“AIM Group” ต่อยอดธุรกิจจาก “Core Value” สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน... ชี้ปัจจุบันตลาดรองไม่สะท้อนพื้นฐาน “REIT” หวัง “ดอกเบี้ยขาลง” หนุนตลาด REIT กลับมาคึกคักอีกครั้ง !!!
สาระ Fund วันละนิด: ย้อนหลังไปในปี2016 “AIM REIT” ได้ถือกำเนิดขึ้นในอุตสาหกรรมกองทุนอสังหาริมทรัพย์/REIT ในฐานะ “ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ” เพื่อเป็นทางเลือกที่แตกต่างในการทำ REIT โดยไร้ข้อจำกัด ไม่มีเจ้าของทรัพย์สินเป็นแม่เหมือนผู้จัดการกองทรัสต์อื่นๆ
จากวันนั้น ที่เป็น “หน้าใหม่” ในวงการ นำกอง “AIMIRT” เข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ปี2018 ด้วยสินทรัพย์ 2.3 พันล้านบาท ตามติดด้วย “AIMCG” ในปี2019 และได้เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจนสิ้นปี2024 มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มเป็น 1.6 หมื่นล้านบาท
สู่วันนี้ที่ “ไม่ใช่หน้าใหม่” อีกต่อไป ใครๆ ในวงการต่างรู้จักและไว้วางใจ
พร้อมปรับทัพขยับสู่ “AIM Group” ที่ใช้จุดเด่นที่ตัวเองแตกไลน์ธุรกิจเพิ่มจาก “ธุรกิจบริหารกองทรัสต์” (REIT Management) เดิม เสริมด้วย “ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน” (Financial Advisory) ที่รุกธุรกิจเต็มตัวในปี2024 ที่ผ่านมา
เตรียมใช้ “Core Value” ของตัวเองที่มี ขับเคลื่อนสู่ยุคใหม่ ต่อยอดความสำเร็จอย่างยั่งยืน ทิศทางจากนี้และมุมมองการลงทุนจะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปอัพเดทจากทีมผู้บริหารของ “AIM Group” พร้อมๆ กันได้เลย
ปี25 เน้น “Fundamental Growth For Good”…สู่เป้าหมายการเติบโตอย่างยั่งยืน
โดย “จรัสฤทธิ์ อรรถเวทยวรวุฒิ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIM Group บอกว่า “DNA” ที่เป็นจุดเด่นของเรา คือ การเป็น “ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ” ซึ่งไม่มีแม่เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่จะป้อนให้ สามารถค้นหาทรัพย์สินที่มีคุณภาพเพื่อลงทุนได้เต็มที่ โดยยึดประโยชน์ของผู้ถือหน่วยและผู้เกี่ยวข้องทุกๆ ฝ่ายเป็นสำคัญ และเพราะเราไม่ได้ทำธุรกิจเดียวกับเจ้าของทรัพย์สินนั่นเอง ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของทรัพย์ที่จะเอามาให้เราบริหาร จากช่วงแรกๆ ในธุรกิจเราต้องออกไปแสวงหาทรัพย์ดีๆ ที่มีคุณภาพกันข้างนอก แต่ปัจจุบันเริ่มมีเจ้าของทรัพย์ที่สนใจติดต่อเข้ามาหาเอง สนใจให้เราบริหารให้ แต่ก็ไม่ใช่ทุกทรัพย์สินที่มีมาแล้วเราจะลงทุนทั้งหมด ใน 10 แห่ง อาจจะมีเพียง 1 แห่ง ที่ลงทุนก็ได้ เรื่องการเติบโตต้องมาพร้อมกับคุณภาพ เพราะประโยชน์ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะไม่ถูกละเลย และสะท้อนว่าการเป็น “กองทรัสต์อิสระ” ก็สามารถเติบโตได้ ปัจจุบันธุรกิจนี้มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารกว่า 1.6 หมื่นล้านบาท บริหาร 19 โครงการ จากผู้ขาย 14 ราย และยังมองหาโอกาสดีๆ เพื่อลงทุนเพิ่มอยู่ตลอดเวลา โดยเราขอเป็น “ผู้นำ” ในกลุ่ม “ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ” นี้

