“BCAP-GW90” กระจายลงทุนทั่วโลก สไตล์ “Fund of Funds”… รับมือตลาดโลก “ผันผวน” - เพิ่มโอกาส “ผลตอบแทน” !!!
กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว” กองทุนที่ได้เรทติ้ง “Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’ (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง “Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม “Aggressive Allocation” ที่เน้นลงทุนแบบผสมใน “หลากหลายสินทรัพย์” ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
เพราะโลกการลงทุนไม่ได้จำกัดแค่ใน “ประเทศไทย” เท่านั้น การมองหาโอกาสลงทุนใน “ต่างประเทศ” ทั่วโลกในสินทรัพย์ต่างๆ จึงไม่เพียงช่วยกระจายความเสี่ยงให้เท่านั้น
ยังเปิดโอกาสของผลตอบแทนที่ดีขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งในระยะยาวจะช่วยให้ผลตอบแทนที่มี “เสถียรภาพ” มากยิ่งขึ้นนั่นเอง
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนผสม” สไตล์ “Aggressive Allocation” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง “Morningstar” มาฝากกัน

“BCAP-GW90” กระจายลงทุนทั่วโลก สไตล์ “Fund of Funds”…เพิ่มโอกาส “ผลตอบแทน”
สำหรับกองทุนที่จะแนะนำในครั้งนี้ชื่อว่า “BCAP-GW90: กองทุนเปิดบีแคป โกลบอล เวลท์ 90” บริหารจัดการโดย ‘บลจ.บางกอกแคปปิตอล’ มีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) จัดตั้งเมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2562 เป็นกองทุนผสมในรูปแบบ Fund of Funds ที่กระจายเงินลงทุนในหน่วยลงทุนต่างประเทศอย่างน้อย 2 กองทุนที่มีนโยบายลงทุนใน 1.ตราสารหนี้, 2) ตราสารทุน, 3) สินทรัพย์ทางเลือก และ 4) กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์/REIT/Infra Fund
“ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในทรัพย์สินตาม 2 - 4 รวมกันโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่เกิน 90% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน”

หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมของ “หุ้นคุณค่า” & “หุ้นเติบโต”
จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘BCAP-GW90” มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นคุณค่า” (Value) และ “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 28 ก.พ. 25) นั้น มีการกระจายลงทุนในสินทรัพย์ 5 อันดับแรก ประกอบด้วย
- ตราสารทุนต่างประเทศ 70%
- สินทรัพย์ทางเลือก 13%
- ตราสารหนี้ในประเทศ 8%
- ตราสารทุนในประเทศ 6%
- เงินฝากธนาคาร 2%
- ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1%
“โดยลงทุนผ่านกองทุน ETF ต่างๆ ของบลจ.ชั้นนำของโลกทั้ง BlackRock, Amundi, Invesco และ Vanguard กระจายไปในหุ้นตลาดเกิดใหม่ 18.05%, หุ้นยุโรป 17.54%, หุ้นสหรัฐ 14.93%, หุ้นญี่ปุ่น 12.97% ส่วนในประเทศก็ลงทุนผ่านกองทุนผสมของบริษัทเองอีก 8.38%”

“ในด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘BCAP-GW90’ ตั้งแต่จัดตั้งกอง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 2.43% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.87% ต่อปี) ส่วนความผันผวนของผลการดำเนินงานอยู่ที่ 11.02% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 11.37% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -22.27%”
เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น
สำหรับเงื่อนไขการซื้อขั้นต่ำของหน่วยลงทุนใน “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่การขายคืนผู้ลงทุนสามารถทำได้โดยไม่มีมูลค่าขั้นต่ำในการขายคืนและยอดคงเหลือขั้นต่ำ ส่วนระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 4 วันทำการนับตั้งแต่วันทำการถัดจากวันที่ขายคืนหน่วยลงทุน (T+4)

ส่วนรายละเอียดการซื้อขายในปัจจุบันสามารถทำได้ง่ายๆ โดยผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์ผ่านสาขาธนาคารกรุงเทพ, ผู้สนับสนุนการขายหรือรับซื้อคืน และในส่วนของช่องทางออนไลน์ อย่าง โมบายแอพฯ Bualuang iBanking และ BangkokBank Mobile Banking
ในภาวะที่ตลาดการลงทุนของโลกผันผวนเช่นปัจจุบัน จากนโยบาย “Trump 2.0” ที่คาดเดาได้ยาก การกระจายเงินลงทุนในหลากสินทรัพย์ก็ถือเป็นอีกกลยุทธ์ที่ดี เพราะไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสการลงทุนอีกด้วย โดยเฉพาะการกระจายลงทุนใน “สินทรัพย์ทั่วโลก” ผ่านกองผสมที่เป็น “Aggressive Allocation” ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเติมเต็มพอร์ตได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
