เปิดโอกาสลุย “หุ้นใหญ่เติบโตสูง” ในสหรัฐไปกับ...“กอง K-USA-A(D)” !!!

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ คงเป็นตลาดอันดับแรกๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในวงสนทนาหรือนักลงทุนให้ความสนใจ เมื่อมีแผนที่จะลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ


ด้วยอุตสาหกรรมของธุรกิจที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯที่มีความหลากหลายให้คัดเลือก ยังเป็นตลาดที่กำไรของบริษัทจดทะเบียนมีการเติบโตให้เห็นค่อนข้างสูง


และยิ่งเป็นในช่วงที่ประเทศต่างๆ ต้องเผชิญกับสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ตลาดหุ้นสหรัฐฯก็ยังเป็นอีกหนึ่งตลาดที่สถานการณ์การดังกล่าวมีแนวโน้มที่ดีกว่าประเทศอื่น เป็นตลาดที่ยัง Perform ได้ดีอย่างต่อเนื่องท่ามกลาง COVID-19 ที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน


จึงทำให้นักลงทุนหลายคนอาจจะกำลังมองหาโอกาสการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนหรือรายได้ไม่ว่าจะเป็นในระยะสั้นหรือระยะยาว


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนำเสนอข้อมูล กองทุนเปิดเค ยูเอสเอ หุ้นทุน-A ชนิดจ่ายเงินปันผลหรือ “K-USA-A(D)” กองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ ที่น่าสนใจจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย จำกัด ที่ได้รับการจัดอันดับ มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาว มาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้



กอง K-USA-A(D)” โชว์ผลตอบแทนสุดสวยตั้งแต่ตั้งกองทุนกว่า 9 ปี เฉลี่ย 19.83% ต่อปี

สหรัฐไม่เพียงจะเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกเท่านั้น ตลาดหุ้นสหรัฐ เอง ก็มีน้ำหนักในดัชนีหุ้นโลกมากที่สุดด้วยเช่นกัน จึงถือเป็นตลาดหลักที่นักลงทุนทั่วโลกต้องให้ความสำคัญ


ในปี20 ที่ผ่านมานั้น เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว -3.5% แต่ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)” คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นกลับมาโตแรง 6.4% ในปี21 และ 3.5% ในปี22 


ด้าน ตลาดหุ้นสหรัฐ (S&P500)” เองนั้น ได้ดีดตัวฟื้นขึ้นจากกลางเดือนมี..20 จากระดับ 2,300 จุด ปรับตัวทะยานขึ้นต่อเนื่องหลังจากนั้นท่ามกลางวิกฤติ COVID-19 จนทำ สถิติสูงสุดใหม่ (All Time High)’ แล้วในปัจจุบันที่ระดับ 4,360 จุด


และยังเป็นหนึ่งในตลาดที่นักลงทุนเชื่อว่ายังมีศักยภาพที่ยังจะเดินหน้าบวกต่อเนื่องได้ในระยะต่อไป แม้จะไม่ร้อนแรงเหมือนในช่วงปีที่ผ่านมาก็ตาม นี่จึงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจลงทุนอย่างปฏิเสธไม่ได้






สำหรับ กองทุนเปิดเค ยูเอสเอ หุ้นทุน-A ชนิดจ่ายเงินปันผล หรือ “K-USA-A(D)” ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 7 กันยายน 2555 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ( วันที่ 2 กรกฎาคม 2564) มีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 9,375,626,918บาทและมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 25.47บาท


สำหรับกองทุน K-USA-A(D)’ ด้วยชนิด จ่ายปันผล อาจจะทำให้นักลงทุนหลายคนสะดุดหรือสนใจว่าการจ่ายปันผลของกองทุนนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นรูปแบบการจ่ายคืนผลตอบแทนออกมาให้กับนักลงทุนในระหว่างทางที่ลงทุน ซึ่งด้วยนโยบายการจ่ายเงินปันผลกองทุนจะจ่ายปันผล ไม่เกินปีละ 4 ครั้ง’​ โดยมีรอบการพิจารณาปันผลทุกสิ้นเดือนมกราคม เมษายน กรกฎาคม และ ตุลาคมของทุกปี ซึ่งตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมีได้จ่ายปันผลทั้งหมด 32 ครั้ง รวมเป็นเงิน 9.20 บาท 


ในส่วนนโยบายการลงทุนของกองทุน อย่างที่เกริ่นไว้ก่อนหน้าว่าเป็นกองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯ แต่จะเป็นการลงทุนในรูปแบบ Feeder Fund จึงมีการลงทุนในกองทุนหลักเพียงกองเดียวหรือในกองทุน ‘Morgan Stanley US Advantage Fund - I Shares​​ (USD)​’ ในอัตราส่วนโดยเฉลี่ยรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินของกองทุน


