Official Update :

“LTF” ปี24 ลดลงต่อเนื่อง 4.6 หมื่นลบ. -17.16% เหลือ 2.2 แสนลบ. ... มั่นใจ แม้เงิน “LTF” ปี25 ขายได้ทั้งระบบ “ไม่กระทบหุ้นไทย” เหตุ “แรงขายไม่มาก” เฉลี่ย 1.5 – 3.0 หมื่นลบ. เท่านั้น!!!

สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...ปี2025 เป็นปีที่เงิน “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) ครบ “เงื่อนไขการขาย” ทั้งระบบ ซึ่งสิ้นปี24 มีสินทรัพย์สุทธิรวมกันกว่า 2.2 แสนล้านบาท


แต่ก็ไม่ใช่เงิน LTF” ทั้งระบบจะถูกเทขายออกมาจนหมดในปีนี้แต่ประการใด เพราะนักลงทุนมี 3 ทางเลือก 1) ลงทุนเพิ่ม 2) ถือต่อ หรือ 3) ขายทิ้ง แล้วแต่เงื่อนไขของแต่ละคนเป็นสำคัญ


อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า แนวโน้มของกอง “LTF” หลังบจากไม่มีประโยชน์ทางภาษีแล้วนั้น ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง


ในช่วง 5 ปี หลังกองทุน LTF” หมดอายุไปในปี2019 นั้น ขนาดก็ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 4.06 แสนล้านบาท เหลือ 2.20 แสนล้านบาท ณ สิ้นปี24 หรือลดลง -1.87 แสนล้านบาท ลดลง -46.00% หรือมีขนาดลดลงเฉลี่ยปีละ -3.7 หมื่นล้านบาท เลยทีเดียว !!!


ในปี24 ที่ผ่านมา กอง LTF” ลดลง -17.16% และคาดว่าตัวเลขเงินไหลออกเฉลี่ยในปีนี้จะอยู่ 1.5 – 3.0 หมื่นล้านบาท ซึ่งอิงค่าเฉลี่ยในอดีตและไม่ส่งผลกระทบต่อ “ตลาดหุ้นไทย” อย่างที่หลายฝ่ายกังวลกันแต่ประการใด


ความเคลื่อนไหวของกอง LTF” ในปีที่ผ่ามาเป็นยังไง และแนวโน้มเป็นยังไงนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปอัพเดทข้อมูลพร้อมๆ กันได้เลย


ปี
24 "LTF" มีสินทรัพย์สุทธิลดลง 4.6 หมื่นล้านบาท ลดลง -17.16%... “ทุกบลจ.” ลดลงถ้วนหน้าตั้งแต่ -3.49% ถึง -23.44%      

ในปี2024 ที่ผ่านมานั้น มี 20 บลจ. ที่มีกองทุน LTF” มีเม็ดเงินรวมกันลดลงเหลือ 219,860.50 ล้านบาท จากสิ้นปีก่อนที่ 265,397.66 ล้านบาท หรือลดลง 45,537.16 ล้านบาท ลดลง -17.16% ซึ่งเป็นการปรับลดลง 3 ปีต่อเนื่องนับจากสิ้นสุดกอง “LTF” ในปี2019

  • ปี2020: ลดลง -59,126.05 ล้านบาท ลดลง -14.55%

  • ปี2021: เพิ่มขึ้น +18,275.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +5.26%

  • ปี2022: ลดลง -33,212.74 ล้านบาท ลดลง -9.09%

  • ปี2023: ลดลง -66,954.79 ล้านบาท ลดลง -20.15%

  • ปี2024: ลดลง -45,537.16 ล้านบาท ลดลง -17.16%


โดยในปี24 ทั้ง 20 บลจ.มี AUM ของกอง LTF” ลดลงถ้วนหน้า ตั้งแต่ -3.49% ถึง -23.44% โดยมี 6 บลจ.ที่ลดลงมากกว่าอุตสาหกรรม เฉลี่ยลดลง -20.94% ประกอบด้วย

