“B-ASEANRMF”…โอกาสลงทุนไปกับการเติบโตระยะยาวของ “หุ้นอาเซียน” !!!

ความคืบหน้าของการแจกจ่ายวัคซีนของแต่ละประเทศได้มีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะเว้นอยู่ไม่กี่ประเทศที่ยังมีความล่าช้ากว่าประเทศอื่นซึ่งเป็นจำนวนที่ค่อนข้างน้อย


ทำให้ธีมการลงทุน เปิดเมือง เป็นธีมการลงทุนที่นักลงทุนให้ความสนใจและแสวงหาผลตอบแทนในตลาดหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากการเปิดเมืองหรือมีแนวโน้มที่เศรษฐกิจจะเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว


ซึ่งในกลุ่มหุ้น ตลาดพัฒนาแล้ว ก็มีตลาดหุ้นที่เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวออกมาให้เห็นบ้างในบางประเทศ แต่สำหรับ ตลาดหุ้นเกิดใหม่โดยเฉพาะ ตลาดหุ้นอาเซียน ก็ยังไม่ได้ตอบรับสัญญาณดังกล่าวให้เห็นชัดมากนักจึงอาจจะเป็นโอกาสที่ดีที่จะเข้าไปลงทุน


ในวันนี้ทาง ‘Wealthy Thai’ จึงขอโอกาสนำเสนอ กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียนเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASEANRMF)” กองทุนรวมหุ้นอาเซียนที่ได้รับการจัดอันดับจาก มอร์นิ่งสตาร์ 5 ดาวจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บัวหลวง จำกัดมาแชร์ให้แก่ผู้ที่สนใจและผู้อ่านกันในครั้งนี้



กอง B-ASEANRMF” ตอบโจทย์เกษียณผ่านหุ้นคุณภาพในกลุ่มอาเซียน

อาเซียน (ASEAN)” เป็นองค์การทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 10 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา, ไทย, บรูไน, เมียนมาร์, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, ลาว, เวียดนาม, สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่ได้รับการจับตามจากนักลงทุนทั่วโลก


อาเซียน ในแง่ของการลงทุนก็มีโอกาสการลงทุนที่น่าสนใจอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตลาดที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มตลาดพัฒนาแล้วอย่างสิงคโปร์หรือตลาดกลุ่ม TIP (ไทย, อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์) หรือตลาดชายขอบที่มีการเติบโตสูงอย่างเวียดนามรวมถึงกลุ่มลุ่มแม่น้ำโขง CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมาร์ และเวียดนาม)


ตลาดหุ้นอาเซียนจึงเต็มไปด้วยโอกาสการลงทุนที่มีความหลากหลาย และถือเป็นตลาดบ้านใกล้เรือนเคียงกับไทย ภูมิภาคอาเซียนจึงเป็นหนึ่งในภูมิภาคแรกๆ ที่บลจ.ไทยขยับขยายการลงทุนออกไปลงทุนในหุ้นรายตัวโดยตรงเองด้วย นอกเหนือจากรูปแบบการไปลงทุนผ่านกองทุนหลักในต่างประเทศ





โดยกองทุนอาเซียนที่จะแนะนำในครั้งนี้มีชื่อว่า กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอาเซียนเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-ASEANRMF)” ที่ได้จัดตั้งขึ้นในวันที่ 2 มิถุนายน 2560 ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ( วันที่ 19 กรกฎาคม 2564) มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) อยู่ที่ 794,152,239 บาท และมีมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 9.72 บาทต่อหน่วย


สำหรับตัวนโยบายอย่างที่บอกไว้ข้างต้นจะเป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในกลุ่มประเทศ อาเซียน ปัจจุบันมีสมาชิก 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน เวียดนาม ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา แต่จะมุ่งเน้นลงทุนในหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีปัจจัยพื้นฐานดีมีความมั่นคง และมีศักยภาพในการให้ผลตอบแทนจากการลงทุน โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV”


ในส่วนที่เหลือจะเป็นการลงทุนในตราสารแห่งทุน ตราสารแห่งหนี้ ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน ตราสารการเงิน และหรือเงินฝาก ตลอดจนหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินอื่นหรือการหาดอกผลโดยวิธีอื่น ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้กองทุนมีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 79% ของ NAV


