Official Update :

“KAEQ” ลงทุนแบบ “อุ่นใจ” กับ “หุ้นไทย” พื้นฐานดี… ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Equity Generalที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับระดับความเสี่ยง


แม้ “ตลาดหุ้นไทย” ช่วงนี้จะดูไม่สดใสนัก ปรับตัวลงมาอยู่แถวระดับ 1,440 จุด (ณ วันที่ 21 พ.ย. 24) แต่นับตั้งแต่ต้นปีก็ยังบวกได้เล็กน้อย +3.29% และยังมีลุ้นเม็ดเงินลงทุนทั้งของ “กองทุนวายุภักษ์” และ ThaiESG” มาช่วยหนุนดัชนีในช่วงโค้งสุดท้ายของปี24 ให้ปรับตัวขึ้นได้ในที่สุด


โดยตลาดมองเป้าหมาย SET Index ปีหน้าไว้ประมาณ 1,550 จุด ท่ามกลางเศรษฐกิจที่โตขึ้นจากปีนี้ ก็น่าจะเป็นแรงส่งที่ดีที่ต่อเนื่อง


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นทั่วไป” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



KAEQ” ลงทุนแบบ “อุ่นใจ” กับ “หุ้นไทย” พื้นฐานดี-มีความมั่นคง

สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า KAEQ: กองทุนเปิด เคเอ เอควิตี้บริหารจัดการโดย บลจ.กสิกรไทยมีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 พ.ย. 2545 มีนโยบายลงทุนใน “หุ้นไทย” ที่มีปัจจัยพื้นฐานดี มีความมั่นคง และให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับระดับความเสี่ยง



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” และ “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง KAEQมีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 31 ต.ค. 24) นั้น พบกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย

  • พาณิชย์ 73%

  • พลังงานและสาธารณูปโภค 80%

  • ธนาคาร 37%

  • พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 04%

  • ขนส่งและโลจิสติกส์ 66%


“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 4 ตัวแรก ได้แก่ GULF, CPALL, AOT และ ADVANC ตามลำดับ ซึ่งล้วนเป็นผู้นำในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมที่นักลงทุนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี”



“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘KAEQ’ ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ต.ค. 24) เฉลี่ยอยู่ที่ 12.12% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 10.71% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 19.51% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 18.04% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -34.13%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง
500 บาท เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุน เงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+3)



ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds​​, K-Cyber และ KPLUS


“หุ้นไทย” ในภาพรวมอาจจะดูไม่สดใสเท่าไรนัก แต่ก็ยังมีหุ้นดีๆ ที่ผลประกอบการดีๆ ให้เลือกลงทุนอยู่เช่นกัน เพียงแต่ต้อง “Selective” กันรายตัวเท่านั้นเอง ตรงนี้กองทุนที่บริหารเชิงรุก (Active Fund) ด้วยทีมงานผู้จัดการกองทุนที่มีประสบการณ์ก็น่าจะเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยให้ยังสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในภาวะตลาดที่ไม่เป็นใจเช่นนี้ได้


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’