“หุ้นไทย” ไร้เสน่ห์ ไม่เติบโต เป็น “Lost Decade” 10 ปี ผลตอบแทนติดลบ -0.57% ต่อปี... กดผลงาน “RMF-หุ้นไทย” ไม่ไปไหน เฉลี่ย +0.61% ต่อปี พบกองทุน 35% ผลงานยังคง “ติดลบ” !!!
สาระ Fund วันละนิด: รู้หรือไม่?...ช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา “หุ้นไทย” (SET Index) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยติดลบ -0.57% ต่อปี
ส่วน “SET TRI” เมื่อรวมเงินปันผลด้วยเฉลี่ย +2.66% ต่อปี (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 25)
เรียกว่าเป็น “Lost Decade” เป็นทศวรรษที่สูญเปล่าของตลาดหุ้นไทยและนักลงทุนที่ลงทุนระยะยาวในตลาดหุ้นไทยอย่างแท้จริง
สะท้อนผ่านผลงานของกลุ่ม “กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ที่มีนโยบายลงทุนใน “หุ้นไทย” (RMF-หุ้นไทย) ที่ไม่ไปไหนไกล ผลตอบแทนช่วง 10 ปี ต่ำเตี้ยติดดินเฉลี่ย +0.61% ต่อปี เท่านั้น !!!
ที่สำคัญ...มี “RMF-หุ้นไทย” ถึง 35% ที่ผลตอบแทนยังคง “ติดลบ” อีกด้วย เรียกว่า...ลงทุนผลตอบแทนไม่งอกเงย เงินต้นยังหดหายไปอีก
อย่างไรก็ตาม Top5 “RMF-หุ้นไทย” ที่เน้น “หุ้นปันผลสูง” นั้น ยังโชว์ผลตอบแทนให้ชื่นใจได้บ้างเฉลี่ย +4.06% ต่อปี และ “หุ้นปันผลสูง” ยังน่าจะเป็นทางรอดในทศวรรษข้างหน้าของการลงทุนใน “ตลาดหุ้นไทย” ด้วยเช่นกัน (ที่มา: morningstarthailand.com, ณ วันที่ 30 ก.ย. 25)
สำหรับ 5 “RMF-หุ้นไทย” ที่มีผลงานช่วง 10 ปี “ดีสุด-แย่สุด” มีกองทุนอะไรบ้างนั้น ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ สรุปมาให้แล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย

5 “RMF-หุ้นไทย” โชว์ผลตอบแทน 10 ปี “สุดปัง” เฉลี่ย +4.06% ต่อปี...“THDRMF-A” แชมป์ผลตอบแทนสูงสุด +7.51% ต่อปี
จากการสำรวจผลงานของ “RMF-หุ้นไทย” ช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา (ณ วันที่ 30 ก.ย. 25) พบว่า มีกองทุนทั้งหมด 37 กอง ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย +0.61% ต่อปี (ดีสุด +7.51% ต่อปี, แย่สุด -4.08% ต่อปี) โดยมีกองทุน 24 กอง คิดเป็น 65% ที่ผลตอบแทนเป็น “บวก” ส่วนที่เหลือ 13 กอง คิดเป็น 35% ผลตอบแทนยังคง “ติดลบ” อยู่
สำหรับ “RMF-หุ้นไทย” ที่มีผลงานช่วง 10 ปี ดีสุด 5 อันดับแรก (ไม่นับชนิดหน่วยลงทุนของกองทุนเดียวกัน) นั้น เป็นกองทุนสไตล์ “Income Fund” เน้น “หุ้นปันผล” 2 กอง และ “กองทุนรวมที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (ไทย+ต่างประเทศ)” อีก 2 กอง ที่เหลืออีก 1 กองเป็นหุ้นทั่วไป โดยทำผลตอบแทนรวมกันเฉลี่ยสูงถึง +4.06% ต่อปี นำมาโดย
1) “THDRMF-A: กองทุนเปิด ทิสโก้ ไฮ ดิวิเดนด์ หุ้นทุน เพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป” ของบลจ.ทิสโก้ +7.51% ต่อปี
2) “KT-HiDiv RMF: กองทุนเปิดกรุงไทย หุ้นไฮดิวิเดนด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.กรุงไทย +3.68% ต่อปี
3) “PRINCIPAL iPROPRMF: กองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัมเพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.พรินซิเพิล +3.61% ต่อปี
4) “ES-PIPFRMF: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Property and Infrastructure Income Plus Flexible เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.พรินซิเพิล+3.09% ต่อปี
5) “TEGRMF-B: กองทุนเปิด ทิสโก้หุ้นทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ ชนิดหน่วยลงทุน B” ของบลจ.ทิสโก้ +2.42% ต่อปี

5 “RMF-หุ้นไทย” ผลงาน 10 ปี “สุดแป๊ก” ติดลบเฉลี่ย -2.79% ต่อปี...“B-SM-RMF” ดิ่งหนักสุดติดลบ -4.08% ต่อปี
ส่วน 5 “RMF-หุ้นไทย” ที่อยู่ท้ายตารางนั้น ผลตอบแทนช่วง 10 ปี ยังติดลบเฉลี่ย +2.79% ต่อปี เป็นกองทุนที่เน้นหุ้นใหญ่ 4 กองและหุ้นขนาดกลาง-เล็ก 1 กอง ได้แก่
1) “B-SM-RMF: กองทุนเปิดบัวหลวง Small-Mid Cap เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.บัวหลวง -4.08% ต่อปี
2) “X-EQRMF: กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.เอ็กซ์สปริง -3.23% ต่อปี
3) “BBASICRMF: กองทุนเปิดบัวหลวงปัจจัย 4 เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.บัวหลวง -2.50% ต่อปี
4) “ABSC-RMF: กองทุนเปิด อเบอร์ดีน สมาร์ทแคปปิตอลเพื่อการเลี้ยง” ของบลจ.อเบอร์ดีน -2.09% ต่อปี
5) “BERMF: กองทุนเปิดบัวหลวงตราสารทุนเพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.บัวหลวง -2.05% ต่อปี
สำหรับใครที่มองหาโอกาสการลงทุนเพื่อ “เซฟภาษี” ที่ตอบโจทย์การสร้างความมั่งคั่งระยะยาวสู่เป้าหมายเกษียณใน “หุ้นไทย” นั่น กลุ่ม “RMF-หุ้นไทย” ที่เน้น “หุ้นปันผลสูง” น่าจะเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี เพราะ “ตลาดหุ้นไทย” เองยังคงโดดเด่นในเรื่อง “เงินปันผล” อยู่นั่นเอง ที่สำคัญยังลดหย่อนภาษีได้ 30% ของเงินได้พึ่งประเมิน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท (นับรวมกองทุนเพื่อเกษียณอื่นๆ) อีกด้วย
ผลการดำเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน
