Official Update :

“BLUEBELL” เปิดโพย “Tax Fund” เด่น ทั้ง “แบบพอร์ต-รายกอง”... รับโอกาสลงทุน “ลดหย่อนภาษี” โค้งสุดท้ายปี 2025 !!!

โดย: บล.บลูเบลล์ (BLUEBELL)


รู้หรือไม่
?...“เงินภาษีที่คุณประหยัดได้” ก็คือ “เงินที่เพิ่มขึ้นในกระเป๋าของคุณเอง”


ในช่วงโค้งสุดท้ายของทุกปีถือเป็นเทศกาลลงทุนเพื่อ “ลดหย่อนภาษี” อีกครั้ง และกลุ่ม “กองทุนประหยัดภาษี” (Tax Fund) ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือการลงทุนที่ช่วยคุณ “บริหารภาษี” ได้เป็นอย่างดี


คุ้มค่าถึง 3 ต่อ เลยทีเดียว “ต่อที่1” ช่วยลดหย่อนภาษี ทำให้เสียภาษีลดลง “ต่อที่2” ได้รับเงินภาษีคืน เท่ากับฐานภาษีของตัวเอง และ “ต่อที่3” โอกาสสร้างความมั่งคั่งระยะยาว จากเงินลงทุนที่มีโอกาสเพิ่มค่าขึ้นในอนาคต


จึงไม่น่าแปลกใจว่า...Tax Fund” จึงเป็นทางเลือกแรกที่ใครที่มีภาระภาษีต้องเสียควรจะนึกถึงเมื่อลงทุนนั่นเอง


ปีนี้ ก็ยังคงใช้ประโยชน์ทางภาษีผ่าน 2 กองทุนหลัก ได้แก่


“กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ” (RMF) ลงทุนเพื่อประโยชน์ทางภาษีได้ “ไม่เกิน 30%” ของรายได้ต่อปี สูงสุด “ไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี” (นับรวมการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ เช่น PVD, กบข., กองทุนการออมแห่งชาติ รวมถึงประกันบำนาญ)


“กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน” (ThaiESG) ลงทุนเพื่อประโยชน์ทางภาษีได้ “ไม่เกิน 30%” ของรายได้ต่อปี สูงสุด “ไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี”


อย่างไรก็ตาม Tax Fund” ก็มีให้เลือกมากมายหลายหลาก จะเลือกกองทุนไหนดีล่ะ?


ปัญหานี้จะหมดไปเพราะทาง “บล.บลูเบลล์” (BLUEBELL) ได้คัดเน้นๆ Tax Fund” เด่น ทั้ง “แบบพอร์ต-รายกอง” รับโอกาสลงทุน “ลดหย่อนภาษี” โค้งสุดท้ายปี 2025 ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ตามไปดูพร้อมๆ กันได้เลย


BLUEBELL” แนะ “พอร์ต RMF” 3 แบบ 3 ไสตล์...จัดพอร์ตอย่างมืออาชีพ “เซฟภาษี” อย่างมั่นใจ

กุญแจสู่ความสำเร็จในเรื่องของการลงทุน คือ “การจัดสรรเงินลงทุน” (Asset Allocation) ซึ่งมีผลต่อผลตอบแทนจากการลงทุนมากกว่า 90% เลยทีเดียว ด้วยแนวคิดการกระจายการลงทุนไปในสินทรัพย์ที่มีความหลากหลายทั้งประเภทสินทรัพย์ทั้งหุ้น, ตราสารหนี้ เป็นต้น ในสินทรัพย์ประเภทเดียวกันก็ยังต้องมีการกระจายความเสี่ยงเช่นเดียวกัน