ปัจจุบัน ( วันที่ 30 มิ.. 64) ‘กอง B-ASEANRMF’ มีการลงทุนในหุ้น 92.06%, หน่วยลงทุน 20.9%, เงินฝากและบัตรเงินฝาก 0.66% และสินทรัพย์และหนี้สินอื่นอีก 5.19%


โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด 5 อันดับแรก ได้แก่

1. ธนาคาร 34.87% 

2. พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 8.98% 

3. ขนส่งและโลจิสติกส์ 8.50%

4. พาณิชย์ 7.38% 

5. อาหารและเครื่องดื่ม 6.81%





ในด้านผลการดำเนินงานของกอง B-ASEANRMF’ ( วันที่ 30 มิ.. 64) ตั้งแต่จัดตั้งกองทุนผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ -0.28% ต่อปี ซึ่งดูดีกว่าดัชนีชี้วัดที่เฉลี่ยอยู่ที่ -0.76% ต่อปี อย่างไรก็ดีในช่วงเวลา 5 ปี กองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงถึง -41.14%”


ส่วนนักลงทุนที่สนใจหรืออยากเข้าลงทุนในกองทุนนั้น มูลค่าขั้นต่ำของการซื้อครั้งแรกและครั้งถัดไปจะอยู่ที่ 500 บาท ขณะที่มูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนไม่มีการกำหนดไว้ โดยระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนจะได้ภายใน 5 วันทำการนับหลังจากวันทำการขายคืนหน่วยลงทุน


ขณะที่ช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่าน สาขาธนาคารกรุงเทพ โดยมีบริการหักบัญชีเงินฝาก/บัตรเครดิตเพื่อซื้อหน่วยลงทุนกองทุนเปิดแบบถัวเฉลี่ยและผู้สนับสนุนการขาย หรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน นอกจากนี้ยังมีช่องทางออนไลน์โดยผ่านโมบายแบงก์กิ้งจากธนาคารกรุงเทพ และบัวหลวง ไอแบงก์กิ้ง 


แม้ว่าผลการดำเนินงานของกองทุนในช่วงที่ผ่านมาอาจจะดูไม่ดีนักเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่นๆ แต่หากว่าธีมการเปิดเมืองที่นักลงทุนสนใจกลุ่มหุ้นอาเซียนก็เป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่น่าสนใจและยังสามารถกระจายความเสี่ยงการลงทุนได้ในหลายประเทศซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงการลงทุนได้เป็นอย่างดี

กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

Most Viewed
Stock of the Day
เช็คลิสต์ 5 หุ้น ต่างชาติ “ซื้อ-ขาย” มากสุดตั้งแต่ต้นปี
เมื่อ 22 ชั่วโมงที่แล้ว
Fun of Funds
“มิถุนา-ปีมะเมีย” ดักเงินหนีจาก “ตลาดแพง” หา “ของดี-ราคาถูก”... ถึงเวลา “หุ้นเอเชีย-หุ้นเวียดนาม” 2 ตลาด “ดาวเด่น” กับโอกาสลงทุนบน “Story of Growth” !!!
เมื่อ 18 ชั่วโมงที่แล้ว
Stock of the Day
OKJ พุ่งกระฉูด 27% หลังเปิดตัว Grill & Ground โบรกฯ ยังแนะ “ซื้อ” แม้ลดราคาเป้า มองผลงานครึ่งหลังฟื้นรับกลยุทธ์ 3 ด้าน
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
News Highlight
แสนสิริ เสริมแกร่งความร่วมมือกับ กลุ่มมิตซุย ฟุโดซัง เดินหน้า JV“เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ดันพอร์ตร่วมทุนปี 68-69 โตร่วม 28,000 ล้านบาท
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Stock of the Day
1,600 อยู่แค่เอื้อม! SET วันนี้ปิดบวกเกือบ 20 จุด รับแรงซื้อกลุ่มบิ๊กแคป หลังหมด overhang พร้อมแรงเก็งกระแสลงทุน รองรับ AI ขยายตัว
เมื่อ 1 วันที่แล้ว
Follow Us