“RMF-หุ้นตปท.” ธีมเทคฯ มาแรง ทำ “Top5” ปีนี้บวกเฉลี่ย +36.95%... ส่วนธีม Clean Energy ยังไม่ฟื้น กด “Bottom5” ติดลบเฉลี่ย -12.73% !!!
สาระ Fund วันละนิด: วันนี้ จะพามาส่องผลงาน “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ที่มีนโยบายลงทุนใน “หุ้น” กันบ้าง แต่ครั้งนี้จะโฟกัสไปที่ “RMF-หุ้นต่างประเทศ” ก่อน
ในภาพรวมผลงานกลุ่ม “RMF-หุ้น” ช่วง 11 เดือนแรกปี24 นั้น ถือว่าค่อนข้างดีทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +7.06% (ดีสุด +48.02%, แย่สุด -28.35%) โดยมีกองทุน 77% ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” อีก 23% ยังคง “ติดลบ” อยู่
ที่น่าสนใจ คือ “RMF-หุ้นตปท.” เป็นกลุ่มที่ผลงานค่อนข้างโดดเด่นและครองอันดับ “Top5” ของปีนี้เอาไว้ได้ทั้งหมด
“RMF-หุ้นตปท.” ที่มีผลงาน “ดีสุด-แย่สุด” 5 อันดับของปีนี้ เป็นกองทุนอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
5 “RMF-หุ้นตปท.” ปีนี้ “สุดปัง” โชว์ผลตอบแทนเฉลี่ย +36.95%...“กลุ่มเทคฯ” มาแรงติดโผถึง 4 กอง ส่วน “ASP-DIGIBLOCRMF” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +48.02%
สำหรับกองทุน “RMF-หุ้นตปท.” ที่มีผลงานดีสุด 5 อันดับแรกนั้น ทำผลตอบแทนได้มากกว่า 30% ทุกกอง เฉลี่ย +36.95% ซึ่งเป็นกองทุนกลุ่มเทคโนโลยีถึง 4 กอง และมีกลุ่มหุ้นสหรัฐอีก 1 กอง นำมาโดย
1) “ASP-DIGIBLOCRMF: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดิจิทัล บล็อกเชน เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.แอสเซท พลัส ทำผลตอบแทนปีนี้ได้ +48.02%
“เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มบริษัทเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และ เทคโนโลยี Blockchain ครอบคลุมในหลายด้าน ผ่านกองทุนหลัก VanEck Digital Transformation ETF”
2) “SCBRMUSA(A): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส แอคทีฟ เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ทำผลตอบแทนได้ +39.93%
“กองทุนเน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการเติบโตของเงินต้นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยลงทุนในหุ้นของบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ผ่านกองทุนหลัก Morgan Stanley Investment Funds - US Growth Fund (กองทุนหลัก) Class Z Accumulation สกุลเงิน USD”
3) “TNEXTGENRMF-A: กองทุนเปิด ทิสโก้ Next Generation Internet เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป” ของบลจ.ทิสโก้ ทำผลตอบแทนได้ +35.67%
“กองทุนเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีธุรกิจเกี่ยวข้องกับธีม Next Generation Internet ผ่านกองทุนหลัก ARK Next Generation Internet”
4) “KKP TECH RMF-H: กองทุนเปิดเคเคพี EXPANDED TECH เพื่อการเลี้ยงชีพ – HEDGED” ของบลจ.เกียรตินาคินภัทร ทำผลตอบแทนได้ +30.85%
“กองทุนเน้นสร้างผลตอบแทนระยะยาวจากการเติบโตของเงินต้นในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ โดยลงทุนในหุ้นของบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกาที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยการกระจาลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี รวมถึงตราสารทุนของบริษัทในกลุ่มบริการสื่อสาร (communication service) และกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (consumer discretionary) ในประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ ผ่านกองทุนหลัก iShares Expanded Tech Sector ETF”
