Official Update :

“UESG” เพิ่ม “โอกาสรับผลตอบแทน”...ด้วยการลงทุน “หุ้นยั่งยืนทั่วโลก” !!!

โดย: บลจ.ยูโอบี


รู้หรือไม่
?...“หุ้นยั่งยืนทั่วโลก” ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การขยับออกไปลงทุนในต่างประเทศได้เป็นอย่างดี !!!


เพราะ “ประเทศไทย” เป็นสัดส่วนที่น้อยมากใน “เศรษฐกิจโลก” และ “ตลาดหุ้นโลก”


ดังนั้น การติดปีกเงินลงทุนของคุณให้กระจายไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดี ยังช่วยไม่ให้การลงทุนกระจุกตัวอยู่ในประเทศไทยเพียงอย่างเดียวอีกด้วย


ในปี2024 ที่ผ่านมา “หุ้นยั่งยืนทั่วโลก” (MSCI ACWI SRI) ให้ผลตอบแทน +15.15% ในขณะที่ “หุ้นโลก” (MSCI ACWI) ให้ผลตอบแทน +18.02%


แม้ในระยะสั้นอาจดูเหมือน “หุ้นยั่งยืนทั่วโลก” Underperform “หุ้นโลก” ก็จริง แต่ถ้ามองภาพที่ยาวออกไปย้อนหลัง 5 ปี และ 10 ปี “หุ้นยั่งยืนทั่วโลก” สามารถเอาชนะ “หุ้นโลก” ได้ โดยทำผลตอบแทนได้ +11.34% ต่อปี (หุ้นโลก +10.58% ต่อปี) และ +10.68% ต่อปี (หุ้นโลก +9.79% ต่อปี) ตามลำดับ (Source: msci.com, as of 31 December 2024)


จะดีแค่ไหนถ้าคุณได้มีโอกาสลงทุนใน “หุ้น” (E: Equity), ที่มี ความยั่งยืน” (S: Sustainability)”  “ทั่วโลก” (G: Global)


วันนี้ คุณสามารถเข้าถึงการลงทุนใน “หุ้นยั่งยืนทั่วโลก” ได้ง่ายๆ แล้ว ผ่านการลงทุนใน “กองทุน UESG”: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์ - หน่วยลงทุนชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป” ของบลจ.ยูโอบี ที่จะช่วย “เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทน” ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาวได้เป็นอย่างดี


UESG” เพิ่ม “โอกาสรับผลตอบแทน” ด้วย “หุ้นยั่งยืนทั่วโลก”…ฝีมือ “Robeco” ผู้นำด้าน “Sustainable Investment”

แม้ “การลงทุนอย่างยั่งยืน” จะเป็นหนึ่งในแนวโน้มหลักของโลกการลงทุน แต่ก็ไม่ใช่จะลงทุนอะไรก็ได้ หากต้องการผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญและถนัดการลงทุนด้านนี้โดยตรง ซึ่งหนึ่งในผู้นำด้านการลงทุนอย่างยั่งยืนก็คือ Robeco Institutional Asset Management B.V. ที่ล่าสุดเพิ่งคว้ารางวัลMorningstar Best Asset Manager Sustainable Investing Award 2023” มาครอง ตอกย้ำถึงความเชี่ยวชาญของ Robeco” ได้เป็นอย่างดี (Source: Morningstar, Robeco)


“กองทุนUESG: กองทุนเปิด ยูไนเต็ด อิควิตี้ ซัสเทนเนเบิล โกลบอล ฟันด์ - หน่วยลงทุนชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์การลงทุนใน “หุ้นยั่งยืนทั่วโลก” ได้เป็นอย่างดี และยังเป็น กองทุน 5 ดาวจาก Morningstar ประเภท Global Equity” (As of 31 December 2024) อีกด้วย


โดยกองทุน UESG” จะลงทุนผ่านกองทุนหลัก Robeco Sustainable Global Stars Equities IL USD” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุน “หุ้นยั่งยืนทั่วโลก” มุ่งหวังสร้าง “ผลตอบแทนที่ดี” ในระยะยาวและส่งเสริมการลงทุนด้าน ESG” โดยมีการนำปัจจัยด้าน “ESG” เข้ามาพิจารณาใช้ในกระบวนการลงทุน บริหารจัดการโดย Robeco Institutional Asset Management B.V. นั่นเอง