หลังจากที่ได้ประกอบธุรกิจการบริหารจัดการกองทรัสต์ ทำให้มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจการจัดการกองทรัสต์ “AIM Group” จึงต่อยอดความชำนาญ โดยเปิด “ธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน” (Financial Advisory) เพิ่มเติมในปี2022 จนถึงปัจจุบันมีการทำธุรกรรมตลาดทุนสำเร็จไปแล้วทั้งสิ้น 4 ธุรกรรม จะยังคงมุ่งเน้นให้บริการที่จะสร้าง value added ให้ในทางการเงิน โดยเน้นความรู้จริงและผลักดันดีลให้สำเร็จเพื่อสร้างประโยชน์กับลูกค้าที่ไว้ใจเรา
“AIM Group จัดทัพทีมบริหาร ขับเคลื่อนสู่ยุคใหม่ ต่อยอดความสำเร็จอย่างยั่งยืนจาก Core Value ที่มีในฐานะ ‘ผู้นำ’ กลุ่มผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ สู่ธุรกิจ ‘REIT Management’ และ ‘Financial Advisory’ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ใช่มิติเรื่องการเติบโตเพียงอย่างเดียว”
ในปี25 นี้ เน้น “Fundamental Growth For Good” ผ่าน 3 เรื่องหลักด้วยกัน คือ
-
ESG-driven organization เน้นการพัฒนาองค์กรที่มีแนวคิดในเรื่องการลงทุนอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับการพัฒนาบุคลากร
-
Fundamental & Sustainable Assets Investment การลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในกองทรัสต์ที่บริหารอยู่ปัจจุบัน รวมถึงโอกาสในการจัดตั้งกองทรัสต์ที่ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ประเภทใหม่ ไม่ว่าจะเป็นออฟฟิศ, โรงแรม หรือการแพทย์ (โรงพยาบาล) แต่ก็ต้องดูจังหวะของตลาดด้วยเช่นกันว่านักลงทุนพร้อมมั้ย
-
New Growth, New S-Curve การศึกษาความเป็นเป็นได้ในโอกาสในการทำธุรกิจใหม่จากความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น ทรัพย์สินประเภทโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure)
ปลื้ม “กองทรัสต์อิสระ” เติบโตต่อเนื่องแม้ยามตลาดแย่...ชี้ปัจจุบันตลาดรองไม่สะท้อนพื้นฐาน “REIT” หวัง “ดอกเบี้ยขาลง” หนุนตลาด REIT กลับมาคึกคักอีกครั้ง
“ธนาเดช โอภาสยานนท์” กรรมการผู้จัดการ AIM Group บอกว่า เราเป็นผู้นำในกลุ่ม “ผู้จัดการกองทรัสต์อิสระ” ที่สามารถสร้างการเติบโตของกองทรัสต์ภายใต้การบริหารให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของ “AIMIRT” ที่ลงทุนในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งช่วงวิกฤติ COVID-19 ได้พิสูจน์แล้วว่าอสังหาริมทรัพย์กลุ่มนี้มีความแข็งแกร่งทำให้นักลงทุนหันมาสนใจลงทุนมากขึ้นตามลำดับและ “AIMIRT” เป็นกองรีทอุตสาหกรรมที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเฉลี่ย 7 – 8% เมื่อเทียบกับราคา IPO ที่ 10 บาท ในขณะที่กองรีทอื่นๆ ในกลุ่มให้ผลตอบแทนไม่ถึง 7% อย่างไรก็ตามในช่วงที่ตลาดหุ้นแย่ ราคาตลาดรองของ REIT ก็ร่วงไปด้วย แต่ไม่ได้เกี่ยวกับพื้นฐานของอสังหาริมทรัพย์ที่รีทลงทุนแต่ประการใด ยังคงมีผลประกอบการที่ดีและจ่ายผลตอบแทนได้อย่างสม่ำเสมอ จริงๆ แล้วมองเป็นโอกาสในการเข้าไปลงทุนด้วย

“ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาการระดมทุนในตลาด REIT ถือว่ายากมาก อย่างไรก็ตาม AIM Group ยังประสบความสำเร็จในการขยายการลงทุนสูงถึง 2,600 ล้านบาทในทรัพย์สินที่มีคุณภาพสูงอย่าง PPF ผ่านการทำ Property Fund- REIT Conversion โดยการใช้ Share Swap ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในตลาด REIT และ Property Fund ในประเทศไทย ที่มีการควบรวมกันในลักษณะนี้”
โดยเรายังคงมองหาโอกาสลงทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่องเพื่อการเติบโตอย่างรอบคอบและไม่มี conflict of interest โดยจะเลือกลงทุนใน asset ที่คำนึงถึงประโยชน์ของผู้ถือหน่วยเป็นสำคัญเท่านั้น ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นต้องคุ่มค่ากับเงินลงทุนและความเสี่ยงที่กองรีทจะต้องแลกและ การเติบโตจะคำนึงถึงโครงสร้างทางการเงินที่เหมาะสมกับทรัพย์สินที่เราลงทุน ซึ่งในปีนี้การลงทุนเพิ่มจะใช้ “การกู้ยืม” เป็นหลัก ปัจจุบันมีสัดส่วนการกู้ยืมประมาณ 27 – 28% ของมูลค่าทรัพย์สินรวมเท่านั้น สามารถขยับไปได้ไม่เกิน 35% ซึ่งเพียงพอที่จะเข้าลงทุนโครงการใหม่ๆ ได้อย่างสบาย รอภาวะตลาดกองรีทกลับสู่ภาวะปกติค่อยกลับไปใช้การระดมทุนผ่านตลาดทุนอีกครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหน่วยและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเป็นสำคัญ
“ในอนาคตเมื่อทิศทางดอกเบี้ยเป็นขาลง จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดกองรีท ทั้ง ผลประโยชน์ตอบแทนต่อหน่วย (DPU) ที่ดีขึ้น ราคากองรีทที่ดีขึ้นจากมูลค่าคิดลด (Discount Rate) ที่ลดลง รวมถึงสภาพคล่องที่พร้อมจะไหลกลับเข้ามาลงทุนอีกครั้งในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจในการลงทุนนั่นเอง”

วาง 3 แพลทฟอร์ม...รองรับการเติบโตอย่างยั่งยืน
ปิดท้ายด้วย “ญาณิชศา” ชาติวุฒิกอบกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน AIM Group ที่บอกเพิ่มเติมถึงการมุ่งเน้นพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารกองทรัสต์ รองรับการขยายตัวของธุรกิจ และเสริมสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ผ่านแนวทางสำคัญ 3 เรื่อง ดังนี้
-
AIM FOR THE A-TEAM: AIM Group เชื่อมั่นว่าบุคคลากรคือหัวใจสำคัญของการเติบโต กลุ่มบริษัทจึงมุ่งเน้นพัฒนาทีมงานที่มีศักยภาพด้านอสังหาริมทรัพย์และการบริหารจัดการกองทรัสต์ พร้อมเสริมทักษะให้สอดรับกับเทคโนโลยีและแนวโน้มตลาด เพื่อเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
-
AIM FOR INTERNAL GROWTH AND EFFICIENCY: นำระบบและเทคโนโลยีมาใช้บริหารจัดการกองทรัสต์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจและสร้างความโปร่งใสในทุกกระบวนการ นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังให้ความสำคัญกับการปรับปรุงกระบวนการทำงานโดยมุ่งเน้นการลดความซ้ำซ้อนในทุกขั้นตอน เพื่อเพิ่มความรวดเร็วและก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
-
AIM FOR REIT EXPERTISE: AIM Group เตรียมจัดตั้ง REIT Research Center เพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และติดตามข้อมูลตลาดอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ช่วยเสริมสร้างข้อมูลเชิงลึกในการบริหารจัดการและการลงทุน ตอกย้ำบทบาท AIM Group ในฐานะ REIT Expert ที่ได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรม และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ทั้งหมดนี้ เป็นก้าวย่างการเติบโตและทิศทางที่กำลังจะก้าวเดินไปอย่างมั่นคงและยั่งยืนของ “AIM Group” ซึ่งยังคงโฟกัสในจุดที่ตัวเองถนัด ไม่ไปแข่งกับ “ผู้จัดการกองทรัสต์ที่มีแม่” อื่นๆ แต่ประการใด โดยยังคงมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจให้เกิดความยั่งยืนเพื่อทำให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายได้รับประโยชน์สูงสุดนั่นเอง
