อยากรู้ว่า?...กองทุนไหนเป็น “กองทุนยั่งยืน” ให้ดูที่ ‘นโยบายการลงทุน’-ไม่ใช่ที่ ‘ESG Rating’ !!!

รู้หรือไม่?..."กองทุนยั่งยืนทั่วโลก" ไตรมาส1/21 มีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ จากสิ้นปี2018 ที่ 6 แสนล้านดอลลาร์ หรือโตขึ้นกว่า 3 เท่า ในระยะ 3 ปี ที่ผ่านมา


ในไทยเองก็เช่นกัน ปัจจุบัน (ณ พ.ค. 21) มี “กองทุนยั่งยืน” 52 กอง มีขนาดสินทรัพย์รวมกันกว่า 56,000 ล้านบาท กว่า 97% เป็น “กองหุ้นยั่งยืน-FIF”


สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวของ “การลงทุนแบบยั่งยืน (Sustainability Investment)” ที่เกิดขึ้นในโลกในช่วงที่ผ่านมาได้เป็นอย่างดี


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจจากทาง “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” มาฝากกัน



“
Morningstar” แบ่ง “กองทุนยั่งยืน” เป็น 3 ประเภท

จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า “การลงทุนอย่างยั่งยืน” เป็นที่กล่าวถึงและได้รับความสนใจมากขึ้นเห็นได้จากเม็ดเงินการลงทุนที่กำลังเติบโต รวมทั้งความมุ่งมั่นจากทางภาครรัฐและเอกชนทั่วโลกที่หันมาตระหนักถึงความสำคัญของความยั่งยืนในการลงทุนไปจนถึงการออกเกณฑ์โดยหน่วยงานกำกับดูแลที่เข้ามามีส่วนส่งเสริมให้ Sustainable Investing ยังคงมีศักยภาพการเติบโตได้


“Morningstar” กำหนดให้ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” เป็นการลงทุนที่เน้นในเรื่องของความยั่งยืน การสร้างผลกระทบและ ESG ซึ่งต้องมีการระบุอยู่ในหนังสือชี้ชวนกองทุนหรือเอกสารอื่นใดที่ได้รับการกำกับดูแล ทั้งนี้การลงทุนอย่างยั่งยืนสามารถแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

-“ESG Fund” ซึ่งเป็นกลุ่มที่กองทุนใช้ปัจจัยด้าน ESG ในการคัดเลือกตราสารลงทุน

-“Impact Fund” จะเป็นการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนต่อประเด็นต่างๆ เช่น เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน เพื่อความหลากหลายและเท่าเทียมทางเพศ เป็นต้น

-“Environmental Sector Fund” ที่เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมเช่นพลังงานหมุนเวียน



“ยุโรป” เป็นตลาดหลัก
‘การลงทุนแบบยั่งยืน’...ใน “ไทย” เองก็มีการเติบโตที่ก้าวกระโดดช่วง 2 – 3 ปี ที่ผ่านมา

“ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้มูลค่าการลงทุนอย่างยั่งยืนทั่วโลกสูงขึ้นเข้าใกล้ระดับ 2 ล้านล้านดอลลาร์ โดยมูลค่าการลงทุนส่วนใหญ่ยังอยู่ที่ ‘ยุโรป’ ราว 1.6 ล้านล้านดอลลาร์หรือเกือบ 82% ของทั่วโลก ขณะที่ ‘สหรัฐ’ เป็นตลาดใหญ่อันดับ 2 ด้วยมูลค่ารวม 2.7 แสนล้านดอลลาร์หรือ 13% ของทั่วโลก ด้าน ‘ญี่ปุ่น’ ถือเป็นผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนฝั่งเอเชียจากมูลค่าการลงทุนรวม 2.1 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็น 1% ของทั่วโลก”


หากมองในภาพระยะยาวจะพบว่า “กองทุนยั่งยืน” มีมูลค่าทรัพย์สินไต่ระดับขึ้นมาเรื่อย ๆ โดยเคยอยู่ที่ระดับ 6 แสนล้านดอลลาร์เมื่อปี 2018 มาอยู่ที่เกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ณ สิ้นไตรมาสที่1/21 ซึ่งเป็นการเติบโตที่รวดเร็วมากในระยะ 3 ปี โตขึ้นกว่า 3 เท่า ซึ่งมาจากการเติบโตในยุโรปเป็นหลัก สะท้อนว่าภูมิภาคอื่นทั่วโลกก็ยังมีศักยภาพการเติบโตได้อีกมาก





