Official Update :

“SCBAM” มุ่งสู่การเป็น “The Best Fund House” ปั้น AUM ปีนี้แตะ “2 ล้านล้านบาท”... พร้อมเร่งขยายฐานผู้ลงทุน “1 ล้านคน” ใน 3 ปี ส่วน “หุ้นไทย” ถูก-น่าสนใจ ให้เป้าดัชนีปีนี้สูงสุด 1,360 จุด !

สาระ Fund วันละนิด: สำหรับ “บลจ.ไทยพาณิชย์” (SCBAM) เป็นบลจ.ที่ใหญ่เป็น “อันดับ1” ในอุตสาหกรรมกองทุน สิ้นปี24 มีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) 1.94 ล้านล้านบาท ครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 20%


ประกอบไปด้วย “ธุรกิจกองทุนรวม” 1.07 ล้านล้านบาท, “ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล” 6.48 แสนล้านบาท และ “ธุรกิจกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” 2.13 แสนล้าน (ที่มา: aimc, วันที่ 31 ธ.ค. 24)


โดยปีนี้ยังมุ่งมั่นที่จะเป็น “The Best Fund House” พร้อมเดินหน้าเติบโตต่อเนื่อง ตั้งเป้า AUM ปีนี้ทะเยานแตะ “2 ล้านล้านบาท” เป็นบลจ.แรกในอุตสาหกรรม


พร้อมเร่งขยายฐานผู้ลงทุนให้ถึง ล้านคน” ภายใน 3 ปี (ปี2027) จากปัจจุบันมีฐานลูกค้าประมาณ 6.8 แสนราย ซึ่งจะทำให้ AUM ของบริษัทไปสู่ระดับ “3 ล้านล้านบาท” และมีรายได้รวมประมาณ “1 หมื่นล้านบาท” ได้ในที่สุด


ทิศทางธุรกิจและมุมมองการลงทุนของ “บลจ.ไทยพาณิชย์” ในปีนี้จะเป็นเช่นไร ตามทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ไปอัปเดตมุมมองล่าสุดจาก “ทีมผู้บริหาร” พร้อมๆ กันได้เลย


“บลจ.ไทยพาณิชย์” มุ่งสู่การเป็น “
The Best Fund House”...ตั้งเป้า AUM ปีนี้ทะยานแตะ “2 ล้านลบ.” รายแรกของไทย

โดย “ณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ บอกว่า บริษัทยังมุ่งเดินหน้าและผลักดันการเติบโตของธุรกิจให้เป็น “The Best Fund House” ตามวิสัยทัศน์หลักที่บริษัทตั้งใจ สิ้นปี24 บริษัทมี AUM อยู่ที่ 1.94 ล้านล้านบาท ครองแชมป์เป็น บลจ. “อันดับ 1” ที่มี AUM สูงสุดในกลุ่มอุตสาหกรรม และในปี25 นี้ บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถเดินหน้าสร้างความสำเร็จ ผลักดันให้ AUM เติบโตต่อเนื่องสู่ ล้านล้านบาท” ได้ ด้วย 3 แนวทางขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 1) การเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร ผสานกับผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลาย และโซลูชันการลงทุนที่ตรงใจผู้ลงทุน ตอบรับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสภาวะตลาดทุนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว



2) การเติบโตอย่างยั่งยืนด้านการลงทุน
ที่มุ่งมั่นนำเสนอนวัตกรรมการลงทุนที่ตอบโจทย์ทุกระดับความต้องการ พร้อมกลยุทธ์การลงทุนเพื่อโอกาสสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนและมีเสถียรภาพ เน้นคัดเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่มีผลบวกต่อสังคม สิ่งแวดล้อม และโปร่งใส ด้วยการใช้เทคโนโลยีมาเสริมประสิทธิภาพการวิเคราะห์ข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน และ 3) การเติบโตอย่างยั่งยืนด้านการให้บริการที่ขับเคลื่อนภายใต้การจัดการที่เป็นเลิศและรองรับการเติบโตอย่างปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนาการบริการและแพลตฟอร์มการลงทุนที่ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงได้ง่าย พร้อมสร้างประสบการณ์การลงทุนที่มีคุณภาพให้แก่ผู้ลงทุนในยุคดิจิทัลนี้ได้อย่างเต็มที่


