Official Update :

“K-EUSMALL” เฟ้น “หุ้นยุโรป” ไซส์เล็ก โตโดดเด่น… เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนสูง !!!

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง กองทุนติดดาว กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว” จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง (Risk-adjusted returns) ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar” ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก


ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม European Equity” ที่มีจุดเด่นเน้นลงทุนใน “หุ้นยุโรป” ของบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งรวมถึงสมาชิกสหภาพยุโรป สวิสเซอร์แลนด์ สแกนดิเนเวีย บัลแกเรีย โรมาเนีย โครเอเชีย ตุรกี และประเทศเครือรัฐเอกราช (ไม่รวมสหราชอาณาจักร)


ปีนี้ท่ามกลางมรสุม Trade War” ของสหรัฐกับทั่วโลก “หุ้นยุโรป” (EU Stoxx600) บวกมาแล้วประมาณ +8% ในขณะที่มูลค่าตลาดก็ “ไม่แพง” มี Forward 12M P/E 14.5 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 14.4 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ยังโตได้ประมาณ 10% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 18 ก.ค. 25)


เป็น “ตลาดพัฒนาแล้ว” (Developed Market) ที่ดอกเบี้ยอยู่ในขาลงชัดเจนและยังลงต่อเนื่องหลังตัวเลขเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวลดลงเช่นกัน ซึ่งนั่นจะหนุนต่อการลงทุนใน “หุ้น” ไปด้วย



วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ มี “กองทุนหุ้นยุโรป” ที่น่าสนใจ ดีกรี “กองทุน 5 ดาว” จากทาง Morningstar” มาฝากกัน



“K-EUSMALL” เฟ้น “หุ้นยุโรป” ไซส์เล็ก เติบโตโดดเด่น

สำหรับกองทุนรวมที่คัดมาแนะนำกันในครั้งนี้ มีชื่อว่า K-EUSMALL: กองทุนเปิดเค ยูโรเปียน Small Cap หุ้นทุน” บริหารจัดการโดย บลจ.กสิกรไทยมีความเสี่ยง “ระดับ 6” (เสี่ยงสูง) ก่อตั้งเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2561 ที่มีนโยบายลงทุนใน “หุ้นยุโรป” ของบริษัทขนาดเล็ก ซึ่งรวมถึงสมาชิกสหภาพยุโรป สวิสเซอร์แลนด์ สแกนดิเนเวีย บัลแกเรีย โรมาเนีย โครเอเชีย ตุรกี และประเทศเครือรัฐเอกราช (ไม่รวมสหราชอาณาจักร) ผ่านกองทุนหลัก ‘Invesco Continental European Small Cap Equity Fund, C-Acc Shares (EUR) ที่บริหารจัดการโดย Invesco Management S.A.



หน้าตาพอร์ต...สไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นเติบโต”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกองK-EUSMALL มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นขนาดกลาง” ที่เป็น “หุ้นเติบโต” (Growth) เป็นสำคัญ


สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 พ.ค. 25) มี 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ได้แก่

  • SWEDEN 15.10%

  • FRANCE 13.90%

  • SWITZERLAND 11.60%

  • GERMANY 10.70%

  • AUSTRIA 9.40%


ส่วน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย

  • Industrials 24.40%

  • Financials 18.90%

  • Health Care 13.30%

  • Information Technology 10.00%

  • Communication Services 9.40%


“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) BAWAG 5.10%, 2) Asker Healthcare 4.20%, 3) SigmaRoc 3.90%, 4) CTS Eventim 3.40% และ 5) Coface 3.10% ตามลำดับ”



“ด้านผลการดำเนินงานของกองทุน ‘K-EUSMALL ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ค. 25) เฉลี่ยอยู่ที่ 6.84% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 4.95% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของผลการดำเนินงานเฉลี่ยอยู่ที่ 19.94% ต่อปี (ดัชนีชี้วัด 17.83% ต่อปี) อย่างไรก็ดีในช่วง 5 ปีย้อนหลังกองทุนเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -30.67%


เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง
500 บาท เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุน เงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500 บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500 บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50 บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 4 วันทำการ หลังจากวันทำรายการขายคืน (T+4)



ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds​​, K-Cyber และ KPLUS


สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนใน “ตลาดพัฒนาแล้ว” (Developed Market) ที่กำลังอยู่ในบริบทที่เอื้อต่อการลงทุนใน “หุ้น” แล้ว เชื่อว่า “หุ้นยุโรป” จะเป็นตลาดที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ด้วยทิศทาง “ดอกเบี้ยขาลง” จากแนวโน้มเงินเฟ้อที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกต่อสินทรัพย์อย่าง “หุ้น” ด้วยเช่นกัน ที่สำคัญ “ไม่แพง” เมื่อเทียบกับ “หุ้นสหรัฐ-หุ้นญี่ปุ่น” อีกด้วย


ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

สรวิศ อิ่มบำรุง

บรรณาธิการ Wealthythai.com มีประสบการณ์ในสายข่าวกองทุนรวม นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และนิตยสาร Money&Wealth เป็นผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาต IC Complex 2 และมีผลงานเขียนหนังสือ ‘รวยด้วยกองทุนรวม’, 'ยิ่งลงทุน ยิ่งรวยเกษียณสุขและมั่งคั่ง ด้วยกองทุนรวม RMF’ และ ‘ลงทุนกองทุนหุ้น รวยได้ไม่แพ้เซียน’