คาดทั้งปีเห็น “เงินต่างชาติ” ไหลออกสุทธิจาก “หุ้นไทย” กว่า 5 พันล้านดอลล์...เหตุ ‘บาทอ่อนค่า’ ระยะกลาง !!!

ภาพของเศรษฐกิจไทยในปีนี้อาจดูไม่สดใสเท่าไรนัก เพราะเจอการกลับมา “ระลอก3” ของ COVID-19 ถล่มซ้ำตั้งแต่ช่วงต้นปีกันเลยทีเดียว


จนมีการทยอยหั่นเป้าการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยลงมาเหลือเฉลี่ย 1.8-2.0% จากค่ายสำนักต่างๆ ทั้งไทยและต่างประเทศ แต่ก็ยังถือเป็นตัวเลขที่ดีกว่าในปีที่ผ่านมาที่หดตัว -6.1%


ในขณะที่ภาพของ “ตลาดหุ้นไทย” ค่อนข้างจะตรงกันข้ามกับเศรษฐกิจกับความคาดหวังต่อความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนและเศรษฐกิจที่จะฟื้นกลับมาดีในช่วงครึ่งปีหลังได้


วันนี้ (23 มิ.ย. 21) มีการประชุม “คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)” ครั้งที่4 ของปี21 ซึ่งตลาดก็มองว่ากนง.ยังน่าจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 0.5% ตลอดทั้งปีนี้


วันนี้ทางทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthythai’ มีมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจจากทาง “บลจ.ยูโอบี” มาอัพเดทกัน



ประเมิน “กนง.” คงดอกเบี้ย 0.5
%...ส่วน “หุ้นไทย” ไตรมาส4 ขยับไปซื้อขายในกรอบ 1,600-1,680 จุด

โดย “ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์” นักกลยุทธ์การลงทุน บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินว่า ทางกนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.50% และมุมมองเศรษฐกิจไทยจากการประชุมครั้งนี้ของ กนง.จะเป็นบวกกับการลงทุนในประเทศมากขึ้น ส่วนการลงทุนต่างประเทศยังน่าสนใจสำหรับระยะยาว แม้เศรษฐกิจไทยจะยังไม่พ้นจากปัญหาการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่เชื่อว่าครั้งนี้น่าจะเป็นการปรับประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจลงครั้งสุดท้ายของธปท. ในอนาคตจึงอาจมีเซอร์ไพรส์ในเชิงบวก ถ้าสามารถฉีดวัคซีนหรือเปิดเมืองได้เร็วตามเป้าหมาย



(ดร.จิติพล พฤกษาเมธานันท์)



“ส่วนตลาดหุ้นไทยคาดว่า SET Index จะประคองตัวในกรอบ 1,540-1,640 จุด ได้ในไตรมาสนี้ และเชื่อว่าถ้าเริ่มเห็นการเดินทางระหว่างประเทศในช่วงสิ้นปีจะขยับขึ้นไปซื้อขายในกรอบ 1,600-1,680 จุด ได้ในไตรมาสที่4”



ชี้ “เกาหลีใต้-สิงคโปร์-ไต้หวัน” เป็น 3 ประเทศที่ศก.ดีสุดในเอเชีย...เป้าหมายเงินลงทุนต่างชาติเพิ่มน้ำหนัก

ส่วนภาพรวม “ค่าเงินบาท” การที่ “ธนาคารกลางสหรัฐ” ส่งสัญญาณเข้มงวด ขณะที่กนง.ยังต้องใช้นโยบายการเงินผ่อนคลายพยุงเศรษฐกิจจะกดดันให้ ‘เงินบาทอ่อนค่า’ ต่อ ในระยะสั้นไม่ได้เป็นบวกกับเศรษฐกิจ เนื่องจากช่วงนี้การส่งออกสินค้าติดขัดในเชิงโครงสร้าง ส่วน “การท่องเที่ยว” ที่ยังไม่พร้อม ในระยะกลางเมื่อเงินบาทอ่อนก็จะเห็นนักลงทุนต่างชาติทยอยขายสินทรัพย์ในประเทศต่อไป คาดว่าทั้งปีจะเห็นเงินทุนไหลออกจากหุ้นไทยรวมราว 5,000 ล้านดอลลาร์ (จากปัจจุบันที่มีเงินทุนไหลเข้าแล้วราว 2,895 ล้านดอลลาร์)


“ส่วน ‘ตลาดบอนด์’ แม้ช่วงนี้จะมีเงินทุนไหลเข้าเนื่องจากยีลด์สหรัฐไม่สูงอย่างที่คาด แต่เชื่อว่าจะเห็นนักลงทุนต่างชาติกลับมาขายบอนด์อีกครั้ง มองทั้งปีคาดว่าจะมีเงินทุนไหลเข้าในบอนด์ลดลงเหลือเพียง 500-1,000 ล้านดอลลาร์ (จากปัจจุบันที่มีเงินทุนไหลเข้าแล้วราว 2,415 ล้านดอลลาร์)”


ส่วนในมุมการลงทุน “นโยบายการเงิน” ที่ผ่อนคลายและเงินบาทที่อ่อนสนับสนุนการลงทุนต่างประเทศ ในเอเชียมองว่า ‘เกาหลีใต้, สิงคโปร์ และไต้หวัน’ เป็น 3 ประเทศที่มีนโยบายเศรษฐกิจดีที่สุดจึงเป็นเป้าหมายของนักลงทุนที่ต้องการเพิ่มสัดส่วนในเอเชีย เป้าหมายรองลงมาคือ ‘จีน อินเดีย และมาเลเซีย’ ขณะที่หุ้น ‘ฮ่องกงและฟิลิปปินส์’ น่าสนใจน้อยที่สุด


ทั้งหมดนี้ คือ มุมมองการลงทุนของ “บลจ.ยูโอบี” ที่มีต่อทิศทางเศรษฐกิจและการลงทุนในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย

โต๊ะกองทุน Wealthythai

Most Viewed
Fun of Funds
“UGFT” กระจายลงทุนทั่วโลก… ตอบโจทย์ “การสร้างความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 3 ชั่วโมงที่แล้ว
Where to put your money
“การตึ๊ง” เป็นศิลปะ... ในการบริหารเงินทุนหมุนเวียนของ “ผู้ที่มีรายได้น้อย” !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
กรณีศึกษา: เรื่องต่อไปที่ “เนเน่” ต้องตัดสินใจ !!!
เมื่อ อีก 1 วัน
Sustainability
“การลงทุน” เพื่อรับมือกับ “Climate Risk”… คือ “การลงทุนเพื่อปกป้องมูลค่าของธุรกิจ” !!!
เมื่อ อีก 3 ชั่วโมง
Fun of Funds
“บลจ.” 1H26 “สุดปัง” กำไรพุ่ง +30.83%... “บลจ.เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์” แชมป์กำไรโตสุด +1,150.34% “บลจ.เอ็กซ์สปริง” ขาดทุนเพิ่มมากสุด -368.01% “บลจ.กสิกรไทย” แชมป์กำไรมากสุด 1.8 พันลบ. !!!
เมื่อ 19 ชั่วโมงที่แล้ว
Follow Us