Official Update :

“กองหุ้นญี่ปุ่น” โชว์เหนือปีนี้บวกเฉลี่ย +12.45% ฟื้นตามศก. กองทุนกว่า 94% ผลตอบแทนเป็น “บวก”… “ASP-NGF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +25.04% ส่วน “KT-JAPANSM-D” ร่วงสุด -3.84% !!!

สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องผลงานของกลุ่ม “กองทุนหุ้นญี่ปุ่น” กันบ้าง หลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว โดย “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะโต 0.3% และ 1.1% ในปี24 และ25 ตามลำดับ (ที่มา: World Economic Outlook, October 2024)


ถือเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่เศรษฐกิจโตเพิ่มขึ้น และปีนี้เอง “หุ้นญี่ปุ่น” ก็เป็นอีกตลาดที่โดดเด่น ดัชนี “Nikkei225” ปรับตัวเพิ่มขึ้น +14.56% (ณ วันที่ 27 พ.ย. 24) นั่นทำให้ “กองหุ้นญี่ปุ่น” ปีนี้มาเงียบๆ โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +12.45% กองทุนกว่า 94% มีผลตอบแทนเป็น “บวก”


ปัจจุบันตลาดหุ้นญี่ปุ่นถือว่า “ค่อนข้างแพง” มี Forward 12M P/E 18.9 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 18.2 เท่า ในขณะที่คาดว่ากำไรบจ.จะโตลดลงจาก 37% ในปี24 เหลือ 5% ในปี25 (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 22 พ.ย. 24)


อย่างไรก็ตามโมเมนตัวในเชิงบวกจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าและเงินทุนที่ไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง ก็ยังทำให้เป็นอีกตลาดที่ยังน่าสนใจ


“กองหุ้นญี่ปุ่น” ผลงานเป็นยังไงบ้าง วันนี้ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปมาให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


“กองหุ้นญี่ปุ่น” ปีนี้โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +12.45
%...“ASP-NGF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +25.04% ส่วน “KT-JAPANSM-D” ร่วงสุด -3.84%

ปัจจุบันมี “กองหุ้นญี่ปุ่น” 52 กอง ที่มีผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีมี 48 กองด้วยกัน ปีนี้ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +12.45% โดยกองทุนที่มีผลงาน “ดีสุด” ทำได้ +25.04% และกองที่มีผลงาน “แย่สุด” อยู่ที่ -3.84% หรือต่างกันอยู่ 28.88%


พบว่ากองทุนส่วนใหญ่ 45 กอง คิดเป็น 94% มีผลงานเป็น “บวก” ในขณะที่มี 3 กอง คิดเป็น 6% ที่มีผลตอบแทน “ติดลบ” โดยมี 29 กอง คิดเป็น 60% ที่มีผลตอบแทนชนะค่าเฉลี่ยของกลุ่ม


สำหรับ 5 “กองหุ้นญี่ปุ่น” ที่มีผลงานดีสุดปีนี้ (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน) ทำผลตอบแทนเฉลี่ยได้สูงถึง +22.66% นำมาโดย

1) “ASP-NGF: แอสเซทพลัสนิปปอนโกรท” ของบลจ.แอสเซท พลัส +04%

2) “KF-HJAPAND: กรุงศรีเจแปนเฮดจ์ปันผล” ของบลจ.กรุงศรี +24.19%

3) “SCBJAPAN(SSFE): ไทยพาณิชย์ หุ้นญี่ปุ่น แอคทีฟ (ชนิดเพื่อการออมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์  +19.74%

4) “K-JPX-C(A): เค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น-C ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.กสิกรไทย +17.51%                 

5) “SCBNK225E: ไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ +16.83%



ส่วน “5 กองทุน” ที่ผลงานท้ายตาราง ประกอบด้วย

1)“KT-JAPANSM-D: เคแทม Japan Small Cap Equity ชนิดจ่ายเงินปันผล” ของบลจ.กรุงไทย  -3.84%

2)“B-NIPPON: บัวหลวงหุ้นญี่ปุ่น” ของบลจ.บัวหลวง +1.09%

3)“ASP-JHC-A: แอสเซทพลัส เจแปน ไฮ คอนวิคชั่น” ของบลจ.แอสเซท พลัส  +5.16%   

4)“SCBJPSMA: ไทยพาณิชย์ หุ้นญี่ปุ่นสมอลแคป (ชนิดสะสมมูลค่า)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์  +5.73%

5)“ABJO: อเบอร์ดีน เจแปนนีส ซัสเทนเนเบิล เอคควิตี้ ฟันด์” ของบลจ.อเบอร์ดีน  +5.98%


“กองทุนต่างประเทศ” ยังให้น้ำหนักการลงทุนใน “หุ้นญี่ปุ่น” ไม่มาก...รอดูภาพที่ชัดเจน-ตลาดย่อตัว เป็นจังหวะเข้าลงทุน