ในทางปฏิบัติจึงมีความยุ่งยากไม่น้อยสำหรับนักลงทุนทั่วไปที่ไม่ใช่มืออาชีพอย่างนักลงทุนสถาบัน ในการจะจัดพอร์ตลงทุน เพื่อแก้ปัญหาจุดนี้ BLUEBELL” ได้พัฒนาแนวคิด RMF Portfolio Modelคือการจัดพอร์ต RMF ตามระดับความเสี่ยงและเป้าหมายทางการเงิน โดยกำหนดสัดส่วนตราสารทุนและตราสารหนี้ที่เหมาะสมไว้ล่วงหน้า แล้วเลือกกองทุน RMF คุณภาพเข้ามาประกอบเป็นชุดพอร์ตให้นักลงทุน ซึ่งได้คัดกองทุน RMF ที่ใช้เป็น Universe เอาไว้ ประกอบด้วย “กองทุนตราสารหนี้” (KKP INRMF, UGISRMF) และ “กองทุนหุ้น” (KKP GNP RMF-H, SCBRMS&P500, KKP TECH RMF-H, ES-ASIARMF) แล้วจัดออกมาเป็นพอร์ต RMF 3 แบบ 3 สไตล์ ได้แก่


1) BLUE Basic RMF (ตราสารหนี้ 75% และหุ้น 25%)

เหมาะกับผู้ที่ “รับความเสี่ยงได้ต่ำ” ต้องการรักษาเงินต้น และต้องการเสถียรภาพของเงินลงทุนเป็นหลัก

ผลตอบแทนคาดหวัง: 4 – 6% ต่อปี


2) BLUE Balance RMF (หุ้น 55% และตราสารหนี้ 45%)

เหมาะกับผู้ที่ยอม “รับความเสี่ยงระดับปานกลาง” ต้องการทั้งโอกาสเติบโตจากตลาดหุ้นและสมดุลจากตราสารหนี้

ผลตอบแทนคาดหวัง: 6 – 8% ต่อปี


3) BLUE Beyond RMF (หุ้น 85% และตราสารหนี้ 15%)

เหมาะกับผู้ที่ยอม “รับความเสี่ยงได้สูง” ต้องการให้พอร์ตลงทุนมีศักยภาพ สามารถมีโอกาสผลตอบแทนระยะยาวในระดับสูง และยอมรับความผันผวนได้

ผลตอบแทนคาดหวัง: 9 – 12% ต่อปี



“BLUEBELL” คัดเน้นๆ “RMF” 15 ธีมเด่น & 2 “Thai ESG” ปี 2025...“ช่วยเซฟภาษี-เพิ่มโอกาสผลตอบแทน”

โอกาสการลงทุนที่ดีมีอยู่ทั่วโลก ซึ่งแต่ละสินทรัพย์ก็มีโอกาสและความเสี่ยงที่แตกต่างกันออกไป การจัดการกับความเสี่ยงที่ดีที่สุด คือ การกระจายความเสี่ยงในสินทรัพย์ต่างๆ อย่างเหมาะสม ซึ่งนักลงทุนแต่ละคนก็มีความเชื่อ มุมมองเศรษฐกิจ และระดับในการรับความเสี่ยงที่ต่างกันออกไป


ทาง BLUEBELL” จึงได้คัดเน้นๆ RMF” 15 ธีมเด่นที่ครอบคลุมสินทรัพย์ต่างๆ ทั่วโลก และ 2 “Thai ESG” ที่น่าสนใจ เพื่อให้นักลงทุนสามารถเลือกตอบโจทย์ให้เหมาะสมกับสไตล์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเน้นความมั่นคง หรือเน้นการเติบโต หรือจะจัดสรรการลงทุน (Asset Allocation) ของตัวเองก็ได้เช่นกัน ประกอบด้วย


กลุ่ม “กองทุนตราสารหนี้”

1) ตราสารหนี้ระยะสั้น: เน้นความมั่นคงปลอดภัย ผันผวนน้อย ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก ได้แก่ KKP-MMRMF


2) ตราสารหนี้ระยะกลาง-ยาว: เพิ่มโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีขึ้นจากราคาตราสารหนี้ที่เพิ่มขึ้นในช่วง “ดอกเบี้ยขาลง” มีให้เลือกทั้งกองตราสารหนี้ในประเทศ ได้แก่ KKP INRMF และกองตราสารหนี้ต่างประเทศ UGISRMF


