“สิงหา-ปีมะเส็ง” กระจายลงทุนใน 2 “ตลาดพัฒนาแล้ว”... “หุ้นสหรัฐ-ยุโรป” ตลาดที่ไม่อาจละเลย - ตอบโจทย์ความมั่งคั่งระยะยาว !!!
ลายแทงกองทุน: การลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกนั้น “หุ้นสหรัฐ” และ “หุ้นยุโรป” ถือเป็น 2 ตลาดหุ้น “ตลาดพัฒนาแล้ว” (Developed Market) ที่ไม่อาจละเลย เพราะมีน้ำหนักในตลาดหุ้นโลกมากกว่าครึ่ง
ปีนี้ “หุ้นสหรัฐ” ก็ยังเดินหน้าทำ “จุดสูงสุดใหม่” (All Time High) เป็นว่าเล่น ปีนี้ดัชนี “S&P500” ก็บวกมาแล้ว +8% หลังโอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะถดถอยน้อยลงเมื่อ “ภาษี Trump” มีความชัดเจน
เช่นเดียวกับ “หุ้นยุโรป” (Euro Stoxx600) ที่ปีนี้ก็บวกมาแล้ว +7% โดยได้รับแรงหนุนจากดอกเบี้ยขาลง
ในแง่มูลค่า “S&P500” ถือว่าอยู่โซน “แพง” มี Forward 12M P/E ที่ 22.87 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 19.26 เท่า แต่คาดกำไรบจ.ยังโตได้ +13.20% ส่วน “EURO Stoxx600” นั้น “ไม่แพง” มี Forward 12M P/E ที่ 14.80 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 14.78 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ยังโตได้ +11.20% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 1 ส.ค. 25)
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จึงได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” สิงหา-ปีมะเส็ง กับ 2 ตลาดหุ้นพัฒนาแล้วที่น่าสนใจ “หุ้นสหรัฐ” และ “หุ้นยุโรป” มาฝากกัน
“SCBUSAA” ลุย "หุ้นสหรัฐ" ดาวเด่นเติบโตสูง
มาเริ่มกันที่ “SCBUSAA: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นยูเอส แอคทีฟ ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ที่เน้นลงทุน "หุ้นสหรัฐ” ที่มีการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ผ่านกองทุนหลัก ‘Morgan Stanley Investment Funds - US Growth Fund, Class Z Accumulation’ ในสกุลเงิน USD ที่บริหารจัดการโดย Morgan Stanley Investment Management

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 25) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Information Technology 46.50%
-
Consumer Discretionary 21.06%
-
Financials 9.38%
-
Industrials 6.95%
-
Communication Services 6.89%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 5 ตัวแรก ได้แก่ 1) Cloudflare Inc 9.77%, 2) Tesla Inc 6.49%, 3) MicroStrategy Inc 6.45%, 4) Affirm Holdings Inc 6.38% และ 5) Roblox Corp 5.43% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘SCBUSAA’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -69.56%
"ES-EG-A” เฟ้น "หุ้นยุโรป" เปี่ยมศักยภาพการเติบโต
สลับมาที่ “ES-EG-A: กองทุนเปิดอีสท์สปริง European Growth (ชนิดสะสมมูลค่า)” ของบลจ.อีสท์สปริง ที่เน้นกระจายลงทุน "หุ้นยุโรป" ที่จดทะเบียนในกลุ่มประเทศยุโรป ผ่านกองทุนหลัก ‘Wellington Strategic European Equity Fund’ ที่บริหารจัดการโดย Wellington Management International Ltd.

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 25) มีการลงทุนใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Industrials 31.2%
-
Financials 21.3%
-
Consumer Staples 13.9%
-
Health Care 11.2%
-
Materials 6.8%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) British-Amer Tobacco 5.0%, 2) AIB Group PLC 3.6%, 3) Smiths Group PLC 3.5%, 4) Haleon PLC 3.1% และ 5) Unilever PLC 3.1% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ES-EG-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -17.98%
"MEGA10-A” คัดเน้นๆ "10 หุ้น" ในสหรัฐ ที่ทรงอิทธิพลสุดในโลก
ถัดมาเป็น “MEGA10-A: กองทุนเปิด MEGA 10 ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.ทาลิส ที่เน้นลงทุนใน “หุ้น” ของบริษัทต่างๆ ทั่วโลกที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐ (NYSE, NASDAQ) ซึ่งเป็นบริษัทที่เน้นความเป็นผู้นำในด้านตราสินค้า (Brand Value) จากการจัดอันดับโดยสถาบันจัดอันดับตราสินค้า (Brand) ระดับสากล และคัดเลือกจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) และที่มีสภาพคล่องสูงสุด 10 บริษัทแรก
โดยลงทุนตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกหลักทรัพย์และการบริหารจัดการที่กำหนด (Rules based Approach) โดยมุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวสูงกว่าดัชนีชี้วัดในระยะยาว

สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 25) มีการลงทุนใน 4 กลุ่มอุตสาหกรรมมากสุด ประกอบด้วย
-
Information Technology 39.06%
-
Financials 28.60%
-
Communication Services 19.62%
-
Consumer Discretionary 9.77%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) NVIDIA CORP 10.12%, 2) META PLATFORMS INC-CLASS A 9.82%, 3) ALPHABET INC-CL A 9.80%, 4) AMAZON.COM INC 9.77% และ 5) JPMORGAN CHASE & CO 9.76% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘MEGA10-A’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -22.10%
"EHD” ลุย "หุ้นยุโรป" ปันผลเด่น ตอบโจทย์ความมั่งคั่ง
ปิดท้ายกันด้วย “EHD: กองทุนเปิด ยูโร ไฮดิวิเดนด์” ของบลจ.ยูโอบี ที่เน้นลงทุนใน “หุ้นยุโรป" ที่จ่ายปันผลสูง สม่ำเสมอในระยะยาว ผ่านกองทุนหลัก ‘Goldman Sachs Eurozone Equity Income’ ที่บริหารจัดการโดย Goldman Sachs Asset Management B.V.

สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 มิ.ย. 25) พบว่า 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย
-
Financials 29.15%
-
Industrials 22.26%
-
Information Technology 14.29%
-
Consumer Discretionary 6.91%
-
Utilities 6.55%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) SIEMENS N AG 6.47%, 2) SAP 5.21%, 3) ING GROEP NV 4.25%, 4) DEUTSCHE BOERSE AG 3.97% และ 5) SANOFI SA 3.67% ตามลำดับ”
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘EHD’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -19.45%
สำหรับใครที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนใน “หุ้นตลาดพัฒนาแล้ว” (Developed Market) ที่มีน้ำหนักใน “ตลาดหุ้นโลก” เกินกว่าครึ่งนั้น “หุ้นสหรัฐ” และ “หุ้นยุโรป” ก็เป็นอีก 2 ตลาดที่ไม่สามารถละเลยได้ แม้ภาพเศรษฐกิจอาจโตไม่หวือหวา แต่ภาพรวมตลาดหุ้นยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะยาวที่ดีให้กับนักลงทุนได้เช่นกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
