แนะกลยุทธ์ “Core & Satellite” ลงทุนฝ่าตลาดผันผวน… ชู “หุ้นเทคฯ จีน” ถูกกว่า “หุ้นเทคฯ สหรัฐ” ราคาถูก-upside เปิด !!!
Fun of Funds: แม้บรรยากาศการลงทุนทั่วโลกจะเริ่มผ่อนคลายความกังวลจากประเด็น “สงครามการค้า” (Trade War) และ “ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์” บ้างแล้ว
เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกของปี25 ที่ตลาดผันผวนรุนแรง แต่ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ประเด็นเหล่านี้จะยังคงกดดันตลาด และอาจกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปี
และส่งผลให้ “ธนาคารกลางทั่วโลก” โดยเฉพาะ “ธนาคารกลางสหรัฐ” (Fed) ต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเพื่อควบคุมเงินเฟ้อต่อไป เป็นประเด็นที่นักลงทุนต้องจับตา
ในภาวะตลาดการลงทุนเช่นนี้ กลยุทธ์การลงทุนแบบ “Core & Satellite” จะช่วยให้คุณไม่พลาดทุกโอกาสลงทุนและ “ลงทุนอย่างต่อเนื่อง” (Stay invested) ได้
โดย “ตลาดหุ้นจีน” ยังเป็นตลาดที่มองข้ามไม่ได้ ด้วยศักยภาพที่แข็งแกร่งและมูลค่าที่ “ถูก” ในปัจจุบัน
ทำไมกลยุทธ์ “Core & Satellite” และ “หุ้นจีน” จึงน่าสนใจ ตามทีมงาน ‘โต๊ะกองทุน Wealthy Thai’ ไปอัปเดตมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญพร้อมๆ กันได้เลย

แนะจัดพอร์ต “Core & Satellite” ฝ่าตลาดผันผวน....ใช้ “Global ETF” เป็นพอร์ตหลัก
โดย “ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.จิตตะ เวลธ์ บอกว่า
ไม่ว่าจะผ่านมากี่วิกฤติตลาดหุ้นก็สามารถปรับตัวกลับขึ้นมาได้ โดย “ดัชนี S&P500” สร้างผลตอบแทนได้ถึง 326.65% (31 ธ.ค. 1999 – 14 ก.ค. 2025) สะท้อนได้ว่าในทุกวิกฤติมีโอกาสเสมอ ดังนั้นนักลงทุนต้องทำการบ้านหนักขึ้นเพื่อให้เป็น “นักเลือก” ค้นหาหุ้นที่ดีในราคาเหมาะสม ทนทานต่อความผันผวนในระยะยาวให้เจอให้ได้ เมื่อภาพการลงทุนกำลังเปลี่ยนไปตามบริบทใหม่ของโลก นักลงทุนจำเป็นต้องมีหลักคิดในการลงทุนที่ถูกต้องเพื่อให้พร้อมเผชิญกับความไม่แน่นอนในอนาคต ซึ่ง “การกระจายความเสี่ยง” (Diversification) ให้พอร์ตคือกุญแจสำคัญ

(ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์)
“รวมถึงการจัดพอร์ตแบบ ‘Core & Satellite’ ที่มีการแบ่งสัดส่วนของ ‘พอร์ตหลัก’ (Core Port) ให้มีสินทรัพย์ที่กระจายความเสี่ยงอย่างครอบคลุม และสร้างความมั่นคงให้พอร์ต ลงทุนด้วย ‘Global ETF’ แผนการลงทุนที่มีการกระจายความเสี่ยงในหุ้นและตราสารหนี้คุณภาพดีทั่วโลก ควบคู่ไปกับ ‘พอร์ตรอง’ (Satellite Port) เสริมการลงทุนแบบมุ่งเน้นผลตอบแทน ในประเทศหรือธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ซึ่งสัดส่วนของทั้ง 2 พอร์ต อาจจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนเอง แต่สัดส่วนที่ปลอดภัยที่ ‘Jitta Wealth’ แนะนำจะอยู่ที่ 80:20”
ชู “หุ้นจีน” โดดเด่นเหนือ “หุ้นสหรัฐ”...“ราคาถูก-แนวโน้มเติบโตสูง”
อีกตลาดที่น่าสนใจ คือ “หุ้นจีน” แม้ว่านักลงทุนอาจจะให้ความสนใจใน “หุ้นสหรัฐ” ที่ยังคงทำสถิติ “All Time High” ได้เสมอ แต่สหรัฐก็ยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม ทั้งปัญหาภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงความต้องการพันธบัตรสหรัฐเริ่มลดน้อยลง ขณะที่ประเทศคู่แข่งอย่างจีนในเวลานี้ถือว่ายังมีความแข็งแกร่ง มีจุดยืนที่มั่นคงในเวทีโลกเห็นได้จากการตอบโต้ภาษีสหรัฐ แม้ในภาพรวมของภาคประชาชนจะแสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น แต่เศรษฐกิจยังคงแข็งแกร่ง GDP เติบโตอยู่ในระดับที่สูงกว่า 5.5% (2021-2024) ซึ่ง สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกเกือบ 2%
