Official Update :

“KWI INDIA-A” ลุย “หุ้นอินเดีย” Story of Growth… สร้างความมั่งคั่งระยะยาว !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “India Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นอินเดีย” ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ของเศรษฐกิจอินเดีย เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวให้เงินลงทุน


หนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ในโลกและยังคงมีการเติบโตที่สูง ก็คือ “อินเดีย” ทาง “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจอินเดียจะโต 6.5% ในปี25 และปี26 ต่อเนื่อง (ที่มา: World Economic Outlook: January 2025)


ทำให้ “ตลาดหุ้นอินเดีย” เป็นหนึ่งในตลาดที่สร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วงหลายปีที่ผ่านมาอย่างต่อเนื่อง จนราคาขึ้นมา “แพง” ตลาดหนึ่งของโลก อย่างไรก็ตามในช่วงที่ผ่านมา ตลาดก็มีการปรับฐาน ทำให้มูลค่ากลับมาน่าสนใจอีกครั้ง


ปัจจุบัน “หุ้นอินเดีย” มี Fwd P/E 19.79 เท่า ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 20.43 เท่า ในขณะที่กำไรบจ.คาดว่ายังโตได้ +16.53% ในปีนี้ (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 21 ก.พ. 25) จึงเป็นอีกหนึ่งตลาดที่น่าสนใจมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งรอบรับ


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นอินเดีย” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



“KWI INDIA-A” ลุย “หุ้นอินเดีย” ตลาดแห่งการเติบโตของโลก

สำหรับกองทุนรวมที่จะแนะนำในครั้งนี้ มีชื่อว่า KWI INDIA-A: กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ อินเดีย อิควิตี้ เอฟไอเอฟชนิดสะสมมูลค่าบริหารจัดการโดย ‘บลจ.เคดับบลิวไอ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 2558 เน้นลงทุน หุ้นอินเดีย” ซึ่งครอบคลุมกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ของเศรษฐกิจอินเดีย เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาวให้เงินลงทุน ผ่านกองทุนหลัก Manulife Global Fund – India Equity Fund (Class I2) ที่บริหารจัดการโดย Manulife Investment Management (Hong Kong) Ltd.



หน้าตาพอร์ต...สไตล์หุ้น “ขนาดใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘KWI INDIA-A’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 31 ธ.ค. 24) มีการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรกมากสุด ประกอบด้วย

  • Financials 28.72%

  • Technology 13.31%

  • Consumer Cyclical 11.99%

  • Industrials 11.42%

  • Healthcare 8.60%


“โดยหุ้น 5 ตัวที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ วันที่ 27 ก.พ. 25) ประกอบด้วย 1) HDFC Bank Ltd 8.87%, 2) ICICI Bank Ltd 6.73%, 3) Infosys Ltd 5.67%, 4) Bharti Airtel Ltd 4.82% และ 5) Reliance Industries Ltd 4.20% ตามลำดับ ซึ่งล้วนแต่เป็นหุ้นชั้นนำในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมของอินเดียทั้งสิ้น”



“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘KWI INDIA-Aตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ณ วันที่ 31 ม.ค. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 7.27% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 9.71% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 17.02% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 17.72% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -34.24%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” 1,000 บาท และ “ครั้งถัดไป” ไม่กำหนด

โดยนักลงทุนที่สนใจอยากลงทุนในกองดังกล่าวก็สามารถใช้เงินลงทุนเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ตามเงื่อนไขของมูลค่าขั้นตํ่าของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” สามารถลงทุนได้โดยไม่มีขั้นต่ำเช่นเดียวกันกับเงื่อนไขการขาย แต่จะมีระยะเวลาในการรับเงินค่าขายภายใน 5 วันทําการหลังจากวันทํารายการขายคืน (T+5)



ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆโดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน คิง ไว (เอเชีย) จํากัด หรือตัวแทนสนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนอื่นๆที่บริษัทแต่งตั้งขึ้นและช่องทางออนไลน์ผ่าน KWI Click for Funds


ใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนที่น่าสนใจ มีโอกาสของการเติบโตในระยะยาว เชื่อว่า “หุ้นอินเดีย” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่ราคามีการปรับฐานลงมา ทำให้ราคาไม่แพงเหมือนในอดีต


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’