สำหรับผลงานของกองทุน UESG” (As of 30 December 2024) นั้น สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่าง “โดดเด่น” และ “สม่ำเสมอ” โดยสามารถเอาชนะค่าเฉลี่ยของกองทุนในกลุ่มเดียวกันได้ทุกช่วงเวลา ตั้งแต่ต้นปี (YTD) +24.23% (ดัชนีชี้วัด +28.23%, ค่าเฉลี่ยกลุ่ม +4.82%), 6M +6.20% (ดัชนีชี้วัด +7.21%, ค่าเฉลี่ยกลุ่ม +0.35%), 1Y +24.01% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด +27.97% ต่อปี, ค่าเฉลี่ยกลุ่ม +4.82% ต่อปี), 3Y +6.74% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด +10.18% ต่อปี, ค่าเฉลี่ยกลุ่ม -5.27% ต่อปี) และนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (SI) +12.19% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด +16.22%,ค่าเฉลี่ยกลุ่มไม่มี) ตามลำดับ (Source : Factsheet as of 30 December 2024)



เปิด
“3 จุดเด่น” ของ “กองทุนหลัก”...ที่มาของ “ผลตอบแทน” ที่โดดเด่น

ที่มาของผลตอบแทนที่โดดเด่นของกองทุนหลักนั้น มาจาก 3 จุดเด่น” ที่สำคัญ ซึ่งถือเป็น “จุดแข็ง” ของ Robeco” เอง ประกอบด้วย

  • Structured Process : โดย Focus ที่คุณภาพของหุ้นที่ลงทุน ผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่

- Pillar1: ผลตอบแทนจากเงินลงทุนที่สูง (ROIC: Return on Invested Capital)สะท้อนถึงการบริหารจัดการเงินทุนและความสามารถในการหาโอกาสการลงทุนที่มีศักยภาพ

- Pillar2: กระแสเงินสดที่ดี (FCF: Free Cash Flow) โดยพิจารณาจากความสามารถในการสร้างกระแสรายได้ที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอ

- Pillar3: เป็นหุ้นที่มีความยั่งยืน (ESG) เพื่อประเมินความน่าสนใจส่งผลกระทบในเชิงบวก และความเสี่ยงของบริษัทรวมถึงผลกระทบต่อมูลค่าที่เหมาะสมของบริษัท

  • Strong Team: ทีมงานผู้เชี่ยวชาญและ PM ที่มีประสบการณ์สูงในหุ้นแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรม

  • Strong Track Record: ผลตอบแทนที่ดีสม่ำเสมอ (ปรับด้วยความเสี่ยง) ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2008


“ด้วยการทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดในระยะยาว ในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้น กองทุนหลักก็มี ‘Up capture ratio’ ที่สูงกว่าตลาด ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนอยู่ที่ 105.10% หากตลาดขึ้น 100% กองทุนหลักจะขึ้น 105.10% ในทางตรงข้ามในช่วงที่ตลาดไม่ดี ‘Down capture ratioของกองทุนหลักก็ต่ำกว่าตลาด 95.40% ตลาดปรับตัวลง 100% กองทุนหลักก็จะลงน้อยกว่าเพียง 95.40% เท่านั้น เมื่อสะสมในระยะยาวจึงเพิ่มมูลค่าให้กับเงินลงทุนในระยะยาวให้ออกมาดีกว่าตลาดนั่นเอง” (Source: Robeco Performance Measurement, Data: Gross of fees (EUR) D-share, end of December 2024)


ครอบคลุม “หุ้นยั่งยืนทุกสไตล์” ทั่วโลก
…เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน

ไม่เพียงเท่านี้ จากกระบวนการลงทุนที่เข้มข้นของกองทุนหลัก และลงทุนแบบโฟกัสสไตล์ High Conviction ที่จะเฟ้นหาหุ้นทั่วโลกเพื่อลงทุนประมาณ 40 – 60 ตัว เท่านั้น ที่สำคัญพอร์ตยังมีหุ้นที่ต่างจากดัชนีชี้วัด (Active Share) สูงถึง 65.8% มีความเสี่ยงด้าน ESG ของพอร์ตต่ำกว่าดัชนีชี้วัดเพียง 18.43% (ดัชนีเทียบวัด 20.24%) และมี ROIC ที่สูง 30.1% (ดัชนีชี้วัด 11.5%) มี FCF 4.6% (ดัชนีชี้วัด 4.5%) จึงช่วยเพิ่มคุณภาพของผลตอบแทนให้กับพอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักได้เป็นอย่างดี (Source: Robeco, 31 December 2024)


“โดยหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก ณ สิ้นปี 2024 นั้น  5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่กองทุนหลักให้น้ำหนักลงทุนมากกว่าดัชนีชี้วัดประกอบด้วย 1) Consumer Discretionary, 2) Health Care, 3) Financials 4) Information Technology และ 5) Energy ตามลำดับ ที่สำคัญยังมีการกระจายสไตล์ของหุ้นที่ลงทุนใน 5 สไตล์หลัก ทั้ง 1) Deep Value, 2) Value, 3) Core, 4) Growth และ 5) High Growth ช่วยให้หุ้นในพอร์ตมีความหลากหลายของสไตล์ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในทุกภาวะตลาดอีกด้วย โดยกองทุนหลักจะไม่ถือเงินสดเกินกว่า 10% มุ่งหาผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นเป็นสำคัญ ตลอดจนมีการบริหารแบบ Active ในหุ้นที่ลงทุน ปรับน้ำหนักการลงทุนให้เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา แต่ก็ไม่ได้มากจนเกินไปแต่ประการใด โดยมี Turn Over เฉลี่ยประมาณ 30% เท่านั้น”


ทั้งนี้ หากดูหุ้น Top 5 Active Weight จะพบว่า เป็นหุ้นคุณภาพในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมของโลก ที่กองทุนหลักให้น้ำหนักการลงทุนมากกว่าดัชนีชี้วัด 2.1 – 2.4% ประกอบด้วย 1) Deutsche Telekom AG, 2) Cheniere Energy Inc, 3) Booking Holdings Inc, 4) CBRE Group Inc และ 5) JPMorgan Chase & Co ตามลำดับ (Source: Robeco, 31 December 2024)


“ในขณะที่หุ้นเทคโนโลยีในกลุ่ม 7 นางฟ้า (Magnificent 7) นั้น กองทุนหลักก็มีลงทุนอยู่ 25.3% (ดัชนีชี้วัด 23.9%) เพียงแต่ให้น้ำหนักสูงกว่าดัชนีไม่มาก หรือเท่าดัชนีก็มี ในบางตัวอย่าง Apple และ Tesla ก็ให้น้ำหนักน้อยกว่าดัชนีด้วย ซึ่งทางทีมผู้จัดการกองทุนของ ‘Robeco’ จะติดตามการลงทุนอย่างใกล้ชิดและปรับน้ำหนักการลงทุนให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในแต่ละช่วงเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวนั่นเอง” (Source: Robeco, 31 December 2024)


ใครที่กำลังมองหาโอกาสการลงทุนใน “หุ้นยั่งยืนทั่วโลก” ที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว ที่จะช่วย “เพิ่มคุณภาพผลตอบแทน” ให้กับเงินลงทุนของคุณ ควบคู่ไปกับการได้ดูแลโลก เชื่อว่ากองทุน “UESG” ที่เน้นการลงทุนใน “หุ้นยั่งยืนทั่วโลก” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญกองทุน “UESG” ยังมีหน่วยลงทุนชนิด “ปันผล” (UESG-D) สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสรายได้ที่สม่ำเสมอในระหว่างที่ลงทุนด้วยเช่นกัน


สามารถดูข้อมูลกองทุนเพิ่มเติมได้ที่

UESG: https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/00691/UESG

UESG-D : https://www.uobam.co.th/th/mutual-fund/00769/UESG-D

ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อบลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) โทร. 0-2786-2222
www.uobam.co.th


คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ ในหนังสือชี้ชวนของ SRI Fund ก่อนการลงทุน เพื่อให้รับทราบถึงข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ก่อนการลงทุน อาทิ นโยบายการลงทุนหลักทรัพย์ที่กองทุนนั้นไปลงทุน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาตลอดจนค่าธรรมเนียม รวมถึงสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้นำการลงทุนที่ได้รับอนุญาตก่อนการซื้อขาย ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อของกองทุน SRI Fund ได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ทุกครั้งก่อนตัดสินใจลงทุน