5) “TTECHRMF-A: กองทุนเปิด ทิสโก้ เทคโนโลยี อิควิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป” ของบลจ.ทิสโก้ ทำผลตอบแทนได้ +30.29%
“กองทุนเน้นลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี S&P North American Expanded Technology Sector ผ่านกองทุนหลัก iShares Expanded Tech Sector ETF”

5 “RMF-หุ้นตปท.” ปีนี้ “สุดแป๊ก” ผลตอบแทนติดลบเฉลี่ย -12.73%...“กลุ่ม Clean Energy” ยังไม่ฟื้น ส่วน “ASP-POWERRMF” ร่วงหนักสุด -28.35%
สำหรับกองทุน “RMF-หุ้นตปท.” ที่มีผลงานท้ายตาราง 5 อันดับแรกนั้น ผลตอบแทนเฉลี่ยยังติดลบ -12.73% ซึ่งเป็นกองทุนกลุ่ม Clean Energy ถึง 3 กอง ตามมาด้วยหุ้นจีนและหุ้นอินโดนีเซียอย่างละ 1 กอง ประกอบด้วย
1) “ASP-POWERRMF: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ฟิวเจอริสติก พาวเวอร์ ซัพพลาย แอนด์ โมบิลิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.แอสเซท พลัส ปีนี้ผลตอบแทนติดลบ -28.35%
“กองทุนมุ่งเน้นลงทุนในธุรกิจพลังงานสะอาดใน 3 กลุ่มหลักได้แก่ แหล่งกำเนิดพลังงานสะอาด การจัดเก็บพลังงาน และกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต ในลักษณะ Fund of Funds”
2) “SCBRMCLEAN(A): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Clean Energy เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ติดลบ –13.78%
“กองทุนเน้นลงทุนหุ้นที่ออกโดยบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่มีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ธุรกิจด้านพลังงานทดแทนและการเปลี่ยนถ่ายพลังงาน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบขนส่งอย่างยั่งยืน อาคารและโครงสร้างพื้นฐานที่คำนึงถึงการใช้พลังงาน ผ่านกองทุนหลัก BNP PARIBAS ENERGY TRANSITION (กองทุนหลัก) Class I Capitalisation สกุลเงินยูโร (EUR)”
3) “LHCHINARMF: กองทุนเปิด แอล เอช อิควิตี้ ไชน่า ออพพอร์ทูนิตี้ เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ติดลบ -8.13%
“กองทุนเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีภูมิลำเนา หรือมีธุรกิจหลักอยู่ในประเทศจีน สไตล์ Fund of Funds”
4) “MRENEWRMF: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี รีนิวเอเบิล เอนเนอร์จี เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.เอ็มเอฟซี ติดลบ -7.16%
“กองทุนเน้นลงทุนหุ้นพลังงานสะอาดทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก BGF Sustainable Energy Fund ในชนิดหน่วยลงทุน D2 USD”
5) “ES-INDONESIA-RMF: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Indonesia Active Equity เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.อีสท์สปริง ติดลบ -6.23%
“กองทุนเน้นลงทุนในหุ้นของประเทศอินโดนีเซียเป็นหลัก ผ่านกองทุนหลัก Fidelity Fund Indonesia Fund ในหน่วยลงทุนชนิด Calss Y Acc USD”
ทั้งนี้จะเห็นว่าในช่วง 11 เดือนแรกของปีนี้ กลุ่ม “RMF-หุ้นต่างประเทศ” เองก็มีผลงานค่อนข้างหลากหลาย โดยกลุ่มที่โดดเด่นสร้างผลงานได้ดีจะเป็นธีม “หุ้นเทคฯ” และ “หุ้นสหรัฐ” เป็นหลัก ส่วนกลุ่มท้ายตารางผลงานยังไม่ฟื้นจะอยู่ในธีม “Clean Energy” เป็นสำคัญ แต่การกระจายลงทุนไปใน “หุ้นต่างประเทศ” ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนระยะยาวผ่านกองทุน RMF เช่นเดียวกัน
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
