“LTF” ผลงาน 5 ปี “น่าผิดหวัง” ทรุดตามตลาด ติดลบเฉลี่ย -1.88% ต่อปี... ส่วนใหญ่ 82% ยัง “ติดลบ” “บลจ.” คาดนักลงทุนโอนมา “Thai ESGX” ไม่แรง ประมาณ 30% เท่านั้น !!!
สาระ Fund วันละนิด: ในช่วง 2 เดือน (2 พ.ค. – 30 มิ.ย. 25) นี้ ยังคงอยู่ในช่วงของการเปิดให้ใช้สิทธิลงทุนใน “กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ” (Thai ESGX) ทั้ง “เงินลงทุนเดิม” (โอนมาจาก LTF) และ “เงินลงทุนใหม่” ซึ่งเซฟภาษีรวมกันปีนี้ได้สูงสุดถึง 6 แสนบาท เลยทีเดียว
แต่วันนี้ จะพามาส่องดูผลงานของ “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว” (LTF) ย้อนหลัง 5 ปี กันบ้าง ซึ่งภาพรวมค่อนข้าง “น่าผิดหวัง” ผลตอบแทนร่วงตลาดตลาดติดลบเฉลี่ย -1.88% ต่อปี (ดีสุด +7.18% ต่อปี, แย่สุด -6.10% ต่อปี) ในขณะที่ “SET TRI” +0.03% ต่อปี
โดยกองทุนส่วนใหญ่กว่า 82% ผลงานยัง “ติดลบ” กันถ้วนหน้า
ปีนี้ “หุ้นไทย” ปรับตัวลงมาแล้วประมาณ -18.54% Downside ค่อนข้างจักดัด ในขณะที่ upside ค่อนข้างเปิด จึงเป็นโอกาสสำหรับการ “ลงทุนระยะยาว” ในท่ามกลางความผันผวนระยะสั้น
สำหรับ 5 “LTF” ที่มีผลงาน “ดีสุด-แย่สุด” ย้อนหลัง 5 ปี มีกองอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปเอาไว้ให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย
“LTF” ผลงาน 5 ปี “น่าผิดหวัง” ร่วงตามตลาด ติดลบเฉลี่ย -1.88% ต่อปี...“TDSLTF-B” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +7.18% ต่อปี ส่วน “ONE-SHARIAHLTF” ดิ่งหนักสุด -6.10% ต่อปี
สำหรับผลงานของกองทุน “LTF” ย้อนหลัง 5 ปี (ณ วันที่ 30 พ.ค. 25) ทั้ง 92 กอง ปีนี้ผลงานร่วงตามตลาดหุ้นไทย ทำผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -1.88% ต่อปี โดยมีเพียง 17 กอง คิดเป็น 18% ที่มีผลงานเป็น “บวก” อีก 82% ที่เหลือยัง “ติดลบ”
โดยกองที่มีผลงาน “ดีสุด” ทำผลตอบแทนได้ +6.12% ส่วนกองที่มีผลงาน “แย่สุด” ผลตอบแทนยังติดลบอยู่ -20.36% หรือต่างกันอยู่ 26.48%
สำหรับ 5 “LTF” ที่มีผลงาน “ดีสุด” ย้อนหลัง 5 ปี (ไม่นับรวมชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนหลักเดียวกัน) ทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +3.87% ต่อปี นำมาโดย
-
“TDSLTF-B” ของบลจ.ทิสโก้ +7.18% ต่อปี
-
“MIDSMALLLTF” ของบลจ.เอ็มเอฟซี +6.47% ต่อปี
-
“ASP-SMELTF-T” ของบลจ.แอสเซท พลัส +62% ต่อปี
-
“PRINCIPAL LTF-T” ของบลจ.พรินซิเพิล +1.58% ต่อปี
-
“LHSMARTLTF-D” ของบลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ +1.50% ต่อปี

ส่วน 5 “LTF” ที่มีผลงาน “แย่สุด” ย้อนหลัง 5 ปี ทำผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -5.92% ต่อปี ประกอบด้วย
-
“ONE-SHARIAHLTF” ของบลจ.วรรณ -6.10% ต่อปี
-
“B-TOPTENLTF” ของบลจ.บัวหลวง -5.97% ต่อปี
-
“B-LTF” ของบลจ.บัวหลวง -5.89% ต่อปี
-
“BBASICDLTF” ของบลจ.บัวหลวง -5.87% ต่อปี
-
“TLLTFEQ” ของบลจ.ทาลิส -5.79% ต่อปี
“หุ้นไทย” (SET Index) 5 ปี ผลตอบแทนติดลบ -19.77%...แต่ “หุ้นปันผล” (SETHD) ยังโชว์ผลตอบแทนเป็นบวก +8.33%
ภาพรวมผลตอบแทนของกองทุน “LTF” ย้อนหลัง 5 ปี ที่ส่วนใหญ่ผลตอบแทน “ติดลบ” นั้น เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับ “ตลาดหุ้นไทย” เช่นเดียวกัน
โดย “หุ้นไทย” (SET Index) ย้อนหลัง 5 ปี (ณ วันที่ 4 มิ.ย. 25) ผลตอบแทนติดลบ -19.77%, SET50 -22.43%, SET100 -24.73%, sSET -3.40% และ mai -18.85%
ในขณะที่ “หุ้นปันผล” (SETHD) กลับเป็นกลุ่มที่สร้างผลตอบแทนเป็น “บวก” ได้ โดในในช่วงเวลาเดียวกันนั้นบวกไป +8.33%
“ซึ่งสะท้อนถึงจุดเด่นของ ‘ตลาดหุ้นไทย’ ที่เป็นตลาดที่มี ‘ปันผลดี’ ตลาดหนึ่งของโลก แม้ว่าในแง่ของผลตอบแทนจาก ‘ส่วนต่างมูลค่าเงินลงทุน’ (Capital Gain) อาจจะไม่โดดเด่นเท่าไรนักก็ตาม”

ด้าน “บลจ.” คาดนักลงทุนโอน “LTF” มา “Thai ESGX” ประมาณ 30%...ส่วนที่เหลือมั่นใจ “ไม่กระทบตลาด”
สำหรับเงินลงทุนในกองทุน “LTF” ที่เปิดให้ใช้สิทธิโอนมาลงทุนในกองทุน “Thai ESGX” ในช่วง 2 เดือน (2 พ.ค. – 30 มิ.ย. 25) นั้น ทาง “สมาคมบลจ.” เคยประเมินไว้ว่า จะมีเงิน LTF โอนมาลงทุนใน Thai ESGX ประมาณ 50% หากคิดจากสินทรัพย์สุทธิของกอง LTF ณ สิ้นเม.ย.25 ที่มีอยู่ 156,292.88 ล้านบาท ก็คิดเป็นเม็ดเงินกลมๆ ประมาณ 7.8 หมื่นล้านบาท
ผ่านไป 1 เดือน พบ LTF มีสินทรัพย์ลดลงเหลือ 137,606.26 ล้านบาท ลดลง -12% จากเดือนก่อนหน้า หรือประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากตลาดหุ้นไทยที่ลดลง -4% และสินทรัพย์ที่ลดลงประมาณ -8% ก็ยังมีเวลาอีกประมาณ 1 เดือนที่จะใช้สิทธิในการโอนย้ายได้
อย่างไรก็ตาม หลาย “บลจ.” ประเมินตัวเลขการโอนจาก LTF มา Thai ESGX ต่ำกว่านั้นเฉลี่ยประมาณ 30% หรือประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท โดยเหตุผลหลักๆ ได้แก่
-
นักลงทุนที่มีเงินลงทุน LTF มากกว่า 5 แสนบาท ยิ่งมากโอกาสจะโอนมายัง Thai ESGX ยิ่งน้อย เพราะต้องโอนเงิน LTF มาทั้งหมด แล้วถูกล็อกไว้อีก 5 ปี ทั้งจำนวน
-
นักลงทุนบางส่วนไม่ได้สนใจจะใช้ประโยชน์ทางภาษีแล้ว ถือไว้ครบนานแล้วก็ยังไม่ได้ทำอะไร ทิ้งไว้อย่างนั้นเอง ไม่ได้สนใจอะไร
-
นักลงทุนบางส่วนก็ชอบนโยบายของกอง LTF ที่ตัวเองลงอยู่ และไม่ได้ต้องการจะโอนมายัง Thai ESGX ซึ่งนโยบายการลงทุนอาจไม่ตอบโจทย์
-
ประสบการณ์ที่ไม่ดีจากการลงทุน มีผลขาดทุนอยู่และมองว่าอาจไม่คุ้มที่จะย้ายมา หรือรอขายเอง เพื่อไปลงทุนในทางเลือกอื่นแทน
-
ส่วนนักลงทุนที่ยังต้องใช้ประโยชน์ทางภาษี และมองว่าโอนมาใช้สิทธิต่อไปไม่ต้องลงทุนเพิ่มเติม ก็จะใช้สิทธิกัน
“อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการโอนเงิน LTF มาลงทุนใน Thai ESGX ไม่ทั้งหมด และยังเหลืออยู่ที่พร้อมขายก็ตาม แต่บลจ.ส่วนใหญ่ประเมินว่า จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยแต่ประการใด แรงขายไม่มาก โดยเฉพาะผ่านช่วงต้นปีมาแล้ว และมองว่านักลงทุนส่วนใหญ่ถ้าขายก็คงตัดใจขายไปแล้ว ที่เหลือบางส่วนก็ไม่ได้ทำอะไร แต่ในแง่แรงขายถือว่าไม่มากแล้วและไม่น่ากังวลแต่ประการใด”
สำหรับใครที่มองหาการลงทุนที่ได้ประโยชน์ทางภาษีแบบจัดเต็ม “3 in 1” ได้ทั้งการลงทุนอย่างยั่งยืน โอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดี และยังช่วยเซฟภาษี เชื่อว่ากองทุน “Thai ESGX” จะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ยังลงทุนได้จนถึง 30 มิ.ย. 25 นี้ สำหรับเงินโอนจาก LTF ลดหย่อนได้สูงสุด 5 แสนบาท (ใช้สิทธิปีนี้ 3 แสนบาท และทอยใช้อีก 4 ปีที่เหลือปีละเท่าๆ กัน สูงสุดไม่เกินปีละ 5 หมื่นบาท) โดยเฉพาะตอนนี้ “หุ้นไทย” ปรับตัวลงมามาก Downside จำกัด ก็เป็นโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุนระยะยาวเลยทีเดียว ไม่ต้องรอสิ้นปีแต่ประการใด
ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