กลุ่ม “กองทุนหุ้น” (แบ่งตามภูมิภาค)

3) หุ้นทั่วโลก: ที่กระจายลงทุนในหุ้นทั่วโลกในสไตล์ที่แตกต่าง ทั้งที่เน้นคุณภาพและการเติบโต ได้แก่ KKP GNP RMF-H หรือหุ้นเติบโตสูงทั่วโลก KFGGRMF และกระจายไปในหุ้นทั่วโลกเกาะผลตอบแทนไปกับตลาดหุ้นโลกอย่าง KKP PGE RMF


4) หุ้นสหรัฐ: ถือเป็นตลาดที่ใหญ่สุดในดัชนีหุ้นโลกมีความสำคัญจนยากละเลย โดยเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “S&P500” และ “Nasdaq” สไตล์ Passive Fund ได้แก่ SCBRMS&P500 และ SCBRMNDQ หรือจะลงทุนสไตล์ Active ในหุ้นเติบโตสูงกับกองทุน KFUSRMF ก็ได้เช่นกัน


5) หุ้นยุโรป: ตลาดหุ้นพัฒนาแล้วที่สำคัญอีกตลาดของโลก ร่วมเติบโตไปกับหุ้นคุณภาพและเติบโตสูงในยุโรปกับกองทุน KFEURORMF


6) ญี่ปุ่น: ตลาดหุ้นพัฒนาแล้วฝั่งเอเชียที่กลับมาอยู่ในเรดาห์การลงทุนอีกครั้ง มีให้เลือกทั้งหุ้นขนาดใหญ่สไตล์ Active กับ SCBRMJAPAN หรือลงทุนหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี “Nikkei225” กับ SCBRMJP


7) หุ้นตลาดเกิดใหม่: หนึ่งในภูมิภาคที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก จะลงกระจายไปทั้งภูมิภาค (ไม่รวมญี่ปุ่น) กับกองทุน ES-ASIARMF หรือชอบแบบกระจายไปทั้งหมด ES-EAERMF ก็ได้


8) หุ้นจีน: ประเทศมหาอำนาจของเอเชียและโลก โดยตลาดที่โดดเด่นน่าสนใจ คือ “A-Share” มีให้เลือก 2 กอง ได้แก่ KFCHINRMF, SCBRMCHA หรือโฟกัสหุ้นชั้นนำขนาดใหญ่ 10 ตัวของจีนกับ  MEGA10CHINARMF


9) หุ้นอินเดีย: ตลาดหุ้นที่พื้นฐานแข็งแกร่งและมีการเติบโตโดดเด่นตลาดหนึ่งของโลก โดยเน้นลงทุนในหุ้นคุณภาพและเติบโตสูงกับ KFINDIARMF


10) หุ้นเวียดนาม: ดาวเด่นของโลกที่มีการเติบโตสูงและเพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นสู่ “หุ้นตลาดเกิดใหม่” ที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้เป็นอย่างดี ลงทุน “หุ้นเติบโตสูง” ไปกับ PRINCIPAL VNWQRMF


11) หุ้นไทย: แม้ดูภาพรวมนิ่งๆ แต่ยังมีโอกาสอยู่ในหุ้นไซส์กลาง-เล็กที่มีพื้นฐานแกร่งและมีศักยภาพการเติบโตกับ ASP-SMERMF


กลุ่ม “กองทุนหุ้น” (แบ่งตาม
Thematic)

12) หุ้นเทคโนโลยี: หนึ่งใน Magatrend ของโลกการลงทุน จะกระจายลงทุนหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกกับ KKP TECH RMF-H หรือชอบหุ้นเทคโนโลยีและ AI ทั่วโลกกับกองทุน KT-WTAI RMF


13) หุ้นสุขภาพและการแพทย์: ถือเป็น Megatrend อีกหนึ่งธีมที่เติบโตไปกับสังคมผู้สูงอายุทั่วโลก มีให้เลือก 2 กอง ได้แก่ KT-HEALTHC RMF และ MHEALTHRMF


