“ARK Invest” มอง ‘หุ้นเทคฯ-จีน’...อาจต้องรีเซตมูลค่ากันใหม่...มั่นใจ ‘หุ้นเทคฯ’ ระยะยาวยังดี !!!
เรื่องของ “หุ้นเทคฯ-จีน” ที่ถูกทางการจีนคุมเข้มนั้นไม่ใช่ข่าวใหม่และมีออกมาเป็นระยะๆ นานแล้ว ก่อนหน้านั้นไม่ว่าจะเป็นกรณีของ Alibaba, Ant Group และ Tencent แต่ครั้งล่าสุดดูจะกระทบกับตลาดค่อนข้างมาก
หลังการเข้ามาปราบปรามบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง Didi, Alibaba และ ByteDance ซึ่งเกี่ยวพันไปถึงเรื่องความมั่นคงของชาติกันเลยทีเดียวจากความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูลนั่นเอง
ทำให้บรรยากาศของ “หุ้นเทคฯ-จีน” สะดุดตามไปด้วยในระยะสั้น ตั้งแต่ต้นปีมา “ตลาดเซี่ยงไฮ้” ดัชนี SSEC บวก +0.97% ในขณะที่ “ตลาดเสินเจิ้น” ดัชนี CSI300 ยังติดลบ -3.01% (ข้อมูล ณ วันที่ 20 ก.ค. 21)
และช่วงต้นเดือนก.ค.มา ทาง “ARK Invest” ก็ออกมายอมรับในการสัมนาผ่านเวบกับนักลงทุน (Webminar) ต้นเดือนก.ค.ที่ผ่านมาว่า มีการลดน้ำหนักการลงทุนใน “หุ้นเทคฯ-จีน” ลงไปจริงช่วงสัปดาห์แรกของเดือนก.ค. ก็ทำให้นักลงทุนจับตามองมากขึ้น
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีเรื่องราวดีๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากกันเช่นเคย
“Catherine Wood” รับลดน้ำหนัก ‘หุ้นเทคฯ-จีน’ ในพอร์ต...มองจะต้องมีการปรับมูลค่าหุ้นกันใหม่อีกครั้ง
อย่างที่ทราบกันว่า “ARK Invest” สร้างกองทุนที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนธีมหุ้นนวัตกรรมเรื่อง‘Disruptive Technology’ ทั่วโลกอย่างชัดเจน ปัจจุบันมี 5 กองทุนของ ARK ที่เป็นเป้าหมายของนักลงทุนทั่วโลกรวมทั้งบลจ.ของไทยเช่นกัน ได้แก่
1.“ARK Innovative ETF (ARKK)” เน้นลงทุนในหุ้นนวัตกรรมต่างๆ เป็นต้น
2.“ARK Next Generation Internet ETF (ARKW)” เน้นลงทุนที่ได้รับประโยชน์จากเปลี่ยนฐานของโครงสร้างพื้นฐานจากฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ไปยังระบบคลาวด์, การดำเนินธุรกิจผ่านทางเว็บไซต์หรือให้บริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต เพื่อตอบสนอง Lifestyle การใช้ชีวิตผู้คนได้ตลอดเวลา
3.“ARK Genomic Revolution ETF (ARKG)” เน้นลงทุนในหุ้นเกี่ยวกับการตัดต่อและแก้ไขรหัสพันธุกรรม เพื่อรักษาโรคร้าย เช่น มะเร็ง หรือโรคติดต่อสมัยใหม่ เป็นต้น
4.“ARK Autonomous Technology&Robotic ETF (ARKQ)” เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีการทำงานอัตโนมัติ และวิทยาการหุ่นยนต์ (Robotics), เทคโนโลยีหุ่นยนต์กลไก เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและลดต้นทุนแรงงาน เป็นต้น
5.“ARK Fintech Innovation ETF (ARKF)” เน้นลงทุนในหุ้นการเงินที่สามารถโอนผ่านกันไม่ยากต้นทุนต่ำลงลดตัวกลาง เป็นต้น

(Catherine Wood)
