ส่องผลงานกองทุนทองคำ หลังราคาทองคำร่วงในรอบ2เดือน
“ทองคำ” สินทรัพย์การลงทุนทางเลือกที่มีความปลอดภัยสูงและมีความผันผวนในด้านราคาที่ค่อนข้างน้อย ทำให้เป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมจากนักลงทุนหลายต่อหลายคน
แต่จากเหตุการณ์ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ได้มีประเด็นอย่างการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาด ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับลดนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดของธนาคารกลางสหรัฐ
จนทำให้ราคาทองคำในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการปรับตัวลดลงจนหลุดแนวรับสำคัญที่ 1,710 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงสูงสุดในรอบ 2 เดือน
ด้วยเหตุนี้ทาง Wealthy Thai จึงอยากขอโอกาสในการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับผลการดำเนินงานของกองทุนทองคำตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันมาแชร์ให้แก่ผู้อ่านและผู้ที่สนใจกันในครั้งนี้
โดยผลการดำเนินงานโดยรวมของกองทุนทองคำทั้ง 49 กองทุน ได้มีทั้งด้านที่เป็นบวกและลบเพียงแต่กองทุนที่มีผลการดำเนินงานเป็นบวกจะมีสัดส่วนที่น้อยกว่ามากนักหรือมีเพียง 12 กองเท่านั้น ซึ่งตัวเลขที่เป็นบวกจะมีตั้งแต่ 3.38 – 0.55% โดยตัวเลขที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนของแต่ละกองทุน

สำหรับกองทุนที่มีผลการดำเนินงานสูงที่สุดในกลุ่มมีชื่อว่า กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์) หรือ SCBGOLDE จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด ที่มีนโยบายสร้างผลตอบแทนตามความเคลื่อนไหวของราคาทองคำแท่งที่เปิดเผยไว้อย่างแพร่หลาย โดยหน่วยงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมผู้ค้าทองคำในประเทศไทยหรือในระดับสากล
ขณะเดียวกันกองทุนจะสร้างผลตอบแทนโดยอ้อมผ่านการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟทองคำต่างประเทศ คือ SPDR Gold Trust ซึ่งกองทุนดังกล่าวจัดตั้งและจัดการโดย World Gold Trust Services, LLC ที่ถือหุ้นโดย World Gold Council (WGC)
อันดับถัดมาเป็นกองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์ฟันด์ หรือ BGOLD จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บัวหลวง จำกัด ที่มีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
โดยนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักนั้น จะเป็นมุ่งเน้นการลงทุนในทองคำแท่งเป็นหลักเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนหลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการจัดการทั้งหมดของกองทุน ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำ
อันดับ 3 เป็นกองทุนเดียวกันกับอันดับแรกหรือในชื่อกองทุนที่ว่า กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ หรือ SCBGOLD จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนไทยพาณิชย์ จำกัด โดยนโยบายด้านต่างๆจะเป็นแบบเดียวกันแต่จะแตกต่างกันชนิดของกองทุนที่ SCBGOLDE นั้นจะเป็นการซื้อขายในช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
อันดับ 4 เป็นกองทุนจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน บัวหลวง จำกัด ในชื่อกองทุนเปิดบัวหลวงโกลด์เพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ (BGOLDRMF) ซึ่งมีกองทุนที่มีนโยบายลงทุนแบบเดียวกันกับ BGOLD ก่อนหน้านี้ เพียงแต่ว่า BGOLDRMF จะเป็นกองทุนเพื่อการเลี้ยงชีพที่ผู้ลงทุนจะได้รับรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเมื่อลงทุนตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร
สุดท้ายกองทุนเปิดธนชาตทองคำแท่ง-UH หรือ TGOLDBULLION-UH จากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ธนชาต จำกัด ที่มีนโยบายการลงทุนโดยตรงในทองคำแท่ง (Physical gold หรือ Gold bullion) ในต่างประเทศเป็นหลัก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน
โดยทองคำแท่งที่กองทุนลงทุน เป็นทองคำแท่งที่มีมาตรฐานและผ่านการรับรองจากหน่วยงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมผู้ค้าทองคำในระดับสากล ทั้งนี้การรับรองดังกล่าวอาจเป็นการรับรองที่ทองคำแท่งหรือที่ผู้ผลิตทองคำแท่งก็ได้ ซึ่งในเบื้องต้นกองทุนจะลงทุนในทองคำที่ผลิตโดยผู้ผลิตที่ผ่านการรับรอง (acceptable refiners) จาก London Bullion Market Association (LBMA)