  • “บลจ.แอสเซท พลัส” มี AUM กอง LTF 691.93 ล้านบาท ลดลง -23.44%

  • “บลจ.ทาลิส” มี AUM กอง LTF21 ล้านบาท -23.03%

  • บลจ.ฟิลลิป” มี AUM กอง LTF72 ล้านบาท -20.86%

  • บลจ.บัวหลวง” มี AUM กอง LTF552.20 ล้านบาท -20.69%

  • บลจ.กสิกรไทย” มี AUM กอง LTF 47,016.38 ล้านบาท -18.94%

  • บลจ.เกียรตินาคินภัทร” มี AUM กอง LTF 4,588.09 ล้านบาท -18.68%


“ทั้งนี้ พบว่า 5 บลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดกอง LTF มากสุดนั้น มีส่วนแบ่งรวมกันสูงถึง 81.76% นำมาโดย อันดับ1) “บลจ.บัวหลวง” มีส่วนแบ่ง 24.81%, 2) “บลจ.กสิกรไทย” 21.38%, 3) “บลจ.กรุงศรี” 15.05%, 4) “บลจ.ไทยพาณิชย์” 13.00% และ 5) “บลจ.ยูโอบี” 7.51% ตามลำดับ ซึ่งคงต้องวางแผนในการรับมือขนาดที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องไว้ด้วยเช่นกัน”


สถิติฟ้องเงินไหลออก “
LTF” ไม่มากเฉลี่ย 1.5 – 3.0 หมื่นล้านบาท...มั่นใจ “ไม่กระทบตลาดหุ้นไทย”

เมื่อเงินกอง “LTF” ทั้งระบบกว่า 2.2 แสนล้านบาท พร้อมขายทั้งระบบในปี2025 นั้น ทำเอานักลงทุนกังวลว่าจะมีแรงขายถล่มตลาดหุ้นไทย จนอาจกดดันตลาดให้ดำดิ่งไปนั้น หากย้อนดูสถิติของทาง “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ในช่วงปี2019 – 2022 นั้น ไม่ได้มากอย่างที่คิดเฉลี่ยประมาณ 1.5 – 3.0 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเฉลี่ยทั้งปี ในขณะที่มูลค่าการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยนั้นสูงกว่านั้นมาก ผลกระทบจึงไม่ได้มากมายอย่างที่ตลาดกังวลแต่ประการใด



“ที่สำคัญ ปัจจุบันนักลงทุนเองก็มีทางเลือกถึง 3 ทาง 1) ถือต่อ 2) ลงทุนเพิ่ม และ 3) ขายทิ้ง ขึ้นกับเงื่อนไขของแต่ละคนเป็นสำคัญ จึงไม่ใช่ว่านักลงทุนทุกคนจะพร้อมใจกันเทขายกอง LTF ที่ครบเงื่อนไขออกมาแต่ประการใด”


เช่นเดียวกับ “บล.กรุงศรี” ที่มองว่า ประเด็นการไถ่ถอนกอง “LTF” ในปี2019 ที่ครบเงื่อนไข มียอดซื้อในปีนั้นประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท ทุนเฉลี่ยที่ SET Index ระดับประมาณ 1,642 จุด เทียบกับปัจจุบันยังต่ำกว่า 1,400 จุด จึงไม่จูงใจให้เกิดแรงขายอย่างมีนัยสำคัญแต่ประการใด ส่วนยอดกอง “LTF” ทั้งระบบ 2.2 แสนล้านบาทนั้น เป็นเพียงสถานะคงค้างเดิมที่สามารถขายได้มาหลายปีแล้ว จึงไม่แรงกดดันใหม่ที่ต้องกังวลแต่ประการใด


ไม่ต่างกับ “บล.ทรีนิตี้” ที่มองว่า สำหรับการไถ่ถอนกองทุน LTF ที่เตรียมครบกำหนดอายุใหม่ในเดือนนี้ ประเมินจะมีมูลค่าอยู่ประมาณ 5.5 พันล้านบาท ซึ่งมองว่าแรงไถ่ถอนนี้จะไม่ได้มีอิทธิพลกดดัน SET Index มากนัก ในภาวะที่สภาพคล่องของนักลงทุนสถาบันในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง ส่วนหนึ่งจากเม็ดเงินกองทุนลดหย่อนภาษีที่เข้ามาในช่วงปลายปี24 ที่ผ่านมา


สรุป ภาพรวมกอง “LTF” คงมีขนาดลดลงเรื่อยๆ จะด้วยการขายหรือผลกระทบจากราคาที่ลดลงก็ตาม จนถึงระดับหนึ่งที่นักลงทุนกลุ่มหนึ่งที่ถืออยู่ ไม่คิดจะทำอะไรกับมันแล้ว ก็จะเริ่มนิ่ง เป็นปรากฎการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับ “กองทุนทั่วไปอื่นๆ” มาแล้วเช่นกัน จึงไม่น่ากังวลกับแรงขายที่ตลาดมองไว้แต่ประการใด

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’