“การลงทุนอย่างยั่งยืนถือว่ายังเป็นเรื่องใหม่สำหรับผู้ลงทุนส่วนใหญ่ในประเทศไทย ปัจจุบันมีทั้งการลงทุนในประเทศและต่างประเทศ (ณ 31 พ.ค. 21) มูลค่ากองทุนยั่งยืนในประเทศไทยรวมอยู่ที่ 5.6 หมื่นล้านบาท หรือโตเกือบเท่าตัวจากสิ้นปี 2020 โดยมูลค่าทรัพย์สินเกือบทั้งหมดเป็นการลงทุนในต่างประเทศ คิดเป็นมูลค่ารวม 5.5 หมื่นล้านบาทหรือราว 97% ของมูลค่าการลงทุนอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ในขณะที่การลงทุนในประเทศมีมูลค่ารวมเพียง 1.5 พันล้านบาท โดยในปัจจุบันแต่ละกองทุนอาจมีแนวทางการคัดเลือกหุ้นที่ลงทุนตามหลักการที่ต่างกันไปในแต่ละบลจ. ซึ่งอาจพัฒนาเป็นการภายในหรืออ้างอิงจากงานวิจัยภายนอก”



“กองทุนยั่งยืน” ผลงานช่วง 5 เดือนแรก...ทำได้ดีไม่แพ้
‘กองหุ้นปกติ’

ทาง “Morningstar” ยังระบุอีกว่า ในอดีตนักลงทุนอาจจะมองว่าการที่บริษัทมาให้ความสำคัญในเรื่องของ ESG อาจทำให้มีต้นทุนเพิ่มขึ้นและส่งผลเชิงลบต่อผลประกอบการของบริษัทได้ แต่ข้อเท็จจริงก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้น บริษัทที่คำนึงถึง ESG ผลประกอบการก็ไม่ได้แย่ไปกว่าบริษัททั่วไปแต่ประการใด ซึ่งนักลงทุนเองก็มีความเข้าใจมากขึ้นในเรื่องนี้เช่นกัน แต่การลงทุนแบบยั่งยืนคงต้องมองเป็น ‘การลงทุนระยะยาว’ ไม่ได้มาหวังผลในระยะสั้นๆ แต่ประการใด


“ในด้านของผลตอบแทน ‘กองทุนยั่งยืน’ เองถือได้ว่ามีผลตอบแทนที่สามารถแข่งขันกับกองทุนทั่วไปได้ (ณ 31 พ.ค. 21) กองทุนที่ได้ผลตอบแทนสูงสุดรอบ 5 เดือนแรกมีทั้งการลงทุนในประเทศและต่างประเทศผลตอบแทนก็ไม่ได้แพ้กองหุ้นทั่วไปแต่ประการใด”





โดยกองทุน ‘Innotech Sustainable Thai Equity Systematic (ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป)’ มีผลตอบแทนสูงสุด 24.1% เทียบกับ SET TR ที่ 11.9%


ด้านกองทุนต่างประเทศ(FIF) กองทุน ‘Principal Global Silver Age’ มีผลตอบแทนสูงสุดรอบ 5 เดือนที่ 12.6% โดยมีนโยบายลงทุนไปกับแนวโน้มประชากรสูงวัยของโลกขณะเดียวกันกองทุนอื่นก็มีผลตอบแทนระดับ 10% ซึ่งสูงกว่าผลตอบแทนเฉลี่ยกองทุนหุ้นทั่วโลกที่ 6.6% เช่นเดียวกัน


“การลงทุนอย่างยั่งยืนที่เป็น FIF นั้น ส่วนใหญ่เป็นกองทุนที่เพิ่งเริ่มดำเนินการ จึงอาจทำให้ยังมีผลตอบแทนย้อนหลังที่ค่อนข้างสั้น แต่ด้วยลักษณะของ FIF จะเป็นรูปแบบ ‘Feeder Fund’ หรือ ‘Fund of Funds’ ทำให้สามารถใช้ผลตอบแทนของกองทุนที่กองทุนไทยไปลงทุนประกอบการพิจารณาได้ โดยบางกองทุนอาจมีผลตอบแทนติดลบในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ซึ่งอาจมีส่วนมาจากการกระจุกตัวในอุตสาหกรรมใดๆ หรือมูลค่าหุ้นที่ย่อตัวลงจากที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูงแล้วนั่นเอง”



“
Morningstar Sustainability Rating”...ไม่ได้บอกว่ากองทุนนั้นลงทุนด้าน ESG หรือไม่ & ไม่เกี่ยวกับเรื่องผลตอบแทน

