“ThaiESG” ปีนี้โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +1.28% “K-TNZ-ThaiESG” แชมป์สูงสุด +7.72% ส่วน “MEGA20THAIESG” ร่วงสุด -7.92% พบ 5 “บลจ.ลูกแบงก์” ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 82% !!!
Fun of Funds: เข้าสู่ช่วงสุดท้ายของปี 2024 กันแล้ว เป็นเทศกาลลงทุน “กองทุนประหยัดภาษี” ประจำปีกันอีกครั้ง ซึ่งปีนี้ที่น่าสนใจคงหนีไม่พ้น “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG)
ซึ่งปีนี้มีการปรับเงื่อนไขให้น่าสนใจเพิ่มขึ้น โดยสามารถลดหย่อนภาษีเพิ่มเป็น 300,000 บาท (เดิม 100,000 บาท) หรือ ไม่เกิน 30% ของรายได้ และลดเวลาถือครองเหลือ 5 ปี นับจากวันลงทุน (เดิม 8 ปี)
นั่นทำให้ล่าสุดตัวเลขสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) ของกลุ่มกองทุน ThaiESG ทะลุ “หมื่นล้านบาท” ขึ้นมาเรียบร้อยแล้ว โดยช่วง 10 เดือนแรกปี24 AUM อยู่ที่กว่า 1.16 หมื่นล้านบาท มีเงินไหลเข้าสุทธิ 4.7 พันล้านบาท และทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้ +1.28%
โดย “ThaiESG” ตราสารหนี้ ให้ผลตอบแทนดีสุดเฉลี่ย +4.59% !!!
การเคลื่อนไหวของกองทุน “ThaiESG” ช่วง 10 เดือนแรกปี24 เป็นยังไงบ้างนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัพเดทพร้อมๆ กันได้เลย
“ThaiESG” 10 เดือนแรกปี24 “เงินไหลเข้าสุทธิ” 4.7 พันลบ. กลุ่ม “ตราสารหนี้” แชมป์เงินไหลเข้ามากสุด 2.4 พันลบ.
จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุว่า ณ สิ้นเดือนต.ค. กองทุน “ThaiESG” ทั้ง 42 กอง มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมทั้งสิ้นเกือบ 1.16 หมื่นล้านบาท โดยตั้งแต่ต้นปีมีเงินไหลเข้าสุทธิ 4.7 พันล้านบาท แบ่งเป็น “กองทุนตราสารหนี้” 2.4 พันล้านบาท, “กองทุนหุ้นไทย” 1.9 พันล้านบาท และ “กองทุนผสม” 0.4 พันล้านบาท และในปีนี้มีกองทุนเปิดใหม่ทั้งสิ้น 12 กองทุน ซึ่งเป็นกองทุนตราสารหนี้ทั้งหมด 7 กอง จากหลากหลาย บลจ. ที่ยังไม่ได้ออกกองทุนประเภทนี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ

“ภาพรวมกองทุน TESG ยังคงเป็นการลงทุนในกองทุนหุ้น 60%, ตราสารหนี้ 26% และกองทุนผสม 13% ซึ่ง 5 บลจ. ใหญ่ ครองส่วนแบ่งไปแล้ว 82% นำมาโดย อันดับ1) ‘บลจ.กสิกรไทย’ ส่วนแบ่ง 23%, 2) ‘บลจ.ไทยพาณิชย์’ 20%, 3) ‘บลจ.บัวหลวง’ 18%, 4) ‘บลจ.เกียรตินาคินภัทร’ 12% และ 5) ‘บลจ.กรุงไทย’ 9% ตามลำดับ ซึ่งล้วนแต่ ‘บลจ.ลูกแบงก์’ ทั้งหมด”
“ThaiESG” ตราสารหนี้ ผลตอบแทน10 เดือนแรกปี24 สูงสุดเฉลี่ย +4.59%...“K-TNZ-ThaiESG” แชมป์สูงสุด +7.72% ส่วน “MEGA20THAIESG” ร่วงสุด -7.92%
ด้านผลตอบแทน กองทุน “ThaiESG” ปีนี้มีผลตอบแทนเฉลี่ย YTD +1.28% โดยกองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด” ทำได้ +7.72% และกองที่มีผลงาน “แย่สุด” ผลงานติดลบ -7.92% หรือต่างกันอยู่ 15.64%
แต่หากดูรายประเภทสินทรัพย์ “กองทุนหุ้น” ผลตอบแทนเฉลี่ย +0.85% โดยผลตอบแทนของกองทุนหุ้นมีความแตกต่างกันมาก ตั้งแต่ +7.7% จนถึง -7.9% ด้าน “กองทุนตราสารหนี้” ผลตอบแทนเฉลี่ย +4.59% และ “กองทุนผสม” ผลตอบแทนเฉลี่ย +3.14%

สำหรับกองทุน “ThaiESG” ที่มีผลงานดีสุด 3 อันดับแรกนั้น ทำผลตอบแทนได้ค่อนข้างใกล้เคียงกันอย่างมาก นำโดย 1) “K-TNZ-ThaiESG” ของบลจ.กสิกรไทย ทำได้ + 7.72%, 2) “ONE-THAIESG” ของบลจ.วรรณ +7.62% และ 3) “B-TOP-THAIESG” ของบลจ.บัวหลวง +6.89%
ในขณะที่ “MEGA20THAIESG” ของบลจ.ทาลิส ผลตอบแทนดิ่งสุดติดลบอยู่ -7.92%
“K-TNZ-ThaiESG” แชมป์ขนาดใหญ่สุด 2.1 พันล้านบาท...ส่วน “KKP GB THAI ESG” แชมป์เงินไหลเข้ามากสุด 0.69 พันล้านบาท
หากดูขนาดกองทุน พบว่า กอง “K-TNZ-ThaiESG” ของบลจ.กสิกรไทย ยังเป็นกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมกว่า 2 พันล้านบาท ตามด้วย “B-TOP-THAIESG” ของบลจ.บัวหลวง ที่ 1.4 พันล้านบาท และ “KKP GB THAI ESG” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร ที่ 1.3 พันล้านบาท ซึ่งทั้ง 3 กองยังคงครองตำแหน่งผู้นำในด้านมูลค่าทรัพย์สินสุทธิได้เช่นเดียวกับในช่วงต้นปี

“ด้านเงินไหลเข้าสุทธิพบว่า 3 ใน 5 เป็นที่กองทุนเน้นลงทุนในตราสารหนี้ นำโดย ‘KKP GB THAI ESG’, ‘K-ESGSI-ThaiESG’ และ ‘B-SI-THAIESG’ โดย 2 กองทุนหลังเป็นกองซึ่งเปิดใหม่ในปีนี้ จะเห็นได้ว่านักลงทุนมีแนวโน้มให้ความสนใจกับกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำมากขึ้น”
ทั้งหมดนี้ เป็นความเคลื่อนไหวของกองทุน “ThaiESG” ในช่วง 10 เดือนแรกปี24 ที่ผ่านมา ซึ่งยังคงเห็นภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องจน AUM ทะลุ “หมื่นล้านบาท” ขึ้นมาได้เรียบร้อย ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากเงื่อนไขการลงทุนใหม่ที่ไฉไลและน่าสนใจกว่าเดิมนั่นเอง ใครที่กำลังมองหากองทุนประหยัดภาษีอยู่ “ThaiESG” ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