โดย “Catherine Wood” Chief Executive Officer, Chief Investment Officer ARK Investment Management LLC (ARK Invest) บอกว่า จากมุมมองของการประเมินมูลค่าหุ้นเหล่านี้ได้ลดลงและอาจจะยังคงลดลงได้อีก คิดว่าอาจมีการรีเซ็ตการประเมินมูลค่าซึ่งมีความชัดเจนในอัตราส่วนราคาต่อกำไรปัจจุบันของยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของจีนอย่าง Alibaba, Baidu และ JD.com ตามข้อมูลจาก FactSet อัตราส่วน P/E ในปัจจุบันของ Alibaba อยู่ที่ 19 เท่านั้นต่ำกว่าในอดีตที่ 24 เท่า P/E ปัจจุบันของ Baidu อยู่ที่ 16 เท่า ต่ำกว่าในอดีตที่ 21 เท่า และ JD.com พบว่าการประเมินมูลค่าของบริษัทลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง โดย P/E ปัจจุบันอยู่ที่ 36 เท่า ต่ำกว่าในอดีตที่ 62 เท่า จึงมองว่ามีการรีเซตการประเมินมูลค่าใหม่
“กอง ARK” มีหุ้นเทคฯ ใน ‘เอเชียแปซิฟิก’ ในสัดส่วนไม่มาก...ปีนี้หุ้นเทคฯ ไม่ดี-ฉุดผลงานกอง ARK ไปด้วย
สำหรับกองทุนของ “ARK Invest” ทั้ง 5 กองจัดเป็นธีมย่อยด้านเทคโนโลยีที่มีโฟกัสชัดเจน และมีการลงทุนในหุ้น ‘ทั่วโลก’ ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในอเมริกาเหนือ สัดส่วนหุ้นเทคโนโลยีในเอเชียเองมีเพียงเล็กน้อยและไม่ใช่สัดส่วนหลักแต่ประการใด ในแง่ของผลกระทบต้องเรียกว่า “จำกัด” ส่วน ‘หุ้นเทคฯ-จีน’ ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐในพอร์ตของกอง ARK เองก็มีไม่มากนักเช่นกัน
“ต้องไม่ลืมปรัชญาการลงทุนของ Catherine Wood ซึ่งเป็นทั้งผู้ก่อตั้ง CEO และ CIO ที่มองการลงทุนในระยะยาว 5 ปี ไม่ได้มองภาพระยะสั้นรายวันหรือรายเดือนแต่ประการใด ในช่วงเดือนก.พ.-พ.ค.ที่ผ่านมา กองทุนหลักของ ARK Invest ผลตอบแทนติดลบไป -37% เธอก็มองว่านั่นเป็นจังหวะในการเข้าลงทุนในหุ้นที่ดีและมีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต เช่น Tesla เป็นต้น จึงไม่น่าแปลกใจว่าถ้าเปิดพอร์ตหุ้น Top5 ในพอร์ตของกองทุน ARK ทั้ง 5 กอง ในกองที่มีนโยบายเกี่ยวข้องกับหุ้น Tesla หุ้นตัวนี้ก็ยังมีน้ำหนักมากในพอร์ตอยู่นั่นเอง”

สำหรับ ‘ARKK’ ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 19 ก.ค. 21) ผลตอบแทนติดลบ -6.40% หุ้น Top5 (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 21) ได้แก่ 1. TESLA INC 10.0%, 2. ROKU INC 6.0%, 3. TELADOC HEALTH INC 6.0%, 4. SQUARE INC - A 4.0% และ 5. ZOOM VIDEO COMMUNICATIONS-A 4.0%
‘ARKQ’ ทำผลตอบแทนได้ 3.86% โดยหุ้น Top5 ได้แก่ 1. TESLA INC 11.0%, 2. JD.COM INC-ADR 7.0%, 3. KRATOS DEFENSE & SECURITY 7.0%, 4. TRIMBLE INC 6.0% และ 5. BAIDU INC - SPON ADR 5.0 %
‘ARKW’ ผลตอบแทนติดลบ -4.14% โดยหุ้น Top5 ได้แก่ 1. TESLA INC 10.0%, 2. SHOPIFY INC - CLASS A 5.0%, 3. TWITTER INC 5.0%, 4. TELADOC HEALTH INC 5.0% และ 5. ROKU INC 4.0%
‘ARKG’ ผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีติดลบ -11.09% โดยหุ้น Top5 ได้แก่ 1.TELADOC HEALTH INC 7.0%, 2. EXACT SCIENCES CORP 5.0%, 3. PACIFIC BIOSCIENCES OF CALIF 5.0%, 4. CAREDX INC 4.0% และ 5. REGENERON PHARMACEUTICALS 4.0 %
