“มกรา-ปีมะเส็ง” ชู “Quality Growth” ทั่วโลก... และ “หุ้นสหรัฐไซส์เล็ก” ฝ่าตลาดผันผวน รับ “ดอกเบี้ยขาลง” !!!
ลายแทงกองทุน: ต้อนรับสู่ปีใหม่ “ปีมะเส็ง-2025” อย่างเป็นทางการ เป็น “ปีงู” ที่ดูจะเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับการลงทุนทั่วโลก ท่ามกลางปัจจัยเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่รุมเร้ากันมาข้ามปี ดีกรีความร้อนแรงไม่ได้เบาลงตามฤดูหนาวแต่ประการใด
แต่ก็ยังพอมีปัจจัยหนุนนำ ตลาดหุ้น ตลาดตราสารหนี้อยู่บ้าง นั่นก็คือ “ดอกเบี้ยขาลง” ของประเทศเศรษฐกิจหลักอย่าง “สหรัฐ” ที่ยังไงจะลดช้า หรือลดน้อยกว่าคาด ก็อยู่ในช่วงขาลงชัดเจน
ในภาวะเช่นนี้ ยังมีหุ้น 2 ธีมที่น่าจะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี นั่นคือ “Quality Growth” หรือหุ้นคุณภาพที่มีการเติบโตทั่วโลก และ “หุ้นสหรัฐไซส์เล็ก” ที่จะได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลงเต็มๆ ในขณะที่ราคายังไม่แพงเหมือนหุ้นไซส์ใหญ่แต่ประการใด
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จึงได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” มกรา-ปีมะเส็ง กับ 2 ธีมที่น่าสนใจ “หุ้นคุณภาพโลก” และ “หุ้นสหรัฐไซส์เล็ก” มาฝากกัน
“ES-GQG” ลุย "หุ้นคุณภาพ-เติบโต" ทั่วโลก
มาเริ่มกันที่ “ES-GQG: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Global Quality Growth” ของบลจ.อีสท์สปริง ที่เน้นลงทุน "หุ้นคุณภาพ" ที่มีทั้งคุณภาพและการเติบโตทั่วโลก ผ่านกองทุนหลัก ‘Wellington Global Quality Growth Fund’ ในหน่วยลงทุนชนิด USD Class S Accumulating Unhedged ที่บริหารจัดการโดย WELLINGTON MANAGEMENT COMPANY LLP

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 พ.ย. 24) พบว่ามีการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย 1) Information Technology 23.5%, 2) Financials 21.3%, 3) Communication Services 13.1%, 4) Consumer Discretionary 10.6% และ 5) Industrials 10.2%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Microsoft 4.8%, 2) NVIDIA 4.7%, 3) Amazon.com 4.5%, 4) Alphabet 3.9% และ 5) Apple 3.0% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ES-GQG’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -31.85%
“ASP-USSMALL-A” คัด "หุ้นสหรัฐไซส์เล็ก" เพิ่มโอกาสผลตอบแทน
สลับมาที่ “ASP-USSMALL-A: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส ยูเอส สมอล แคป โฟกัส ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.แอสเซท พลัส ที่เน้นลงทุน "หุ้นสหรัฐไซส์เล็ก" ที่แข็งแกร่ง เพิ่มโอกาสผลตอบแทนที่ดีกว่า ผ่านกองทุนหลัก ‘Virtus GF U.S. Small Cap Focus Fund, Class I Acc’ ที่บริหารจัดการ Virtus Global Funds plc.

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 พ.ย. 24) พบว่ามีการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย 1) Financials 42.43%, 2) Industrials 30.49%, 3) Information Technology 9.32%, 4) Communication Services 8.51% และ 5) Consumer Discretionary 7.18%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Landstar System 9.53%, 2) Primerica 9.42%, 3) Goosehead Insurance, Inc. Class A 9.24%, 4) Ryan Specialty Holdings, Inc. Class A 8.51% และ 5) Triumph Financial 4.60% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ASP-USSMALL-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -10.69%
“SCBGQUAL(A)” เฟ้น "หุ้นคุณภาพแกร่ง" ตลาดพัฒนาแล้ว
ถัดมาเป็น “SCBGQUAL(A): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Quality Equity (ชนิดสะสมมูลค่า)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ที่เน้นลงทุน "หุ้นคุณภาพไซส์กลาง-ใหญ่" ที่มีคุณภาพแข็งแกร่งกว่าตลาดในกลุ่มตลาดพัฒนาแล้ว ผ่านกองทุนหลัก ‘iShares Edge MSCI World Quality Factor UCITS ETF, Class USD (Acc)’ ที่บริหารจัดการโดย BlackRock Asset Management Ireland Limited

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 4 ม.ค. 25) พบว่ามีการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย 1) Technology 28.01%, 2) Financial Services 15.94%, 3) Consumer Cyclical 10.73%, 4) Healthcare 10.18% และ 5) Industrials 9.04%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Apple 5.77%, 2) Microsoft 5.14%, 3) NVDIA 4.76%, 4) Visa Inc 3.53% และ 5) Meta Platforms 3.23% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘SCBGQUAL(A)’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -16.07%
“ABAGS” ลุย "หุ้นสหรัฐ" ไซส์เล็ก เสริมแกร่งพอร์ต
ปิดท้ายกันด้วย “ABAGS: กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อเมริกัน โกรท - สมอลเลอร์ คอมพานี ฟันด์ – ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.อเบอร์ดีน ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นไซส์เล็ก” ในตลาดสหรัฐ ผ่านกองทุนหลัก ‘abrdn SICAV I - North American Smaller Companies Fund Z Acc USD’ ที่บริหารจัดการโดย abrdn Investment Luxembourg S.A.

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 29 พ.ย. 25) พบว่ามีการลงทุนใน 5 อุตสาหกรรมหลัก ประกอบด้วย 1) Financials 21.04%, 2) Industrials 17.09%, 3) Health Care 15.79%, 4) Information Technology 12.99% และ 5) Consumer Discretionary 11.58%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1) Wintrust Financial Corp 3.14%, 2) Q2 Holding Inc 3.10%, 3) WSFS Financial Corp 3.02%, 4) Enpro Inc 2.77% และ 5) Seacoast Banking Corp 2.77% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ABAGS’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -40.32%
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจในช่วง “ดอกเบี้ยขาลง” และตลาดการลงทุนมีความผันผวน” เชื่อว่าทั้ง “หุ้น Quality Growth” และ “หุ้นสหรัฐไซส์เล็ก” จะเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจไม่มากก็น้อย
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
