สถิติฟ้อง “SSF” ส่วนใหญ่ 42.93% ลุย “หุ้นตปท.”... เหตุ “มั่นใจ” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว ชู 2 ธีม “หุ้นเทคฯ-หุ้นโลก” เด่นสุด สั่งลา “ปีสุดท้าย” !!!
ลายแทงกองทุน: ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของ “กองทุนรวมเพื่อการออม” (SSF) หลังภาครัฐส่งมาให้เป็นตัวแทนกลุ่ม “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) เป็นเวลา 5 ปี (2020-2024)
โดยสามารถลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน “สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท” (นับรวมกลุ่มกองทุนเพื่อเกษียณอื่นๆ สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท) และต้องถือลงทุน 10 ปี (นับจากวันที่ซื้อ)
ปัจจุบัน (ณ วันที่ 29 พ.ย. 24) กองทุน “SSF” มีสินทรัพย์สุทธิ 6.7 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น +21.85% จากสิ้นปีก่อน โดยส่วนใหญ่ 42.83% เป็นกลุ่ม “กองหุ้นต่างประเทศ” ที่เหลือเป็น “กองหุ้นไทย” 28.03%, “กองทุนผสม” 12.17%, “กองตราสารหนี้” 10.19% และที่เหลือเป็นประเภทอื่นๆ ตามลำดับ
ทั้งนี้จะเห็นว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่ของกองทุน “SSF” นั้นจะไปลงทุนใน “หุ้นต่างประเทศ” เป็นสำคัญ ซึ่ง 2 ธีมเด่นสำหรับการลงทุนระยะยาวที่มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งรองรับ ได้แก่ “หุ้นเทคโนโลยี” และ “หุ้นโลก” นั่นเอง
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “SSF” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "SSF"…ลุย "หุ้นเทคฯ-หุ้นโลก" สร้างความมั่งคั่งระยะยาว
สำหรับ 4 “กองทุนเด่น” ที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ เป็นธีม “SSF” ที่เน้นลงทุนในธีม “หุ้นเทคฯ” และ “หุ้นโลก” เป็นสำคัญ ประกอบด้วย
- “ASP-DIGIBLOC-SSF: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ดิจิทัล บล็อกเชน เพื่อการออม” ของบลจ.แอสเซท พลัส เป็นกองทุนในกลุ่ม “Technology Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และเทคโนโลยี Blockchain ครอบคลุมในหลายด้าน ทั้ง ‘ผ่านกองทุนต่างประเทศ’ อย่าง ‘VanEck Digital Transformation ETF’ และการลงทุนใน ‘หุ้นโดยตรง’ ด้วยการเฟ้นหาหุ้นในบริษัทที่นำเทคโลยี Blockchain มาใช้และพัฒนา โดยทีมผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญของ “บลจ.แอสเซท พลัส” เอง

- มาต่อกันที่ “UESG-SSF: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม” ของบลจ.ยูโอบี เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นยั่งยืนทั่วโลก” โดยมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวและส่งเสริมการลงทุนด้าน ESG โดยมีการนำปัจจัยด้าน ESG เข้ามาพิจารณาใช้ในกระบวนการลงทุน ผ่านกองทุนหลัก ‘Robeco Sustainable Global Stars Equities IL EUR’ ที่บริหารจัดการโดย Robeco Institutional Asset Management B.V.
- มาต่อกันที่ “ES-GTECHSSF: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Technology เพื่อการออม” ของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกองทุนในกลุ่ม “Technology Equity” ความเสี่ยงระดับ 7 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก” ที่มีการเติบโตและมีคุณภาพดีในระดับที่น่าสนใจ โดยมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ผ่านกองทุนหลัก ‘POLAR CAPITAL FUNDS PLC-GLOBAL TECHNOLOGY FUND’ ที่บริหารจัดการโดย Polar Capital Funds public limited company

- ปิดท้ายด้วย “ONE-UGG-ASSF: กองทุนเปิดวรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ หน่วยลงทุนชนิดเพื่อการออม แบบไม่จ่ายเงินปันผล” ของบลจ.วรรณ เป็นกองทุนในกลุ่ม “Global Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” ที่มีการเติบโต (Growth) โดยจะเลือกลงทุนในหุ้นที่มีศักยภาพมีการสร้างรายได้ให้เติบโตอย่างน้อย 2 เท่าตัวในระยะข้างหน้า โดยจะเน้นลงทุนในธุรกิจที่มีนวัตกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงที่มีแนวโน้มที่จะเติบโตรองรับผู้บริโภคในอนาคตในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ผ่านกองทุนหลัก ‘Baillie Gifford Worldwide Long Term Global Growth Fund’ ที่บริหารจัดการโดย Baillie Gifford
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนที่ช่วย “เซฟภาษี” พร้อมโอกาสสร้างผลตอบแทนระยะยาว กลุ่มกองทุน “SSF” ซึ่งปีนี้เป็นปีสุดท้ายแล้วก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะธีม “หุ้นเทคโนโลยี” และ “หุ้นโลก” ซึ่งมีพื้นฐานรองรับการเติบโตในระยะยาว ส่วนชอบแบบ “โฟกัส” ในหุ้นเทคฯ หรือแบบ “กระจาย” ไปหุ้นทั่วโลกก็เลือกได้ตามความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเองเป็นสำคัญ
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