“บลจ.ไทยพาณิชย์ มุ่งสู่การเป็น ‘The Best Fund House’ เดินหน้าขึ้นครองตำแหน่ง บลจ. แรก ที่มี AUM ‘2 ล้านล้านบาท ในปีนี้ และเร่งขยายฐานผู้ลงทุนไปแตะ ‘1 ล้านคน ในอีก 3 ปี ข้างหน้า (2027) ซึ่งจะทำให้ AUM ทะยานแตะระดับ 3 ล้านล้านบาท และรายได้ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ได้ในที่สุด โดยจะเน้นการเติบโตจากกลุ่มกองทุนตราสารหนี้เป็นสำคัญ ที่จะสามารถสร้างการเติบโตได้ในทุกภาวะตลาด ควบคู่ไปกับการนำเสนอทางเลือกใหม่ๆ ให้เหมาะสมกับภาวะตลาดในแต่ละช่วงด้วย”


“สร้างสมดุล”การเติบโต มุ่งเน้น “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” นำเสนอโพดักท์ที่ตรงความต้องการ...พร้อมขยายฐานลูกค้าต่อเนื่อง

โดย “พิณแก้ว ทรายแก้ว” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บลจ.ไทยพาณิชย์ บอกว่า ด้วยเป้าหมายการเติบโต AUM ปีนี้สู่ 2 ล้านล้านบาท แรงขับเคลื่อนหลักยังมาจากกลุ่มธุรกิจกองทุนรวม ควบคู่กับการสร้างการเติบโตที่สมดุลไปกับธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พร้อมกันนี้บริษัทเองมี Roadmap สร้างการเติบโตผ่านความร่วมมืออย่างเข้มข้นกับพันธมิตร ที่จะเน้นการวางแผนทำงานร่วมกันอย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการทางธุรกิจที่แตกต่าง รวมถึงนำเสนอผลิตภัณฑ์กองทุนที่สอดรับกับพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มผู้ลงทุนของพันธมิตร ซึ่งเราเชื่อว่า การเติบโตไปด้วยกัน คือแนวทางการเติบโตที่ยั่งยืน โดยบริษัทพร้อมเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงที่ส่งมอบโซลูชันการลงทุนที่ตอบโจทย์นี้ให้ผู้ลงทุนอย่างแท้จริง โดยยึด “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง” ควบคู่กับสื่อสารข้อมูลการลงทุนอย่างรวดเร็วและทันต่อสภาวะตลาด เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถตัดสินใจลงทุนได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ


“ด้วยความร่วมมือนี้ บริษัทจะสามารถสร้างฐานผู้ลงทุนที่แข็งแกร่งได้ครอบคลุม 1 ล้านรายตามเป้าหมาย ด้วยกลุ่มผู้ลงทุนรุ่นใหม่ที่เริ่มสนใจเรื่องการลงทุนผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้งานง่าย อย่างแอปพลิเคชัน SCBAM Fund Click ที่มีความพิเศษจากกองทุน e-class ฟรีค่าธรรมเนียม นอกจากนี้ยังเตรียมพร้อมนำเสนอทางเลือกการลงทุนในผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ประกอบด้วย 1) Structure Fund ที่เน้นปกป้องเงินลงทุนพร้อมเพิ่มโอกาสรับผลตอแทนที่ดี 2) กองทุนสินทรัพย์ทางเลือก เช่น Private Asset, Hedge Fund หรือ Digital Asset เป็นต้น และ 3) กองทุนสกุลเงินต่างประเทศ เช่น ดอลลาร์ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนในสกุลเงินต่างประเทศ เพื่อตอบโจทย์การลงทุนยุคใหม่”



การลงทุนปีนี้เน้นเรื่อง “คุณภาพ” (
Quality)…ชอบ “หุ้นจีน-หุ้นสหรัฐ” ส่วน “หุ้นไทย” ราคาถูก-น่าสนใจ มองเป้าดัชนีสิ้นปีที่ 1,300 – 1,360 จุด

ด้าน “นันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บลจ.ไทยพาณิชย์ มองการลงทุนปีนี้ว่า ยังเต็มไปด้วยความผันผวน การลงทุนต้องเน้นในเรื่องของ “คุณภาพ” (Quality) ของสินทรัพย์ที่เข้าไปลงทุน ถ้าเป็นหุ้นก็ต้องมีการบริหารจัดการที่ดี มีปันผลสูง มีกระแสเงินสดที่ดี ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถผ่านสถานการณ์ที่แย่ไปได้ ในส่วนของตราสารหนี้ก็เช่นเดียวกัน เน้นที่คุณภาพความปลอดภัยกลุ่มพันธบัตรรัฐบาล ไม่ไปเล่นกับเครดิต หากมองด้วยปัจจัยพื้นฐานของตลาดในส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงที่เราชอบปีนี้ยังเป็น “หุ้นจีน” ที่ภาครัฐส่งสัญญาณเชิงบวกในการเข้ามาดูแลเศรษฐกิจมากขึ้น รวมทั้ง “หุ้นสหรัฐ” แต่อาจจะต้องเลือกหุ้นคุณภาพเพื่อลงทุน อย่างไรก็ตามหลังการปรับขึ้นภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐในครั้งนี้ อาจกระทบบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นได้ ซึ่งยอมรับว่าตัวเลขที่ออกมาสูงกว่าคาดและคงต้องทำการประเมินผลกระทบกันอีกครั้ง