14) หุ้นพลังงานสะอาด: ปัญหาโลกเดือดและวิกฤติภาวะอากาศสุดขั้ว ทำให้ “พลังงานสะอาด” ไม่ใช่แค่ทางเลือกแต่เป็นทางรอดของโลก พร้อมกับโอกาสลงทุนในหุ้นพลังงานสะอาดทั่วโลก


กลุ่ม “กองทุนสินทรัพย์ทางเลือก”

15) ทองคำ: เป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่เหมาะผสมเข้ามาในพอร์ตเพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ได้แก่ SCBGOLDHRMF


Thai ESG” ลงทุนสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้ประเทศไทย

1) “หุ้นยั่งยืน” กองทุนแนะนำ ได้แก่ K-TNZ-ThaiESG ที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยขนาดใหญ่ โดยเลือกบริษัทที่ได้คะแนนด้าน ESG อยู่ในระดับที่น่าพอใจ เหมาะกับนักลงทุนที่เชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดทุนไทย และพร้อมถือครองหุ้นไทยคุณภาพระยะยาวภายใต้กรอบความยั่งยืน


2) “ตราสารหนี้ยั่งยืน” กองทุนแนะนำ ได้แก่ KKP GB THAI ESG ที่เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยและตราสารหนี้ที่เกี่ยวข้องกับโครงการด้านความยั่งยืน (เช่น Green Bond หรือ Sustainability Bond) มีความผันผวนต่ำกว่ากองทุนหุ้น จึงตอบโจทย์นักลงทุนที่อยากใช้สิทธิ Thai ESG แต่ไม่ต้องการรับความผันผวนของหุ้นเต็มตัว


“อย่างไรก็ตาม ทาง ‘BLUEBELL’ แนะนำให้นักลงทุนลงทุนในระดับที่สอดคล้องกับศักยภาพทางการเงินของตนเอง (ลงทุนเท่าที่ไหว ไม่ฝืนกระแสเงินสดของตัวเอง) อยู่ในระดับความเสี่ยงที่สามารถยอมรับได้จริง และกำหนดให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าเงินก้อนนี้คือเงินสำหรับวัยเกษียณ ไม่ใช่เงินสำหรับการใช้จ่ายระยะสั้น ท้ายที่สุดไม่ว่าจะลงทุนใน รายกองทุน (RMF, Thai ESG) หรือการลงทุนตามพอร์ตสำเร็จรูปในรูปแบบ ‘RMF Portfolio Model’ ไม่ควรเป็นการตัดสินใจแบบเร่งด่วนปลายปี แต่ควรเป็นส่วนหนึ่งของแผนการเงินระยะยาวของแต่ละคนเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินที่นักลงทุนแต่ละคนได้วางเอาไว้นั่นเอง”


สำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาส “ลดหย่อนภาษี” แบบเซฟๆ ช่วงโค้งสุดทายปี 2025 นี้ เชื่อว่า “Tax Fund” เด่นที่คัดมาเน้นๆ ทั้ง “แบบพอร์ต-รายกอง” ของ “BLUEBELL” ในครั้งนี้ จะช่วยเสริมแกร่งให้กับพอร์ตการลงทุนของคุณได้เป็นอย่างดี หรือหากยังมีข้อสงสัย ติดขัดประการใด สามารถติดต่อพูดคุยกับผู้แนะนำการลงทุนของ “บล.บลูเบลล์” ได้โดยตรง เพื่อให้โอกาสการลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษี ไม่ใช่เพียงการประหยัดภาษีปีนี้เท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานความมั่งคั่งระยะยาวอย่างมีวินัย และมีเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับอนาคตทางการเงินของคุณนั่นเอง


สนใจติดต่อบล.บลูเบลล์  โทร. 02-249-2999 www.bluebellgroup.co.th


ขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทฯ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม RMF และ Thai ESG กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกองทุน