซึ่งความแตกต่างก็จะขึ้นอยู่ว่ารูปแบบการสร้างผลตอบแทนและการต่อยอดผลตอบแทนของหน่วยแต่ละประเภท


โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับบลจ. ในการจัดตั้งกองทุนรวมและเป็นประโยชน์แก่ผู้ลงทุนที่มีความต้องการผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ที่แตกต่างกันภายใต้นโยบายการลงทุนเดียวกัน


ซึ่งก็มีนักลงทุนบางกลุ่มบางรายที่จะสังเกตความแตกต่างของหน่วยลงทุนและมีความเข้าใจในระดับหนึ่ง แต่สำหรับมือใหม่ที่เรื่องดังกล่าวก็ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรเข้าใจเช่นกัน


โดยในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากขอโอกาสนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ “ชนิดของหน่วยลงทุน” หรือ Share class” ให้แก่นักลงทุนมือใหม่หรือคนที่กำลังศึกษาการลงทุนในกองทุนรวม



Share-Class” ช่วยบอก ‘ชนิดของหน่วยลงทุน’

สำหรับ “ชนิดของหน่วยลงทุน” หรือ Share class” นั้น หากพูดคำนี้ขึ้นมานักลงทุนอาจจะไม่คุ้นเคยหรือไม่ได้มีผ่านหูผ่านตาเข้ามาเลย จึงอยากขออธิบายหรือข้อสังเกตชนิดของหน่วยลงทุนนั้นจะเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษต่อท้ายชื่อหน่วยลงทุน อย่างเช่น Thai Equity-A ,Thai Equity-D ,Thai Equity-R ซึ่งชนิดของหน่วยลงทุนในปัจจุบันที่ถูกแบ่งออกเป็นรูปแบบต่างๆ ประกอบไปด้วย


-ชนิด A-class หรือชนิดสะสมมูลค่า นำผลตอบแทนกลับไปลงทุนในกองทุนโดยอัตโนมัติ หรือเป็นแบบไม่จ่ายเงินปันผล แต่ผู้จัดการกองทุนจะนำผลประโยชน์จากกองทุนไปลงทุนต่อ จึงให้ผลตอบแทนในลักษณะของ Capital Gain เมื่อนักลงทุนขายหน่วยลงทุน


-ชนิด D-class หรือ ชนิดจ่ายเงินปันผล โดยรูปแบบการสร้างผลตอบแทนจะเป็นแบบจ่ายผลตอบแทนคืนผู้ถือหน่วยเป็นเงินปันผล เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการมีรายได้ที่สม่ำเสมออยู่ในทุกๆ ปี แต่จะมีการหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% จากเงินปันผล





-ชนิด
R-class หรือ ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ ที่จะสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ลงทุนโดยการจ่ายผลตอบแทนคืนผู้ถือหน่วยด้วยการขายหน่วยลงทุนบางส่วนโดยอัตโนมัติ ซึ่งชนิดดังกล่าวจะช่วยสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกันกับชนิด D-class เพียงแต่เงินจากการขายคืนนี้จะ ไม่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายเหมือนกับแบบจ่ายปันผล เพราะถือเป็นการขายหน่วยลงทุน


-ชนิด E-class หรือ ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมการจัดการและค่าธรรมเนียมการขายหน่วยลงทุน ซึ่งวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ลงทุนสามารถเริ่มลงทุนได้ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำและมูลค่าเงินลงทุนเริ่มต้นที่ไม่มาก ลักษณะสำคัญของ e-class คือ ไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมเมื่อผู้ลงทุนซื้อกองทุน (Front-end Fee)


“แต่อย่างไรก็ดีก็มีชนิดของหน่วยลงทุนที่เป็นแบ่งกลุ่มผู้ลงทุนหรือเป็นการเจาะจงในกลุ่มนักลงทุนนั้นๆ อย่าง I-class สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน และชนิด P-class สำหรับผู้ลงทุนกองทุนส่วนบุคคล เป็นต้น”


พูดมาถึงตรงนี้ นักลงทุนหลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องมีการแบ่ง “ชนิดของหน่วยลงทุน” ให้เป็น Share class” นั่นก็เพราะวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับบลจ. ในการจัดตั้งกองทุนรวมและเป็นประโยชน์แก่ผู้ลงทุนที่มีความต้องการผลตอบแทนและระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ที่แตกต่างกันภายใต้นโยบายการลงทุนเดียวกัน


จากในอดีตกองทุนที่มีนโยบายจ่ายผลตอบแทนต่างกัน ต้องมาตั้งกองทุนแยกเป็นอีกกองๆ หนึ่งจ่ายปันผล กองหนึ่งไม่จ่ายปันผล ทำให้ไม่สะดวก ทั้งที่มีนโยบายลงทุนเหมือนกัน จนทำให้มีกองทุนจำนวนมากมายเต็มไปหมด ด้วยระบบ Share Class ก็ทำให้กองทุนเดียวมีหลายชนิดหน่วยลงทุนได้ สะดวกทั้งกับบลจ.เองตลอดจนผู้ลงทุนด้วย


การเลือกลงทุนตามชนิดของหน่วยลงทุน ก็เป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนตามสไตล์การลงทุนของแต่ละคนที่อาจจะต้องการมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ หรือต้องการเงินต้นให้งอกเงยออกดอกออกผล แต่อย่างไรก็ดีในบางบลจ.ก็อาจมีการใช้ตัวหนังสือที่แตกต่างออกไปในการชนิดของหน่วยลงทุน ซึ่งผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้ก่อนตัดสินใจลงทุน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Fun of Funds
“LHEQDPLUS-A” ลุย “หุ้นปันผลสูง”... สะสม “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
HANA ติด Cash Balance มีผล 24 ส.ค.-11 ก.ย.69 โบรกฯ มองกำไรมีแนวโน้มโตแรง 2-3 ปี รับดีมานด์ชิป AI-Data Center แข็งแกร่ง
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
“งบมีจำกัด”...จะเลือก “ประกัน” หรือ “ออม” ก่อนดี?
เมื่อ อีก 12 ชั่วโมง
Stock of the Day
เช็กลิสต์ 4 หุ้นเด่น โค้งสุดท้าย MSCI Rebalance โบรกฯ แนะอาศัยจังหวะย่อตัวเข้าสะสม ดักรับเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ ก่อนมีผล 31 ส.ค.นี้
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Fun of Funds
“PVD” ครึ่งแรกปี26 “ฟื้น” AUM เพิ่มขึ้น +6.23%... “บลจ.พรินซิเพิล” แชมป์โตสุด +26.85% “บลจ.เฟิร์ส พลัส” ร่วงสุด -9.82% “บลจ.ทิสโก้” แชมป์ส่วนแบ่งมากสุด 19.57% !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us