“ด้วย ‘Jitta Market Prediction’ โดยข้อมูลล่าสุด (11 ก.ค. 25) พบว่า ‘ตลาดหุ้นสหรัฐ’ มีอัตราส่วนหุ้นถูกต่อหุ้นแพงลดลงมาอยู่ที่ 0.61 เท่า จากสิ้นปีก่อนที่มี 0.72 เท่า สะท้อนว่าตลาดหุ้นสหรัฐเวลานี้อาจจะแพงไปแล้ว เมื่อเทียบกับ ‘ตลาดหุ้นจีน’ ที่มีอัตราส่วนหุ้นถูกต่อหุ้นแพงเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15.6 เท่าจากสิ้นปีก่อนที่มีเพียง 9 เท่า”
“หุ้นเทคฯ จีน” น่าสนใจ ถูกว่า “หุ้นเทคฯ สหรัฐ”...กำไรเติบโตดี-Upside เปิด
เช่นเดียวกับ “ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์” กรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี ที่มองว่า ปัจจุบันเป็นโอกาสลงทุน “หุ้นเทคฯ จีน” ทั้งตลาด ‘A-Share’ และ ‘H-Share’ ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจเกี่ยวข้อง “ปัญญาประดิษฐ์” (AI: Artificial Intelligence) ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงในระยะยาว ขณะที่ระดับ Valuation ไม่แพง เมื่อเทียบหุ้นในดัชนี Nasdaq 100 เป็นโอกาสเข้าลงทุนในหุ้น “China Technology” ที่มีสัญญาณฟื้นตัว และอัตรากำไรมีแนวโน้มเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง การกระจายการลงทุนครบวงจรในอุตสาหกรรม AI ของจีน ทั้งเซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านดาต้าเซ็นเตอร์ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ในซอฟต์แวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ ที่สำคัญมูลค่ายังอยู่ในระดับที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับการเติบโตในระยะยาว
(ธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์)“ประเทศจีนกำลังผลักดันการเติบโตของ AI อย่างจริงจัง โดยในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทาง ‘สี จิ้นผิง’ ประธานธิบดีจีน ได้ประชุมร่วมกับผู้นำภาคเอกชน เช่น Alibaba, BYD, Huawei, CATL, Xiaomi, Tencent, Meituan รวมถึง DeepSeek ในเดือน ก.พ. 25 ที่ผ่านมา เป็นสัญญาณฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคเอกชนจีนในการลงทุน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะเดียวกันบริษัท DeepSeek ได้พัฒนา Large Language Model (LLM) ที่มีประสิทธิภาพสูงในต้นทุนที่ต่ำกว่า ChatGPT และ Claude ซึ่งสะท้อนถึงความก้าวหน้าของจีนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และแนวโน้มการพึ่งพาตนเองทางเทคโนโลยีในอนาคต ด้วยมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีจีนในปัจจุบันที่ยังอยู่ในระดับที่น่าลงทุน ประกอบกับแนวโน้มกำไรของภาคเทคโนโลยีจีนที่กำลังฟื้นตัว จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ที่ยังมี Upside”
แม้ตลาดการลงทุนยังคงผันผวนรอความชัดเจนเรื่อง “ภาษี Trump” แต่ทุกวิกฤติ ย่อมีโอกาสการลงทุนอยู่เสมอ อย่าปล่อยให้ความกลัวทำให้คุณพลาดโอกาสลงทุนที่ดีไป ด้วยกลยุทธ์ “Core&Satellite” จะช่วยให้คุณสามารถลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมมองหาโอกาสลงทุนในตลาดที่มีศักยภาพอย่าง “หุ้นจีน” ที่ราคาถูกกว่า “หุ้นสหรัฐ” โดยเปรียบเทียบ ที่สำคัญยังมีศักยภาพในการเติบโตที่โดดเด่นอีกด้วย
