รู้จักกับ “Qualified PVD”...กองทุนทางเลือกภายใต้ “กบช.” !!!
“กองทุนบำเหน็จบำนาญแห่งชาติ (กบช.)” เสาหลัก “การออมภาคบังคับ” ในส่วนของแรงงานในระบบที่ยังหายไปจากระบบการออมของประเทศไทยนั้น
จะเกิดขึ้นได้หรือไม่นั้น ยังคงต้องตามลุ้นกันต่อไป จนกว่าจะผ่าน “กฎหมาย” ออกมาบังคับใช้นั่นแหละ แต่ก็ถือว่าเป็นการเดินทางที่ไกลสุดแล้วในครั้งนี้
แต่กระบวนการสร้างความเข้าใจและเตรียมการก็ยังคงเดินหน้าควบคู่กันไปในแบบ “คู่ขนาน”
โดย “กบช.” นอกจากรูปแบบปกติแล้ว ยังมีทางเลือกที่สามารถทำได้ผ่าน “Qualified PVD” หรือ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ-ที่มีคุณสมบัติไม่ด้อยไปกว่ากบช.” นั่นเอง
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthythai’ มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก “สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)” มาอัพเดทให้ฟังกัน
“Qualified PVD”…อีกทางเลือกของ “การออมภาคบังคับ”
ก่อนหน้านั้น บลจ.ที่ประกอบธุรกิจ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” เคยกังวลว่า การที่กบช. จะให้บลจ.อย่างน้อย 3 รายบริหารนั้น จะเหมือนเป็นการล็อกสเป็คให้กับบลจ.บางแห่ง บางรายเท่านั้น น่าจะเปิดให้สมาชิกกบช.ได้มีโอกาสเลือกลงทุนได้อย่างอิสระเหมือนในต่างประเทศ
“แต่ดูจากแนวทางของกบช.ล่าสุด ที่เปิดให้มีทางเลือกของ ‘Qualified PVD’ ซึ่งเป็นกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีการปรับปรุงให้มีกฎเกณฑ์ไม่ด้อยไปกว่ากบช.แล้ว ก็น่าจะทำให้บลจ.ที่ประกอบการอยู่ทั้ง 16 แห่งในปัจจุบัน มีทางเลือกเพิ่มขึ้น ขึ้นกับว่าจะสามารถทำความเข้าใจกับบริษัทที่เป็นลูกค้าของตัวเองได้มากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง แต่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการในปัจจุบัน”
โดย “ณัฐญา นิยมานุสร” ผู้ช่วยเลขาธิการ สายธุรกิจจัดการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) บอกว่า กบช. เป็น “การออมภาคบังคับ” ที่มาช่วยตอบโจทย์ลูกจ้างภาคเอกชนที่ไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้มีเงินออมก้อนหนึ่งไว้ใช้ยามเกษียณ อย่างไรก็ตามใช่ว่าลูกจ้างทุกคนจะต้องสมัครเป็นสมาชิก กบช. เพราะจะมีการเปิดทางเลือกไว้ว่าลูกจ้างสามารถเลือกเป็นสมาชิกของ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่มีคุณสมบัติตามที่ กบช. กำหนด (Qualified PVD)” ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิก กบช.

(ณัฐญา นิยมานุสร)
“นั่นหมายความว่าหากลูกจ้างทำงานกับนายจ้างที่มี Qualified PVD ก็จะสามารถเลือกออมได้ 2 ช่องทางไม่ว่าจะเป็นสมาชิก ‘กบช.’ หรือ ‘Qualified PVD’ อย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออาจเป็นสมาชิกทั้ง 2 กองทุนเลยก็ได้”
ความต่างระหว่าง “กบช.” และ “Qualified PVD”
สำหรับ “กบช.” และ “Qualified PVD” มีความแตกต่างในด้านการบริหารจัดการเงินกองทุนและการกำหนดบทลงโทษ ในส่วนของ กบช. จะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการ กบช. มาทำหน้าที่เป็นผู้เลือกนโยบายการลงทุน และคัดเลือกบริษัทจัดการอย่างน้อย 3 ราย มาบริหารเงิน โดยที่นายจ้างแค่นำส่งเงินเข้ากองทุน
“ขณะที่นายจ้างที่มี Qualified PVD จะมีคณะกรรมการกองทุนซึ่งประกอบด้วยผู้แทนของนายจ้างและลูกจ้างของแต่ละแห่ง เป็นผู้เลือกนโยบายการลงทุนและเลือกใช้บริการจากบริษัทจัดการรายใดรายหนึ่งหรือหลายรายก็ได้จากปัจจุบันที่มีให้บริการ 16 แห่ง เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะและความต้องการของลูกจ้างส่วนใหญ่ โดยลูกจ้างที่เป็น สมาชิกจะสามารถเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับตนต่อไป”

อยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไข “กม.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”...ให้ทัน “กม.กบช.” บังคับใช้
เพื่อให้มี ‘Qualified PVD’ เป็นอีกทางเลือกสำหรับลูกจ้าง ทางสำนักงานก.ล.ต. จึงอยู่ระหว่างปรับปรุงแก้ไข “กฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” เพื่อให้มีผลใช้บังคับในเวลาเดียวกับ “กฎหมาย กบช.” เพื่อเปิดทางให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถเป็นกองทุนหนึ่งภายใต้ กบช. ตามคุณสมบัติที่กำหนด เช่น เปิดให้จ่ายเงินสมทบในอัตราไม่ต่ำกว่า กบช. กำหนดให้ลูกจ้างเป็นสมาชิกโดยอัตโนมัติเมื่อมีการตั้งกองทุน (auto enrollment) และกำหนดให้สมาชิกลงทุนในนโยบายสมดุลตามอายุ (life path) โดยอัตโนมัติในกรณีที่ไม่สะดวกเลือกนโยบายการลงทุนเอง เป็นต้น
“ถึงแม้จะมี ‘Qualified PVD’ ลูกจ้างก็ยังสามารถเป็นสมาชิก ‘กองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคสมัครใจ’เพิ่มเติมได้อีก หากนายจ้างมีสวัสดิการดังกล่าวให้”
โดยในระหว่างที่กฎหมายยังไม่มีผลใช้บังคับ นายจ้างและลูกจ้างอาจใช้เวลานี้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ‘กบช.’ และ ‘Qualified PVD’ เพื่อให้มีข้อมูลเพียงพอและมีเวลาในการตัดสินใจว่าการออมภาคบังคับแบบใดที่เหมาะสมและตรงกับความต้องการของตนอย่างแท้จริง เพื่อเป็นหลักประกันรองรับการเกษียณอายุเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกจ้างในอนาคต
ทำอย่างไรเมื่อเข้าสู่ระบบ “การออมภาคบังคับ”
“ระบบการออมภาคบังคับ” ทำให้นายจ้างทุกรายสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการเก็บออมเงินให้แก่ลูกจ้างของตนเองไว้ใช้ในวัยเกษียณ นายจ้างที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้วสามารถปรับคุณสมบัติของกองทุนให้เป็น ‘Qualified PVD’ ได้ หากเห็นว่าการบริหารจัดการกองทุนและการเลือกนโยบายการลงทุนมีความคล่องตัว และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกจ้างส่วนใหญ่ได้มากกว่า
“แต่หากนายจ้างไม่ปรับให้เป็น Qualified PVD จะส่งผลให้ลูกจ้างทั้งหมดต้องเข้า กบช. ซึ่งนายจ้างมีหน้าที่เพียงนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้า กบช. โดยนายจ้างอาจจัดตั้งหรือยังคงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพภาคสมัครใจให้แก่ลูกจ้างหรือไม่ก็ได้”

สำหรับนายจ้างที่ยังไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว อาจพิจารณาจัดตั้ง ‘Qualified PVD’ เพื่อให้ลูกจ้างมีทางเลือกในการเข้าระบบ “การออมภาคบังคับ” ได้ โดยหากนายจ้างไม่จัดตั้ง ‘Qualified PVD’ ลูกจ้างทั้งหมดก็จะต้องเป็นสมาชิก กบช. เพื่อเข้าระบบการออมภาคบังคับ ซึ่งนายจ้างมีหน้าที่เพียงนำส่งเงินสะสมและเงินสมทบเข้า กบช.
“ส่วนลูกจ้างบางรายอาจคิดว่าตนเองยังไม่มีความพร้อมที่จะเก็บออม เพราะมีรายได้ไม่เพียงพอ ซึ่งภาครัฐได้ตระหนักถึงประเด็นนี้ และไม่มองข้ามที่จะทำให้ลูกจ้างมีเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณ จึงได้กำหนดว่าลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างน้อยกว่า 10,000 บาทต่อเดือน ไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนโดยให้นายจ้างส่งเงินในส่วนของนายจ้างฝ่ายเดียว”
สำหรับ “ระบบการออมภาคบังคับ” จะช่วยให้ลูกจ้างมีวินัยในการเก็บออม เพราะ ‘นายจ้าง’ จะหักเงินเดือนของ ‘ลูกจ้าง’ ทุกเดือนและนำส่งเงินเข้ากองทุนที่ลูกจ้างได้เลือกไว้ ซึ่งไม่ว่าลูกจ้างจะเลือกเป็นสมาชิก “กบช.” หรือ “Qualified PVD” ก็จะมีนายจ้างช่วยเก็บออมให้อีกส่วนหนึ่งด้วย เพื่อให้ลูกจ้างมีเงินเก็บออมไว้ใช้ในยามเกษียณอายุอย่างเพียงพอนั่นเอง