ซึ่งหากนักลงทุนหลายคนหรือผู้อ่านสังเกต จะเห็นได้ว่ากองทุนหลักจะลงทุนในรูปของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกา (USD) เป็นสกุลเงินหลัก ก็อาจทำให้นักลงทุนกังวลว่าเกิดการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ แต่สำหรับกองทุน K-USA-A(D)’ นั้นจะมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75%  ของมูลค่าเงินลงทุนต่างประเทศ 


สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักนั้นจะมุ่งเน้นการลงทุนส่วนใหญ่ในหุ้นของบริษัทสหรัฐอเมริกาไม่น้อยกว่า 70% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิและอาจลงทุนในตราสารทุนอื่นใดที่ไม่ใช่บริษัทสหรัฐอเมริกาได้ไม่เกิน 30% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มกองหุ้นขนาดใหญ่ที่เน้นการเติบโตตามประเภทของ Morningstar” 


วันที่ 31 .. 64 ‘กองทุน K-USA-A(D)’ มีการลงทุนในกองทุนหลัก 99.78%, เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก 2.47% อื่นๆ -2.25%


โดยอุตสาหกรรมของหลักทรัพย์ที่กองทุนหลักเข้าลงทุน ( วันที่ 31 .. 64) ประกอบไปด้วย

-INFORMATION TECHNOLOGY 42.15%

-COMMUNICATION SERVICES 20.96%

-HEALTH CARE 14.56%

-CONSUMER DISCRETIONARY 8.79%

-INDUSTRIALS 6.02%

-อื่นๆ 7.52%






ในด้านผลการดำเนินงานของกอง K-USA-A(D)’ ( วันที่ 30 มิ.. 64) ก็ถือเป็นสิ่งสะท้อนถึงนโยบายการลงทุนได้เป็นอย่างดีเนื่องจากตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 19.83% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่เพียง 15.06% ต่อปี ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินสูงกว่าดัชนีชี้วัดเล็กน้อยเฉลี่ยอยู่ที่ 17.95% ต่อปี ขณะที่ดัชนีชี้วัดเฉลี่ยอยู่ที่ 16.87% ต่อปี แต่อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -29.35%


โดยหลังจากพูดถึงผลการดำเนินงานของนโยบายการปันผลของกองทุน ก็อาจทำให้นักลงทุนหลายเกิดความสนใจและอยากจะเข้าลงทุน ซึ่งรายละเอียดในมูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนก็จะอยู่ที่ 500 บาทเช่นกัน โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 4 วันทำการนับหลังจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน


ส่วนช่องทางการซื้อขายของกองทุนนั้น ผู้ที่สนใจสามารถทำได้ผ่านช่องทางออฟไลน์อย่างธนาคารกสิกรไทย ผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่น หรือในช่องทางออนไลน์อย่าง ​K-My Funds​​, K-Cyber และ K PLUS


กอง K-USA-A(D) ถือเป็นอีกหนึ่งกองทุนรวมหุ้นสหรัฐฯที่น่าสนใจ ด้วยนโยบายลงทุนที่มีการคัดสรรหุ้นที่มีขนาดใหญ่เติบโตสูงจนทำให้ผลการดำเนินงานในอดีตมีความโดดเด่นกว่าค่าดัชนีชี้วัดได้เป็นอย่างดี  นโยบายการปันผลเองก็เป็นหนึ่งสิ่งที่นักลงทุนหลายคนอาจจะกำลังมองหาเพื่อสร้างรายได้ระหว่างถือหน่วยลงทุนด้วยเช่นกัน

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
BCP ปิดดีลซื้อกิจการ Chevron Hong Kong เปลี่ยนชื่อเป็น "Bangchak Hong Kong" ปักฐานขยายการเติบโตสู่เอเชียเหนือ
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
COCOCO ยกระดับ ESG สู่กลยุทธ์การเติบโต สร้างมูลค่าองค์กรและความเชื่อมั่นในระยะยาว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
ลิสต์ 4 หุ้น Laggards ราคาต่ำกว่าก่อนสงคราม ต้นทุนผ่านจุดพีค หนุนครึ่งปีหลังฟื้น
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
REIT ยังน่าลงทุนไหม? เมื่ออัปไซด์เริ่มจำกัด แต่ปันผลยังเด่น
เมื่อ 13 ชั่วโมงที่แล้ว
Banking
ธอส. จัดโปร 7.7 ชวนเป็นเจ้าของบ้านคุณภาพดี ราคาคุ้มค่า กับงานประมูลบ้านมือสองออนไลน์ ครั้งที่ 5 จัดเต็ม ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 2 ปี
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us