“ตลาดหุ้นไทย” กับศรัทธาที่หายไป...ลุ้น “คืบหน้าฉีดวัคซีน”-เปิดอัพไซด์ตลาดอีกครั้ง !!!
“ประเทศไทย” ถือว่ายังไม่พ้นวิบากกรรมกับคำว่า “COVID-19” ได้เสียที ด้วยการเกิด ‘คลัสเตอร์ระลอกใหม่’ ออกมาเห็นอย่างต่อเนื่องจนล่าสุดได้เกิดมาตรการล็อกดาวน์ประเทศบางส่วนขึ้นอีกครั้ง
ทำให้ความหวังการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศไทยในเร็วๆ นี้ ก็ดูทีท่าว่าจะริบหรี่ลงทุก นั้นเพราะอีกปัจจัยสำคัญอย่าง วัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ที่จะแจกจ่ายให้แก่ประชาชนก็ยังไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ตลาดคาดการณ์นัก
ซึ่งจากผลกระทบดังกล่าวได้สะท้อนมายัง “ตลาดหุ้นไทย” ด้วยเช่นกัน ด้วยความกังวลต่อปัจจัยที่เข้ามากดดันจึงทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ขาดความมั่นใจในการบริหารจัดการของรัฐบาลและเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
ตั้งแต่ต้นปีมาถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 29 มิ.ย. 21) “ต่างชาติ” ขายสุทธิไปแล้ว 72,365.47 ล้านบาท แม้ดัชนี SET Index จะปรับขึ้นมาที่ระดับ 1,591.43 จุด บวก 9.80% ก็ตาม
ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงอยากขอนำเสนอมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญในสายงานบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ถึงแนวโน้ม “ตลาดหุ้นไทย” มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านหรือนักลงทุนที่สนใจกันในครั้งนี้
SET ที่ 1,600 จุด “คงไม่ไหว”...เพราะปัจจัยพื้นฐานยังอ่อนแอ
โดยเริ่มที่ “สาห์รัช ชัฏสุวรรณ” ผู้อำนวยการสายการตลาด และที่ปรึกษาการลงทุน บลจ. ทิสโก้ จำกัด ได้ให้มุมมองว่า ด้วยดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ 1,600 จุด ถือว่าขึ้นมาค่อนข้างสูงด้วยและการประเมินมูลค่า (Valuation) ที่ค่อนข้างตึง ซึ่งปัจจัยพื้นฐานเองก็ไม่ได้สนับสนุนมากนัก ด้วยการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ที่เติบโตได้ต่ำหรือราว 2%
.jpg)
(สาห์รัช ชัฏสุวรรณ)
“ขณะเดียวกันอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) โดยรวมของตลาดในปีนี้ที่ 70 บาท/หุ้นและในปี 65 ที่ 90 บาท/หุ้น เมื่อคาดการณ์ P/E ของตลาดก็ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูง และถ้าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวได้ก็เป็นเรื่องยากที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนจะกลับมาได้”
“คลัสเตอร์ระลอกใหม่”...อาจทำให้การเปิดเมืองเลื่อน
นอกจากนี้ใน “ระยะสั้น” ยังมีปัจจัยกดดันอย่างมาตรการเปิดเมืองใน 120 วันข้างหน้ารัฐบาลที่โอกาสค่อนข้างสูงว่าจะไม่เป็นไปตามกำหนด ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันที่ได้มีการระบาด “ระลอกที่4” ขึ้น ส่วนการแจกจ่ายวัคซีนยังคงต้องติดตามว่าจะเป็นไปตามกำหนดหรือเร็วและช้ากว่าตลาดคาดการณ์
“อย่างไรก็ดีภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้คงต้องมองข้ามไปในปี 65 แทน เนื่องจากกำหนดการเปิดเมืองในปีนี้เป็นไปได้ค่อนข้างยากจึงทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจไม่ดีเท่าที่ควร จึงอยากให้จับตาการเปิดเมืองในปีหน้าแทนว่าจะสามารถเปิดได้ก่อนถึงช่วงเทศกาลอย่างวันสงกรานต์ได้หรือไม่”

แนะนลท. “ขายทำกำไร” หรือ “รอรับ” เมื่อดัชนีต่ำกว่า 1,600 จุด
สำหรับคำแนะนำแก่นักลงทุนที่ยังมองหาโอกาสการลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” ปัจจุบันตลาดถือว่าอยู่ในกลุ่ม ‘เทรดดิ้งมาร์เก็ต’ ใครมีให้น้ำหนักการลงทุนอยู่ก็อาจจะ “ขายเพื่อทำกำไร” และ “คอยรับ” ในจังหวะที่ตลาดย่อตัวลงหรือใครที่สนใจก็อยากให้รอจังหวะที่ตลาดย่อตัวลงเช่นกัน
“ตลาดหุ้นไทย-อาเซียน”...กอดคอกันยืนสงบนิ่งหลังเผชิญ COVID-19 ต่อเนื่อง
ฟาก “คมสัน ผลานุสนธิ” กรรมการบริหาร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการตลาดและผลิตภัณฑ์ บลจ. แอสเซท พลัส จำกัด ได้ให้มุมมองว่า “ตลาดหุ้นไทย” และ “ตลาดหุ้นอาเซียน” ถือเป็นไม่กี่ตลาดที่โดนกดด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนทำให้ดัชนีขยับไปได้ไม่ไกลนักนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน

(คมสัน ผลานุสนธิ)
“แต่ด้วยธีมการเปิดเมืองที่กลุ่มประเทศอาเซียนและไทยเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น จากการแจกจ่ายวัคซีนต้านไวรัส COVID-19 ที่จะแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทั่วไปได้ในช่วงไตรมาส 3/64 และ 4/64 ซึ่งหากเป็นไปตามที่ตลาดคาดหรือเร็ว ก็จะทำให้หุ้นกลุ่มอาเซียนและตลาดหุ้นไทยดูน่าสนใจมากขึ้นด้วยดัชนีที่ยังคงนิ่งและราคาค่อนข้างถูก”
โดยแนวโน้มของดัชนีประเมินว่าในปีนี้จะเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,600 จุด แต่หากการเปิดเมืองมีความชัดเจนมากขึ้นหรือตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันลดลงก็มีโอกาสที่ตลาดจะไปแตะที่ 1,700 จุด อย่างไรก็ดีการปรับตัวขึ้นของดัชนีที่จุดดังกล่าวก็อาจจะได้นานนัก เนื่องจากกลุ่มอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ที่ผลักดัชนีเป็นกลุ่มหุ้นธนาคารและหุ้นพลังงาน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นได้ไม่สูงนัก
“คงพูดได้ไม่เต็มปากว่า ‘ตลาดหุ้นไทย’ เป็นตลาดที่น่าสนใจในตอนนี้เพราะด้วยความเสี่ยงที่การเปิดเมืองใน 120 วันข้างหน้าจะไม่เป็นไปตามนัดแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องการเกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆ ขึ้นมาให้เราได้เห็นอยู่ต่อเนื่อง รวมไปถึงการแจกจ่ายวัคซีนให้แก่ประชาชนที่ยังล่าช้า แต่อย่างไรก็ดีใช่ว่าตลาดจะไม่สามารถลงทุนหรือสร้างผลตอบแทนที่ดีได้แต่ประการใด”