สุดท้าย ‘ARKF’ ทำผลตอบแทนได้ 2.68% โดยหุ้น Top5 ได้แก่ 1. SQUARE INC - A 10. %, 2. SHOPIFY INC - CLASS A 6.0%, 3. SEA LTD-ADR 5.0%, 4. PAYPAL HOLDINGS INC 5.0 % และ 5. ZILLOW GROUP INC - C 5.0%
“โดยธีมหุ้นเทคฯ ที่ Catherine Wood มองนั้น เธอเชื่อว่าไม่ใช่เป็นแค่ธีมที่นำการเปลี่ยนแปลงมาในระยะสั้นเท่านั้น หากแต่เป็นสึนามิที่จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ถาวรในระยะยาวเลยทีเดียว แต่ในปีนี้หุ้นเทคฯ ในภาพรวมทั้งฝั่งสหรัฐและจีนเอง Perform ไม่สู้ดีนักและนั่นจึงส่งผลมาถึงผลตอบแทนของกลุ่มกองทุน ARK ทั้ง 5 กองในปีนี้ด้วยเช่นกัน”
มอง “หุ้นเทคฯ-จีน” ยังน่าสนใจลงทุนระยะยาว...แนวโน้มโตตามศก.-การคุมของรัฐบาลเป็นเรื่องปกติ
ในขนณะที่ “อดิศร เสริมชัยวงศ์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย จำกัด (TMBAM Eastspring) และบลจ.ธนชาต จำกัด (Thanachart Fund Eastspring) มองว่า กลุ่มหุ้นนวัตกรรมเทคโนโลยีขนาดเล็กแต่มีโอกาสเติบโตสูงของจีนยังน่าสนใจลงทุน แม้ว่า “หุ้นจีน” ค่อนข้างได้รับผลกระทบอย่างหนักในช่วงครึ่งปีแรกจากนโยบายของภาครัฐ ตัวอย่างเช่น การสั่งระงับการเปิดเสนอขายหุ้นครั้งแรก (IPO) ของ Ant Group บริษัทในเครือ Alibana แบบกะทันหัน หรือการเพิกถอนแอฟพลิเคชั่นบริการแท็กซี่อย่าง Didi ที่มีการทำ IPO ที่สหรัฐเมื่อต้นกรกฎาคมที่ผ่านมา

(อดิศร เสริมชัยวงศ์)
สำหรับประเด็นเหล่านี้ เราเชื่อว่าเป็นขั้นตอนการปฏิรูปโครงสร้างที่สำคัญและประเทศที่มีศักยภาพระดับโลกอย่างจีนจะสามารถก้าวผ่าน มีความเข้มแข็งและเกิดเสถียรภาพได้ในระยะยาว การแบนบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่นั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ ทั้ง Facebook และ YouTube ต่างก็เคยโดนการควบคุมและการฟ้องร้องเช่นกัน ประกอบกับเมื่อดูปัจจัยพื้นฐานของจีนแล้วพบว่าเศรษฐกิจมีการขยายตัวที่แข็งแกร่งและก้าวพ้นสถานการณ์ COVID-19 เรียบร้อยแล้ว ทั้งในแง่อัตราการฉีดวัคซีนและอัตราการติดเชื้อ ซึ่งยิ่งทำให้เรามั่นใจในหุ้นจีนมากยิ่งขึ้น
“สำหรับผู้ที่สนใจในหุ้นจีน แต่ยังคงมีความกังวลกับหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ปัจจุบันจีนก็มีตลาด ‘STAR Market’ ที่รัฐบาลจีนออกแบบให้บริษัทของจีนที่ยังมีขนาดเล็กแต่มีอนาคตเติบโตสูงสามารถเข้ามาจดทะเบียนและมีน้ำหนักในการคำนวณดัชนีได้ โดยมุ่งหวังให้ตลาดนี้เป็นเหมือน Nasdaq ทำให้ตลาดนี้ค่อนข้างจะได้รับผลกระทบจากนโยบายของรัฐบาลน้อยกว่าเป็นอีกโอกาสที่น่าสนใจลงทุนเช่นเดียวกัน”
สำหรับใครที่ลงทุนใน “หุ้นเทคฯ” อยู่ ไม่ว่าจะเป็นเทคฯ โลก, เทคฯ สหรัฐ หรือเทคฯ จีน ในปีนี้อาจดูไม่สดใสเท่าไรนักเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แต่ก็ถือเป็นเรื่องปกติหลังจากปีที่แล้วขึ้นมาแรง คงต้องมองการลงทุนในธีมนี้เป็นการลงทุนระยะยาวให้สอดคล้องกับมุมมองการลงทุนของผู้จัดการกองทุนหลักด้วยเช่นกัน
