ชี้ “High Yield เอเชีย” ปัจจุบันราคา “แพงแล้ว”... แนะปี25 ต้อง “ระมัดระวัง” การลงทุน !!!
Fun of Funds: รู้หรือไม่? ในปี 2024 ตราสารหนี้กลุ่ม “High Yield Bond เอเชีย” ให้ผลตอบแทนที่ดีสูงถึง 15% มากกว่าผลตอบแทนของตราสารหนี้กลุ่มนี้ใน “ยุโรป” และ “สหรัฐ” และดีกว่าผลตอบแทนที่ผ่านมาในอดีต
ซึ่งเป็นผลมาจาก “ส่วนชดเชยความเสี่ยง” (Credit Spread) ที่แคบลงของ High Yield Bond ตลอดจนมาตรการส่งเสริมของ “จีน” ทั้งการลดอัตราดอกเบี้ย การเพิ่มการใช้จ่ายทางการคลัง ส่งผลให้ราคาตราสารหนี้ในจีนปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
แม้ว่าผลตอบแทนของสินทรัพย์กลุ่มนี้จะฟื้นตัวดีขึ้นในปีที่ผ่านมา แต่เงินทุนที่ไหลเข้าลงทุน “High Yield Bond เอเชีย” ยังมีไม่มาก ซึ่งอาจเป็นเพราะในปี2021-2023 ที่เกิดการผิดนัดชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้น ภาวะเศรษฐกิจมหภาคชะลอตัวและความผันผวนที่เพิ่มขึ้น ทำให้นักลงทุนสนใจลงทุนในกลุ่ม “กองทุนตราสารหนี้โลก” (Global Bond) มากกว่าเนื่องจากให้ผลตอบแทนที่ดีเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่มีนั่นเอง
“High Yield Bond เอเชีย” ในปีที่ผ่านมาและทิศทางในปีนี้จะเป็นยังไงบ้างนั้น ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตพร้อมๆ กันกับทาง “Morningstar” ได้เลย
“Asia High Yield” ปี2024 โชว์ผลตอบแทน “สุดปัง”...บวกกว่า +15%
จากข้อมูลของ “บจ.มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)” ระบุในรายงานว่า “High Yield Bond เอเชีย” ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในปีที่แล้วสูงถึง 15% มากกว่าผลตอบแทนของตราสารหนี้กลุ่มนี้ใน “ยุโรป” และ “สหรัฐ” นำโดยพันธบัตรรัฐบาลของศรีลังกาและปากีสถาน รวมถึงตราสารหนี้ของ บริษัท Vedanta Resources ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของอินเดีย พันธบัตรรัฐบาลของศรีลังกาซึ่งเคยผิดนัดชำระหนี้ในเดือนพ.ค. 22 มีราคาปรับเพิ่มขึ้นในปีที่แล้วหลังจากผ่านการปรับโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ได้สำเร็จ ส่วนพันธบัตรรัฐบาลปากีสถานมีราคาปรับเพิ่มขึ้นหลังจากที่ประเทศปากีสถานได้รับเงินกู้ช่วยเหลือมูลค่า 7000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ” (IMF) ในช่วงเดือนกลางปีที่แล้วส่งผลให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่นมากขึ้น ด้านตราสารของ Vedanta Resources ปรับเพิ่มขึ้นหลังจากที่บริษัทมีการขายสินทรัพย์บางส่วน การเพิ่มเงินปันผลจากบริษัทย่อย และทำการ Refinance หนี้เดิม จนได้รับให้การปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ

“ตลาด ‘High Yield Bond เอเชีย’ มีการพัฒนาที่มากขึ้นโดยตราสารของอินเดียและมาเก๊าได้รับความนิยมที่มากขึ้น ในขณะที่ส่วนแบ่งของจีนนั้นลดลง โดยน้ำหนักของภาคอสังหาริมทรัพย์ของจีนลดลงเหลือต่ำกว่า 10% ในสิ้นปี24 จากที่เคยมีส่วนแบ่งตลาดถึง 38% ในปี20 อย่างไรก็ดี ‘Credit spread’ ของตราสารหนี้ High Yield ในเอเชียได้ปรับลดลงในช่วงต้นปี25 แม้ว่าจะยังมี Spread ที่สูงกว่า High Yield Bond ในสหรัฐและยุโรปก็ตาม ดังนั้นหากภาพเศรฐกิจอ่อนแอก็ทำให้มีความเสี่ยงขาลงจากการลงทุน High Yield ในเอเชียได้เนื่องจากปัจจุบันมี Spread ที่ค่อนข้างแคบแล้วแม้ปัจจัยพื้นฐานจะแข็งแกร่งก็ตาม”
“High Yield Bond เอเชีย” ปัจจุบันอยู่ในระดับ “แพงแล้ว”...แนะปี25 ต้อง “ระมัดระวัง” การลงทุน
สำหรับตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Nonrated) มีสัดส่วนที่ค่อนข้างมากในตลาด “High Yield เอเชีย” หากเปรียบเทียบกับตลาด High Yield ในตลาดโลกหรือตลาดเกิดใหม่ด้วยกัน ซึ่งส่วนมากเป็นตราสารหนี้ที่มาจากผู้ออกตราสารในจีน ฟิลิปปินส์ และฮ่องกง
ด้านผลตอบแทนแม้ว่าส่วนใหญ่ “High Yield เอเชีย” จะซื้อขายที่ผลตอบแทนใกล้เคียงกับ High Yield ในตลาดโลก แต่บางครั้งด้วยความต้องการที่มีมากของนักลงทุนและมุมมองที่ดีต่อตลาด High Yield ก็ทำให้ “High Yield เอเชีย” ซื้อขายที่ผลตอบแทนใกล้เคียงกับกลุ่มตราสารหนี้คุณภาพสูงได้ (Investment-grade bonds)

“การลงทุนในปี25 ยังต้อง ‘ระมัดระวัง’ เนื่องจากมูลค่าปัจจุบันอยู่ในระดับที่ ‘แพงแล้ว’ หลังจากปีที่แล้วที่ราคาของตราสารหนี้ ‘High Yield เอเชีย’ ปรับขึ้นมามากทำให้ผู้จัดการกองทุนต้องให้ความระมัดระวังการลงทุนในปีนี้มากขึ้น”
ทั้งนี้ผู้จัดการกองทุน “Fidelity Asian High Yield” เชื่อว่าด้วยราคาที่ขึ้นมาแพงแล้วของกลุ่ม High yield ทำให้การลงทุนจะเน้นไปที่กลุ่มตราสารหนี้ที่มีคุณภาพสูงมากขึ้น เช่นกลุ่มที่มีเครดิตอันดับ BB ขึ้นไป เพื่อป้องกันความเสี่ยงขาลงจากการที่ Yield ปรับเพิ่มขึ้น ส่วนผู้จัดการกองทุน “UBS Asian High Yield” ยังมองว่าระดับ Credit Spread ของตราสารหนี้ High Yield ในเอเชียปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าลงทุนเมื่อเทียบกับตราสารหนี้ High Yield ในระดับโลก และเชื่อว่าปัจจัยพื้นฐานในภูมิภาคยังคงแข็งแกร่งและมีอัตราการผิดนัดชำระหนี้ที่ต่ำ เช่นเดียวกันกับผู้จัดการกองทุน “Pimco Asian High Yield” ที่เห็นว่า Credit Spread จะยังอยู่ในระดับนี้ต่อไปอีกระยะท่ามกลาง Supply ที่จำกัดและปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่ยังแข็งแกร่ง แต่ก็ยังให้ความสำคัญต่อความผันผวนที่จะเกิดขึ้นจากสงครามการค้าและความเสี่ยงทางการเมือง
นักลงทุนจึงต้องตระหนักว่าผลตอบแทนที่เกิดขึ้นดีในปีที่แล้วอาจเป็นปัจจัยชั่วคราวและอาจไม่ได้เกิดขึ้นอีกครั้งในปีนี้ ดังนั้นจึงควรลดความคาดหวังต่อผลตอบแทนของสินทรัพย์ในปีนี้ลง แม้ปัจจัยทางเศรษฐกิจในเอเชียยังคงแข็งแกร่งทำให้การลงทุนตราสารหนี้ในเอเชียยังคงมีความน่าสนใจลงทุนอยู่ก็ตาม
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
