Official Update :

“K-WPULTIMATE” กระจายลงทุนสินทรัพย์ทั่วโลก... ตอบโจทย์การลงทุนครบจบใน “กองทุนเดียว” !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม Aggressive Allocation” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หน่วยลงทุน” ของกองทุนรวมทั้งในและต่างประเทศ ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ ทรัพย์สินทางเลือก ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป


เพราะกุญแจสู่ความสำเร็จของการลงทุน คือ “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) อย่างเหมาะสม ช่วยให้คุณไม่พลาดโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีในช่วงตลาดขาขึ้น และช่วยปกป้องในช่วงตลาดขาลง


ทำให้การลงทุนในระยะยาวมี “เสถียรภาพ” ของผลตอบแทน ซึ่งทำให้การลงทุนของคุณราบรื่นขึ้นแม้ในช่วงที่ตลาดการลงทุนทั่วโลกผันผวนก็ตาม


วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนผสม” สไตล์ Aggressive Allocation” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



K-WPULTIMATE” กระจายลงทุนทั่วโลก ครบจบใน “กองทุนเดียว”

สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า K-WPULTIMATE: กองทุนเปิดเค เวลธ์พลัส อัลติเมท” บริหารจัดการโดย บลจ.กสิกรไทยมีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2564 มีนโยบายลงทุน หน่วยลงทุน” ของกองทุนรวมทั้งในและต่างประเทศ ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้ ทรัพย์สินทางเลือก ตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป


โดยอ้างอิงสัดส่วนการลงทุนจากโปรแกรมที่ “บลจ.กสิกรไทย” พัฒนาร่วมกับ JPMorgan Asset Management(Singapore) Limited” และจะมีการปรับสัดส่วนการลงทุนและ/หรือทรัพย์สินที่ลงทุนตามที่ “บลจ.กสิกรไทย” เห็นสมควร



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมของ “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกองK-WPULTIMATE มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมของ “หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 25) มีการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน 97.39% โดย 5 กองทุนที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย

  • JPM US Select Equity Fund – I Acc USD  24.33%

  • JPM Global Select Equity I (acc) - USD 20.60%

  • JPMorgan Funds US Equity All Cap Fund I (acc)-USD 10.85%

  • กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป 6.45%

  • JPM US Technology I (acc) - USD 5.23%


“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘K-WPULTIMATE ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ก.พ. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ -1.76% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 2.96% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 11.09% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 12.31% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -24.16%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง
500 บาท เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุน เงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 6 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+6)



ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds​​, K-Cyber และ KPLUS


สำหรับนักลงทุนที่ไม่อยากพลาดทุกโอกาสลงทุน “กองทุนผสม” ถือเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี และนักลงทุนที่ “รับความเสี่ยงได้สูง” สไตล์ “Aggressive Allocation” จะช่วยเพิ่มโอกาสของผลตอบแทน ในขณะที่ความเสี่ยงไม่มากเหมือนการลงทุนในหุ้นโดยตรง และการกระจายไปสู่สินทรัพย์การลงทุนทั่วโลก ช่วยให้คุณตอบโจทย์ครบในกองทุนเดียวเลยทีเดียว


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’