ทาง “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุผ่านรายงานว่า “ญี่ปุ่น” จึงเริ่มเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วโลกมากขึ้น ทั้งนี้ “Financial Times” ได้ตั้งข้อสังเกตว่า “Warren Buffett” เป็นเพียงหนึ่งในนักลงทุนระดับโลกที่มาเยือนโตเกียวและติดต่อกับบริษัทหลักทรัพย์ในญี่ปุ่นเพื่อหาโอกาสในการลงทุน อย่างไรก็ดีการปฏิรูปบริษัทไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยเดียวที่ทำให้ “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” กลับมาน่าสนใจ การอ่อนค่าของ “เงินเยน” ยังทำให้ภาพการส่งออกของประเทศดีขึ้นด้วย ส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปี2023 จนถึงปีนี้ และแม้ว่าตลาดจะย่อตัวลงบ้างจากค่าเงินเยนที่กลับมาแข็งค่าแต่โดยรวมตลาดหุ้นก็ยังมีแนวโน้มปรับขึ้นได้ดี



“สำหรับ ‘กองทุนต่างประเทศ’ ซึ่งจัดกลุ่มโดย Morningstar(กลุ่ม Foreign large value, Foreign large blend, Foreign large growth) พบว่ามีน้ำหนักการลงทุนในญี่ปุ่นปรับเพิ่มขึ้น 2-3% หลังจากมีการปฏิรูปโดยตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น แต่น้ำหนักการลงทุนในญี่ปุ่นโดยรวมของกองทุนเหล่านี้ก็ยัง ‘ต่ำกว่า’น้ำหนักหุ้นญี่ปุ่นใน MSCI EAFE Index นอกจากนี้น้ำหนักการลงทุนที่ปรับเพิ่มขึ้นในญี่ปุ่นส่วนหนึ่งอาจเป็นผลมาจากการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นญี่ปุ่นหรือก็คือไม่ได้เกิดจากการซื้อเพิ่มน้ำหนักเข้าไปใหม่”


โดย “David Samra” ผู้จัดการกองทุน Artisan International Value ชี้ให้เห็นมุมที่ดีของญี่ปุ่นโดยเชื่อว่าภาคธุรกิจเริ่มมีการปรับปรุงที่ดีขึ้น แต่การที่ยังไม่ได้เข้าไปลงทุนเนื่องจากยังขาดความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการด้านการคลังของรัฐบาล ค่าเงินเยนที่อ่อนค่าทำให้ราคาอาหารและต้นทุนพลังงานแพงขึ้นซึ่งกระทบต่อกำลังซื้อประชาชน ความผันผวนของค่าเงินเยนก็เป็นอีกปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอน


“โดยรวมกองทุนต่างประเทศยังมีน้ำหนักการลงทุนในญี่ปุ่นที่ไม่มาก ส่วนใหญ่ผู้จัดการกองทุนยังคอรอภาพการเปลี่ยนแปลงให้ชัดเจนมากขึ้นหรือรอให้ราคาปรับลงมาให้มากอีกหน่อยจึงจะเริ่มพิจารณาในการเข้าลงทุน”


นี่คือภาพบางส่วนของกลุ่ม “กองหุ้นญี่ปุ่น” และมุมมองที่มีต่อ “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” ซึ่งมองว่าตลาดญี่ปุ่นอาจจะไม่ได้โดดเด่นนักเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ ในโลก ซึ่งอาจจะมีโอกาสการลงทุนที่ดีกว่า นอกจากนี้ยังคงต้องจับตาดูพัฒนาการของมาตรการต่างๆ ของภาครัฐว่าจะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตได้ต่อเนื่องดีเพียงใดด้วยเช่นกัน


ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’

Most Viewed
Sustainability
“การปรับปรุงหลักเกณฑ์” ครั้งนี้… ช่วยเพิ่ม “ขีดความสามารถทางการแข่งขัน” ให้ภาคธุรกิจไทย !!!
เมื่อ 17 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“M-MIDSMALL-A” เฟ้นหุ้นไทย “ไซส์กลาง-เล็ก”... ตอบโจทย์ “ความมั่งคั่ง” ระยะยาว !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Wealth EZ
“บริหารเงินก้อน” ยามเกษียณอย่างไรดี?
เมื่อ อีก 6 ชั่วโมง
Where to put your money
“หุ้นกู้มีปัญหา” 9M26 สุทธิอยู่ที่ 6.6 พันลบ. ไตรมาส4/26 มี “หุ้นกู้ระยะยาว” ครบกำหนด 1.7 แสนลบ. เป็น “High Yield” เพียง 7% เท่านั้น !!!
เมื่อ 8 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
13 “บลจ.” ปันผลคืนแม่ 1H26 กว่า 5.9 พันลบ. เพิ่มขึ้น +8.55%... 6 “แบงก์แม่” ยิ้มรับปันผลไป 4.2 พันลบ. คิดเป็น 71% ของปันผลทั้งระบบ พบมี 11 “บลจ.” ยัง “ขาดทุนสะสม” อยู่ !!!
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us