“ในส่วนของหุ้นไทยเอง เราปรับเป้าดัชนีสิ้นปีลงมาเหลือ 1,300 – 1,360 จุด และคงต้องประเมินผลกระทบดูอีกครั้ง ทั้งผลกระทบทางตรง และผลกระทบทางอ้อมที่เกิดกับประเทศคู่ค้าของไทยเอง อย่างไรก็ตามระดับดัชนี 1,100 จุด น่าจะรับอยู่ และกองทุน Thai ESGX ที่จะออกมาในช่วงพ.ค. - มิ.ย. น่าจะช่วยพยุงตลาดเอาไว้ได้ ปัจจุบันหุ้นไทยถูกมากต่กว่าค่าเฉลี่ยในอดีตประมาณ 1.5 S.D. แล้ว แต่คงต้องเลือกหุ้นลงทุนด้วยเช่นกัน  หลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่ม Global Play หรือ หุ้นที่มีความผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจโลก เน้นลงทุนในกลุ่มที่ปลอดภัย เช่น โรงพยาบาล หุ้นปันผลสูง กลุ่มการเงิน บริษัทที่มีธรรมาภิบาล มีกระแสเงินสดสูง และมีความผันผวนต่ำ”


ปัจจุบัน บริษัทมีกองทุนที่ได้ Morningstar Rating 4-5 ดาว มากถึง 90 กอง ซึ่งถือเป็นกองทุนเกรด A มากอันดับต้นๆ ของอุตสาหกรรมเช่นเดียวกัน สะท้อนถึงการมองเรื่องของผลตอบแทนที่ดี ควบคู่กับการดูแลความเสี่ยงให้กับผู้ลงทุนด้วย


นำ “
AI” มาใช้ในการบริหารจัดการกองทุน...รองรับการเติบโตอย่างมั่นคง - สร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ลงทุนในระยะยาว

ปิดท้ายกันด้วย “ปิ่นสุดา ภู่วิภาดาวรรธน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บลจ.ไทยพาณิชย์ บอกว่า บริษัทมีกลยุทธ์เชิงรุกในการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี เพื่อรองรับนวัตกรรมด้านการลงทุน การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ การให้บริการที่สะดวกรวดเร็วแก่ผู้ลงทุนและตัวแทนขายหน่วยลงทุน โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีอย่างยั่งยืนแก่ผู้ลงทุน รวมถึงให้ความสำคัญกับการมีระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์ในระดับสากล โดยครอบคลุมถึงการปกป้องข้อมูลทางธุรกิจขององค์กรและการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลให้มีความปลอดภัย มุ่งเดินหน้าสู่การเป็น Digital Business ต่อเนื่อง เสริมสร้างนวัตกรรมทางการเงินด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI มาใช้ในการบริหารจัดการกองทุน เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและโอกาสการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ลงทุนในระยะยาว


“นอกจากนี้ ยังมีแผนการนำ Omnichannel มาใช้เชื่อมโยงช่องทางและบริการต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ อีกทั้ง ยังได้นำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติ (RPA) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการดำเนินงานต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ และยกระดับประสิทธิภาพการบริหารเพื่อก้าวเข้าสู่การเป็น ‘The Best Fund House’ ด้วยระบบงานและบริการที่ทันสมัย มีเสถียรภาพ โปร่งใส ปลอดภัย เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดทุนและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ลงทุนในระยะยาว และสร้างประสบการณ์ที่ดีในการลงทุนให้กับนักลงทุนนั่นเอง”


ทั้งหมดนี้ คือ ก้าวย่างที่สำคัญของ “บลจ.ไทยพาณิชย์” ที่มุ่งมั่นสู่การเป็น “The Best Fund House” ที่เน้นการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ด้วยกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้า ซึ่งจะทำให้ภาพรวมของ AUM และรายได้รวมของบริษัทเติบโตขึ้นตามไปด้วย สิ้นปีนี้กับเป้าหมายแรก AUM ทะยานแตะ “2 ล้านล้านบาท” และ “3 ล้านล้านบาท” ภายใน 3ปี (ปี2027) เป็นเป้าหมายระยะกลางที่จะตามมาติดๆ

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’