“Morningstar” ได้เริ่มจัดอันดับ “Morningstar Sustainability Rating™” มาตั้งแต่ปี 2016 เพื่อเป็นตัวช่วยในการคัดกรองความเสี่ยงในแง่ ESG ของแต่ละกองทุน โดยใช้ข้อมูลการวิเคราะห์โดย “Sustainalytics” ที่เป็นบริษัทลูกของมอร์นิ่งสตาร์ มีความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยเกี่ยวกับความยั่งยืน โดยมอร์นิ่งสตาร์จะนำผลคะแนนแต่ละบริษัททั่วโลกที่ประเมินโดย Sustainalytics มาปรับใช้กับพอร์ตโฟลิโอจริงของแต่ละกองทุนและนำไปเทียบกับกองทุนลักษณะเดียวกันโดยแสดงผลด้วยสัญลักษณ์รูปลูกโลกจำนวน “1 ถึง 5-globe” โดย “5-globe” คือดีที่สุด


“Sustainalytics ให้ความสำคัญในเรื่องความเสี่ยงที่มีนัยสำคัญต่อบริษัท/ธุรกิจนั้น ๆ ในการประเมิน เช่น หากบริษัท ABC ทำธุรกิจพลังงาน ก็จะมีความเสี่ยงด้าน ESG ที่มีนัยสำคัญเช่น การปล่อยมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพหรือมาตรฐานความปลอดภัยพนักงานในการปฎิบัติงาน เป็นต้น ซึ่งจะมีความแตกต่างกับธุรกิจประเภทอื่นเช่น บริษัท XYZ ทำธุรกิจการเงินหรือธนาคาร ที่จะไม่ได้มีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมเป็นประเด็นสำคัญ แต่จะมีความเสี่ยงด้านจรรยาบรรณทางธุรกิจหรือข้อมูลลูกค้ามากกว่า ปัจจุบันมีบริษัทที่ Sustainalytics ทำการวิเคราะห์ด้าน ESG มากกว่า 10,000 บริษัททั่วโลก ในประเทศไทยเองมากกว่า 140 บริษัท ซึ่งอยู่ใน SET50 และ SET100”





“อย่างไรก็ตามกองทุนที่ได้รับการจัดเรตติ้งไม่ได้เป็นการการันตีโดยมอร์นิ่งสตาร์ว่าเป็นการลงทุนอย่างยั่งยืน หมายความว่าอาจเป็นกองทุนที่ไม่ได้ระบุในหนังสือชี้ชวนว่ามีแนวทางการลงทุนเพื่อความยั่งยืนแต่ได้รับการจัดเรตติ้ง ซึ่งมีสาเหตุจากหนึ่งในเกณฑ์ของมอร์นิ่งสตาร์ที่ระบุว่าหากกองทุนมีการลงทุน ‘อย่างน้อย 67%’ ของมูลค่าทรัพย์สินในบริษัทที่ได้รับการประเมินโดย Sustainalytics จะได้รับการจัดเรตติ้งโดยอัตโนมัติ ดังนั้นนักลงทุนถ้าสนใจจะลงทุนในกองทุนยั่งยืน ต้องดูนโยบายการลงทุนของกองทุนนั้นๆ ก่อนว่าใช่หรือไม่ แล้วค่อยมาใช้เรทติ้งเป็นข้อมูลประกอบต่อไป”


ตัวอย่าง กองทุนที่ลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ที่ได้รับการจัดเรตติ้ง เนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ในดัชนี SET100 มีคะแนนที่ประเมินโดย Sustainalytics ในทางกลับกันกองทุนที่ระบุว่ามีนโยบายการลงทุนอย่างยั่งยืนก็อาจไม่ได้รับการจัดเรตติ้ง เนื่องจากมีสัดส่วนลงทุนในตราสารที่ทาง Sustainalytics ประเมินในสัดส่วนต่ำกว่า 67% เป็นต้น


“ที่สำคัญเรทติ้งด้าน ESG ก็คือสะท้อนเรื่องของ ESG ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของ ‘ผลตอบแทน’ ของกองทุนแต่ประการใด ในส่วนของผลตอบแทนก็จะเป็น Mornigstar Rating ที่เป็น ‘ดาว (Star)’ ซึ่งจะเป็นเรทติ้งอีกประเภทหนึ่ง จึงไม่อยากให้นักลงทุนสับสนในเรื่องนี้แต่ประการใด”


การตื่นตัวของ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” ถือเป็นกระแสหลักของทั่วโลกรวมทั้งในไทยเอง ซึ่งทาง “Morningstar” มองว่าในอนาคตน่าจะเห็นการเติบโตของ ‘กองหุ้นยั่งยืนไทย’ มากขึ้นด้วยเช่นกัน หลังจากที่มีการวางกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในเรื่องนี้เอาไว้ได้และทำให้กองทุนมีเกณฑ์ที่ชัดเจนในการเข้าไปลงทุนในกลุ่มหุ้น ESG ที่ได้มาตรฐานและเป็นที่ยอมรับนั่นเอง

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 1 วัน
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ อีก 3 ชั่วโมง
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us